
DMT ปริศนาหุ้นใหญ่.?
เห็นโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ที่แจ้งเปลี่ยนแปลงครั้งล่าสุด (25 มีนาคม 2569) ของบริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือ DMT แล้ว ก็อดแปลกใจไม่ได้แฮะ...
เห็นโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ที่แจ้งเปลี่ยนแปลงครั้งล่าสุด (25 มีนาคม 2569) ของบริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือ DMT แล้ว ก็อดแปลกใจไม่ได้แฮะ…เพราะชื่อ “สมบัติ พานิชชีวะ” ซึ่งเป็นทั้งผู้ก่อตั้งและผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 3 ของ DMT หายไปไส..?? แม้กระทั่ง 10 อันดับแรกก็ไม่มีให้เห็นซะแล้ว…
พอย้อนดูข้อมูล ที่แท้ในช่วงเดือน มี.ค. 2569 ที่ผ่านมา มีการขายหุ้นต่อเนื่อง เริ่มจากวันที่ 2 มี.ค. 2569 ขาย Big Lot จำนวน 24 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 2.0317% ที่ราคาหุ้นละ 11.50 บาท คิดเป็นมูลค่า 276 ล้านบาท ทำธุรกรรมผ่านบล.เกียรตินาคินภัทร
ถัดมาในวันที่ 5 มี.ค. 2569 ขาย Big Lot อีกจำนวน 25 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 2.1164% ที่ราคาหุ้นละ 11.50 บาท คิดเป็นมูลค่า 287.50 ล้านบาท ทำธุรกรรมผ่าน บล.เกียรตินาคินภัทร
จากนั้นในวันที่ 11 มี.ค. 2569 ขาย Big Lot อีก 25 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 2.1164% ที่ราคาหุ้นละ 11.50 บาท คิดเป็นมูลค่า 287.50 ล้านบาท ทำธุรกรรมผ่าน บล.เกียรตินาคินภัทร
ในวันที่ 16 มี.ค. 2569 ขาย Big Lot จำนวน 25 ล้านหุ้น คิดเป็น 2.1164% ที่ราคาหุ้นละ 11.50 บาท คิดเป็นมูลค่า 287.50 ล้านบาท ทำธุรกรรมผ่าน บล.เกียรตินาคินภัทร
ปิดท้ายวันที่ 20 มี.ค. 2569 ขาย Big Lot อีก 21.14 ล้านหุ้น คิดเป็น 1.78% ที่ราคาหุ้นละ 11.50 บาท คิดเป็นมูลค่า 243.13 ล้านบาท ทำธุรกรรมผ่าน บล.เกียรตินาคินภัทร
เอาเป็นว่า เดิม “สมบัติ” เป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 3 จำนวน 124.83 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 10.5679% ล่าสุดเหลือถือแค่ 4.69 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 0.41% เท่านั้น
โอเค…แม้การขายหุ้นของ “สมบัติ” ทุกล็อตไม่ได้ขายให้คนอื่น แต่ขายให้กับบริษัท ธานินทร์ โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทของครอบครัวก็เถอะ แต่ก็น่าตั้งข้อสังเกต 1) ทำไมต้องขาย..?? และ 2) เหตุใดมาขายเอาป่านนี้..??
แถมยอมขายหุ้นบางล็อตแบบไม่รอรับเงินปันผลด้วยนะ ซึ่ง DMT ประกาศจ่ายเงินปันผลงวดสุดท้ายของปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 22 สตางค์ (DMT จ่ายปันผลปีละ 4 ครั้ง จ่ายทุกไตรมาส) โดยขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 5 มี.ค. 2569 นั่นทำให้การขายหุ้นในวันที่ 2 มี.ค. 2569 จำนวน 24 ล้านหุ้น จะไม่ได้เงินปันผลจำนวน 5.28 ล้านบาทนะสิ
ซึ่งปกติถ้าจะขายหุ้นมักจะรอเงินปันผลติดมือไปด้วย…แต่ “สมบัติ” ไม่รอ…ยอมทิ้งเงินปันผลที่ควรจะได้…แปลกป๊ะล่ะ??
เอ๊ะ…หรือเป็นเงื่อนไขให้ “ธานินทร์ โฮลดิ้ง” รับเงินปันผลก้อนนี้ไป…หรือมีอะไรที่มากกว่านั้น ก็ไม่รู้สินะ…
แต่ถ้าไปดูเงื่อนตายของ DMT อยู่ที่สัญญาสัมปทานทางยกระดับอุตราภิมุข หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “ดอนเมืองโทลล์เวย์” ซึ่งจะหมดสัญญาในปี 2577 ก็เหลือไม่ถึง 10 ปีแล้วนะ
แล้วดูท่าทีของฝ่ายการเมืองในการขยายสัญญาสัมปทานก็ยาก…ก่อนหน้านี้เคยเจรจาไปแล้ว ก็ไม่ตอบรับ นำมาสู่การปรับขึ้นค่าผ่านทางช่วงดินแดง-ดอนเมือง จาก 80 บาท ขึ้นเป็น 90 บาท และช่วงดอนเมือง-อนุสรณ์สถาน จาก 35 บาท ขึ้นเป็น 40 บาท ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2567 นั่นแหละ
ดูท่าทีอย่างนี้แล้วโอกาสที่ DMT จะได้ต่อสัมปทานก็น้อยเต็มที..!?
ส่วนโครงการใหม่ก็ไม่มีเพิ่ม…ที่ฝันหวานจะประมูลโครงการ M82 (โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว) โครงการ M5 (ส่วนต่อขยายทางยกระดับอุตราภิมุข ช่วงรังสิต-บางปะอิน) จนบัดนี้ยังไม่มีความคืบหน้า มิหนำซ้ำมาเจอผลกระทบจากภาวะสงครามตะวันออกกลางซ้ำเติมเศรษฐกิจประเทศให้เปราะบางไปอีก ทำให้ภาครัฐต้องเร่งแก้ปัญหาปากท้องประชาชน มากกว่าจะดันทุรังเอางบประมาณฯ ไปลงทุนโครงการขนาดใหญ่ในเวลานี้
ตอนนี้ DMT เลยต้องกินบุญเก่าไปพลาง ๆ ก่อน…ส่วนจะมีบุญใหม่มาเติมเมื่อไหร่..?? มิอาจทราบได้
ก็ไม่รู้ว่า จากเงื่อนตายดังกล่าว “สมบัติ” เลยตัดสินใจขายหุ้นให้กับ “ธานินทร์ โฮลดิ้ง” หรือเปล่า..??
แต่ที่รู้ความเสี่ยงจะตกไปอยู่ที่ “ธานินทร์ โฮลดิ้ง” ทันที…ซึ่งต้องแบกรับความเสี่ยงต่อไป
ในขณะที่ “สมบัติ” ลอยตัว ได้ทั้งเงินจากการขายหุ้น 1,381.63 ล้านบาท และเงินปันผลราว 22.18 ล้านบาท จาก DMT ..!!
…อิ อิ อิ…