ลุยหุ้นใหญ่ไว้ก่อน!

หากถามว่า อีฉันรู้สึกอย่างไรกับการอ่อนตัวของดัชนีเมื่อวันศุกร์ ก่อนจะยืนปิดที่ระดับ 1,517.95 จุด ลบไป 21.17 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.78 หมื่นล้านบาท ก็ต้องตอบตามตรงว่า ไม่แปลกใจที่ดัชนีย่อตัวลงมา


หากถามว่า อีฉันรู้สึกอย่างไรกับการอ่อนตัวของดัชนีเมื่อวันศุกร์ ก่อนจะยืนปิดที่ระดับ 1,517.95 จุด ลบไป 21.17 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.78 หมื่นล้านบาท ก็ต้องตอบตามตรงว่า ไม่แปลกใจที่ดัชนีย่อตัวลงมา เพราะเป็นการขายลดความเสี่ยงก่อนวันหยุด ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยมาก ขณะเดียวกันก็ต้องชื่นชมรายย่อยที่ใช้จังหวะดัชนีถีบตัวขึ้นแรงในช่วงกลางสัปดาห์ก่อนขายทำกำไรด้วยนะจ๊ะ

ถึงกระนั้นต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่ว่า การที่ดัชนีกลับมายืนเหนือระดับ 1,500 จุดเป็นครั้งที่ 4 ในรอบ 3 เดือน มันหมายความว่า นักลงทุนกลุ่มต่าง ๆ ยังมีมุมมองบวกกับตลาดหุ้นไทย โดยให้ความสำคัญกับหุ้นบลูชิพเป็นตัวเลือกอันดับแรกในการลงทุนแบบนี้ “โมนิก้า” ถึงมองว่า วันนี้เป็นจังหวะของการดักเก็บหุ้นกลุ่มดังกล่าวเข้าพอร์ต เพราะสถานการณ์หลายอย่างเริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นนะซี

โดยพาะการที่ผู้นำ “จีน” กับ “สหรัฐฯ” ได้พบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างเป็นทางการ คือแรงกระตุ้นที่ทำให้นักลงทุนเชื่อว่า โลกจะสงบในไม่ช้า! ผสานกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาล “เสี่ยหนู” กำลังเร่งเครื่องเต็มสูบ โดยมีขุนพลอย่าง “เอกนิติ” คอยกำหนดทิศทางแบบนี้ “โมนิก้า” ถึงเชื่อว่า การที่หุ้นไทยมีค่า PBV อยู่ที่ระดับ 1.42 เท่า ยังมีแก๊ปให้ไปต่อแน่นอน เพราะในภาวะปกติมักเทรดกันที่ 2 เท่าเจ้าค่ะ

เหมือนกับการขยับตัวของหุ้น BBL ก่อนจะยืนปิดที่ระดับ 165 บาท บวกไป 0.50 บาท หรือขึ้นไป 0.30% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.98 พันล้านบาท ท่ามกลาง PBV ที่ระดับ 0.55 เท่า “โมนิก้า” ย่อมเชื่ออย่างบริสุทธิ์ใจว่า นี่เป็นจังหวะที่เหมาะต่อการทยอยสะสมหุ้น แถมเมื่อเหลือบดูการแพทเทิร์นการเคลื่อนตัวของราคาหุ้นในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาก็พบว่า เพิ่งขยับตัวอย่างจริงจังนะจะบอกให้

ส่วนแรงชนิดที่ไม่รอใครทั้งนั้น “โมนิก้า” คงมองไปที่หุ้น AMATA หลังโชว์กำไรไตรมาส 1 โตเกือบเท่าตัว ซึ่งเป็นแรงหนุนให้หุ้นขึ้นมาปิดที่ระดับ 21.40 บาท บวกไป 0.70 บาท หรือขึ้นไป 3.40% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 770 ล้านบาทอย่างแข็งแกร่ง และเมื่อดูจากความกังวลที่เกี่ยวกับยอดขายที่ดินอาจลดลง แต่สุดท้ายไม่เป็นเหมือนที่กลัวแบบนี้ ทำให้อีฉันต้องอ้างอิงราคาเป้าหมายสูงสุดที่โบรกเกอร์ให้ไว้ที่ 35 บาทขึ้นมาไกด์ไลน์นะตัวเอง

สำหรับรายที่น่ารักน่าลุ้น ขอมองไปที่หุ้นปิโตรเคมีอย่าง IVL เพื่อชี้ให้เห็นความพยายามที่จะฝ่าแนวต้าน 26 บาทขึ้นไปยืนอย่างมั่นคงเป็นครั้งที่ 3 มันเป็นเกมที่มาพร้อมกับการเดิมพันกำไรต้องออกมาดี และไตรมาส 2 ก็ควรจะโตต่อแบบนี้ อีฉันถึงอยากให้นักเล่นประเมินการยืนปิดที่ระดับ 24.40 บาท บวกไป 1.10 บาท หรือขึ้นไป 4.30% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.34 พันล้านบาท น่าเล่นอะป่าว?

ประเด็นดังกล่าวเชื่อมโยงกับการขึ้นของหุ้นประกันอย่าง TLI ซึ่งวันนี้ยืนปิดที่ระดับ 10.90 บาท บวกไป 0.60 บาท หรือขึ้นไป 5.80% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 641 ล้านบาท ล้วนมาจากผลงานไตรมาส 1 ทำกำไรได้มากถึง 3.26 พันล้านบาท ขณะที่ช่วงเดียวกันของปีก่อนทำกำไรได้ 2.68 พันล้านบาท จึงเป็นแรงผลักดันให้หุ้นเด้งขึ้นมาอีกครั้ง ส่วนราคาหุ้นจะไปได้ยาวขนาดไหน? พูดยากจริง ๆ เพราะครั้งก่อนก็จบตรงนี้เจ้าค่ะ

อ้อ!..เกือบลืมน้องท็อป TOP ไปแล้วเชียว เพราะเมื่อดูจากสถานการณ์ของบริษัทที่ดีต่อเนื่อง ผสานกับราคาหุ้นที่วนไปวนมาบริเวณ 45-50 บาทเป็นเวลาสองเดือนครึ่ง “โมนิก้า” ถึงมองว่า นี่เป็นหุ้นที่เหมาะต่อการทยอยสะสมอย่างไม่ต้องสงสัย แถมนักวิเคราะห์ให้ราคาเป้าเฉลี่ยที่ระดับ 53 บาท และให้ราคาเป้าสูงสุดที่ระดับ 73 บาท อีฉันถึงมองการยืนปิดที่ระดับ 46 บาท ลบไป 0.50 บาท หรือลงไป 1.10% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 351 ล้านบาท น่าเล่นจ้า!

โมนิก้าและทีมงาน

Back to top button