
TRC จุดเปลี่ยนชีวิต.!
จากหุ้นที่เงียบเหงามานาน มาวันนี้หุ้นบริษัท ทีอาร์ซี คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRC ได้กลายร่างเป็นม้าศึกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
จากหุ้นที่เงียบเหงามานาน มาวันนี้หุ้นบริษัท ทีอาร์ซี คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRC ได้กลายร่างเป็นม้าศึกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เห็นได้ชัดจากปรากฏการณ์ราคาหุ้นที่วิ่งชนซิลลิ่ง 2 วันซ้อน ส่งผลให้ราคาแตะที่ 60 สตางค์ จากเมื่อ 3 วันก่อนยังซื้อขายกันที่ 30 สตางค์เศษอยู่แหม็บ ๆ…
ขณะที่วานนี้ (13 พ.ค. 2569) ลดความร้อนแรงลงมา ราคาปรับลดลง 6.67% ปิดตลาดที่ 0.56 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 25.01 ล้านบาท
ก็ไม่แปลกที่จะถูกขายทำกำไรออกมา…
งั้นมาว่าด้วยเรื่องจุดเปลี่ยนที่ทำให้หุ้น TRC กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งกันดีกว่า…ซึ่งสารตั้งต้นมาจากการที่คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) จุดพลุอนุมัติโครงการลงทุนการผลิตโพแทสเซียมคลอไรด์ของบริษัท อาเซียนโปแตชชัยภูมิ จำกัด (มหาชน) หรือ APOT (TRC ถือหุ้นใหญ่) เงินลงทุน 31,422 ล้านบาท ที่ จ.ชัยภูมิ เพื่อนำไปเป็นสารตั้งต้นสำคัญในการผลิตแม่ปุ๋ยโพแทสสำหรับภาคการเกษตร
จะว่าไปโครงการเหมืองโพแทส ถือเป็น New S-Curve ของ TRC ก็ว่าได้…
เนื่องจากธุรกิจดั้งเดิมอย่างธุรกิจรับเหมาก่อสร้างไม่ค่อยสู้ดี แถมยังเป็นหนึ่งในผู้รับเหมาช่วงที่บาดเจ็บไม่น้อยจากโครงการพลังงานสะอาด (Clean Fuel Project: CFP) ของบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP ส่วนงานรับเหมาฯ อื่น ๆ ก็ไม่มีพัฒนาการมากนัก
แต่ TRC มีของ…ซ่อนบิ๊กโปรเจกต์ที่รอแล้วรอเล่ามานาน จนล่าสุดเพิ่งได้ไฟเขียวจากบีโอไอไปนั่นแหละ…
ซึ่งการมาของโครงการเหมืองโพแทสนั้น TRC จะได้ 2 ขาด้วยกัน…ขาแรก ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ ซึ่งจะรับรู้รายได้และกำไรตามสัดส่วนการถือหุ้น (ข้อมูล ณ เดือน ม.ค. 2567 TRC ถือหุ้นใหญ่ใน APOT สัดส่วน 25.13%)
ส่วนอีกขา ในฐานะผู้รับเหมาก่อสร้างงาน EPC บางส่วน ก่อนจะเริ่มรันโครงการ
โอเค…ผู้รับเหมาหลักก็เป็นบริษัท อีสต์ ไชน่า เอ็นจิเนียริ่ง ไซแอนซ์ แอนด์ เทคโนโลยี (ECEC) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ China National Chemical Engineering Group จากประเทศจีนแหละ…แต่งาน EPC อาทิ งานก่อสร้างอาคาร ถนน บ่อน้ำ และงานโครงสร้างต่าง ๆ รวมถึงงานติดตั้งระบบท่อ อุปกรณ์เครื่องกล ระบบไฟฟ้า และระบบสื่อสาร ตลอดจนงานระบบดับเพลิง และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ TRC ก็รับไป ทำให้อย่างน้อยมีงานก่อสร้างเข้ามาให้เก็บกินก่อน ซึ่งก่อนหน้านี้ มีการประเมินว่ามูลค่าการก่อสร้างรวมจะอยู่ที่ 43,129.36 ล้านบาท
แต่ไฮไลต์อยู่ที่การเพิ่มทุนของ APOT มูลค่าราว 12,000 ล้านบาท…ซึ่งล่าสุด “ภาสิต ลี้สกุล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารTRC บอกว่า ตอนนี้มีผู้สนใจเข้าร่วมโครงการทั้งหมด 8 ราย แบ่งเป็นบริษัทต่างชาติ 6 ราย และบริษัทในไทย 2 ราย คาดจะได้ข้อสรุปเร็ว ๆ นี้…
ไม่ได้หลอกกันแน่นะวิ..!!
ต้องไม่ลืมว่าหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญโครงการเหมืองโพแทสชัยภูมิจะเกิดหรือไม่เกิด…APOT จะต้องเพิ่มทุนให้สำเร็จเสียก่อน เพราะถ้าเพิ่มทุนสำเร็จ มีทุนเยอะขึ้น การไปขอกู้เงินแบงก์ก็จะดำเนินการได้ ซึ่งต่อให้บีโอไออนุมัติการลงทุนไปแล้ว แต่หาก APOT เพิ่มทุนไม่สำเร็จ โอกาสไปต่อก็ยาก
การเพิ่มทุนใน APOT จึงถือเป็นจุดแปรผันของโครงการเหมืองโพแทส..!!
แต่ถ้าดูจากสถานการณ์ในตอนนี้ ซึ่งเกิดวิกฤตปุ๋ยแพง และเสี่ยงขาดแคลนจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ น่าจะทำให้ผู้ถือหุ้นใหญ่อีกรายอย่างกระทรวงการคลัง (ถือหุ้นใน APOT ราว 20%) อยู่ในภาวะจำยอมต้องใส่เงินเพิ่มทุนประมาณ 2,000-2,400 ล้านบาท อย่างเสียมิได้ เพื่อสร้างเสถียรภาพ และลดการพึ่งพาการนำเข้าปุ๋ยในระยะยาว
ทำให้การมาของโครงการเหมืองโพแทสชัยภูมิ นอกจากจะเป็นจุดเปลี่ยนของ TRC แล้ว น่าจะเป็นจุดเปลี่ยนของเกษตรกรไทยด้วยนะเนี่ย
ก็หวังว่า โครงการนี้จะเกิดขึ้นจริงเสียที หลังจากคาราคาซังมายาวนานกว่า 30 ปี..!!
เมื่อถึงตอนนั้นคงเห็นหุ้น TRC กระโดดโลดเต้นอีกครั้งแน่ ๆ…เชื่อขนมกินได้เลย
…อิ อิ อิ…