
โฟกัสรายตัว
ตลาดหุ้นไทยวานนี้ “พักฐาน” มาปิดที่ระดับ 1,448.14 จุด ลบไป 1.48 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 7.18 หมื่นล้านบาท แรงกดดันหลักยังมาจากปัจจัยภายนอกที่ไม่เอื้อ
ตลาดหุ้นไทยวานนี้ “พักฐาน” มาปิดที่ระดับ 1,448.14 จุด ลบไป 1.48 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 7.18 หมื่นล้านบาท แรงกดดันหลักยังมาจากปัจจัยภายนอกที่ไม่เอื้อ บรรยากาศการลงทุนทั่วโลกยังคงเปราะบาง จากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อและยังไร้สัญญาณคลี่คลายอย่างเป็นรูปธรรม “โมนิก้า” จึงเน้นการตั้งรับก่อนเจ้าค่ะ
อีกทั้งจุดที่ตลาดโฟกัสชัดคือ “ราคาน้ำมัน” โดย WTI ดีดตัวทะลุ 100 ดอลลาร์/บาร์เรลอีกครั้ง ซึ่งเป็นระดับที่เคยเห็นในช่วง “สงครามรัสเซีย–ยูเครน” การปรับขึ้นรอบนี้ไม่ใช่แค่เรื่องอุปทาน แต่กำลังสะท้อน Risk Premium ด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่กลับมา “โมนิก้า” มองว่าภาพนี้ทำให้ตลาดกลับมากังวล “เงินเฟ้อรอบใหม่” เพราะต้นทุนพลังงานมีผลเป็นลูกโซ่ ทั้งภาคขนส่ง การผลิต และกำลังซื้อของผู้บริโภค สุดท้ายจะไปกดดันการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในวงกว้างเจ้าค่ะ
ดังนั้นโทนการลงทุนวันนี้ยังเป็นลักษณะ “ระวังตัว” เงินทุนมีแนวโน้มชะลอการเข้าซื้อ รอความชัดเจนมากขึ้น ขณะที่ดัชนีมีโอกาสแกว่งตัวลงตาม Sentiment ต่างประเทศเป็นหลัก แต่อย่างไรก็ตาม “โมนิก้า” ยังมองว่าตลาดหุ้นไทยแข็งกว่าตลาดภูมิภาค เพราะยังมีแรงซื้อจากฟันด์โฟลว์ที่ยังไหลเข้าอยู่เป็นระยะเจ้าค่ะ
อย่างไรก็ตามยังมีหุ้นที่น่าลงทุน ซึ่ง “โมนิก้า” ขอเน้นไปที่กลุ่มพลังงานที่ได้อานิสงส์จากราคาน้ำมันขาขึ้น อาทิ PTTEP, PTT รวมถึงหุ้นโรงกลั่นอย่าง TOP และ SPRC ที่มีโอกาสเห็นค่าการกลั่นฟื้นตัวตามทิศทางราคาน้ำมัน ขณะที่สาย Defensive อย่าง BDMS และ ADVANC ก็ยังเหมาะสำหรับการถือหลบความผันผวนในช่วงนี้เจ้าค่ะ
เม้าท์กันให้แซ่ด “โมนิก้า” ขอจับตา STECON แบบไม่กะพริบตา เพราะสตอรี่ยังเดินหน้าไม่พัก! นโยบายรัฐจ่อแถลงต้น เม.ย. 69 ดันโปรเจกต์ใหม่ ๆ ทะลักเข้า พา Backlog พุ่งแบบมีลุ้นยาว ๆ งานนี้บอกเลยว่าเป็นบวกตัวจริง เสียงจริง กลบแรงเหวี่ยงพลังงานได้สบาย ๆ ส่วนราคาหุ้นก็ไม่ธรรมดา ปิดที่ระดับ 11.50 บาท บวกไป 0.30 บาท หรือขึ้นไป 2.68% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 280 ล้านบาท บอกเลยว่าเกมนี้ยังไม่จบง่าย ๆ ใครจะขึ้นรถก็ต้องดูจังหวะกันดี ๆ นะคะ
เหมือนราคาหุ้น TRUE ทะยานขึ้นมาระดับ 14.40 บาท บวกไป 0.40 บาท หรือขึ้นไป 2.86% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 3.18 พันล้านบาท แบบร้อนแรงเกินต้าน ท่ามกลางแรงเก็งกำไรที่ไหลเข้ามาไม่ขาดสาย หลังนักลงทุนมองว่าในระยะสั้นมีปัจจัยบวกหนุนจากกำไรในไตรมาส 1/69 ที่มีลุ้นออกมาสวยหรู และโตแรงเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เกมจะพลิกกลับมาเป็นขาขึ้นให้ได้เห็นกันอีกครั้ง งานนี้ “โมนิก้า” มองว่า เป็นจังหวะของการเล่นรอบอย่างแท้จริงเจ้าค่ะ
เช่นเดียวกับ ITC ราคาหุ้นเด้งขึ้นมาปิดที่ระดับ 15.80 บาท บวกไป 0.10 บาท หรือขึ้นไป 0.64% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 84 ล้านบาท กูรูมองกำไรไตรมาส 1/69 ดีกว่าคาด จากยอดขายโต 12-15% และมาร์จิ้นดีขึ้นตามสัดส่วนสินค้า premium ขณะที่ดีมานด์ไตรมาส 2 ยังแกร่ง ดันราคาขายขยับขึ้นได้ แถมมีสต๊อกถึง พ.ค. แบบนี้ “โมนิก้า” บอกเลย…ยังน่าเล่น แต่ต้องระวังจังหวะพักเจ้าค่ะ
ปิดท้ายรายของ KTB ถือเป็นตัวท็อปในพอร์ตของใครหลายคน อยู่ในกลุ่มธนาคารที่กระทบจำกัดต่อความผันผวนเศรษฐกิจ กำไรทรงตัว มีความสามารถในการส่งผ่านอัตราดอกเบี้ยและบริหารต้นทุนได้ดี แถมยังเป็นหุ้นหลบภัยที่ให้ “ปันผลสูง” ล่าสุดราคาหุ้นปิดเสมอตัวที่ระดับ 35 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.35 พันล้านบาท งานนี้ต้องบอกเลยว่า “โมนิก้า” เห็นแล้วชวนยิ้มเจ้าค่ะ
โมนิก้าและทีมงาน