ตัวแรงกลับมาเพียบ

วันนี้เป็นอีกครั้งที่นักลงทุนพร้อมใจกันไล่หุ้นแบบดุเดือด จนดัชนีวิ่งขึ้นมาปิดที่ระดับ 1,470.99 จุด บวกไป 22.85 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 8.29 หมื่นล้านบาท


วันนี้เป็นอีกครั้งที่นักลงทุนพร้อมใจกันไล่หุ้นแบบดุเดือด จนดัชนีวิ่งขึ้นมาปิดที่ระดับ 1,470.99 จุด บวกไป 22.85 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 8.29 หมื่นล้านบาท โดยทั้งหมดเป็นผลมาจากความเชื่อที่ว่า สงครามน่าจะจบในไม่ช้า หลังจากยืดเยื้อเป็นเวลา 1 เดือน ผนวกกับพ่อใหญ่ทรัมป์ประกาศว่า ทุกอย่างจะจบใน 3 สัปดาห์ และพร้อมจะขนข้าวขนของออกจากตะวันออกกลางแบบนี้..โลกสงบขึ้นเยอะเลยค่ะ

งานนี้จะเป็นจริงเหมือนที่ประเมินขนาดไหน? ไม่มีใครหยั่งรู้ได้ แต่ที่แน่ ๆ คือ ช่วงหลังสหรัฐฯ กับ อิสราเอลไม่ได้ถล่มหนักเหมือนตอนเปิดฉากยิงแรก ๆ แต่กลายเป็นอิหร่านที่สามารถใช้อาวุธถล่มคืนแบบเกลือจิ้มเกลือ ผนวกกับมีข่าวเล็ดลอดออกมาเรื่อย ๆ ในทำนองที่ว่า เมื่อใดที่สหรัฐฯ ถอนกำลังออกจากอย่างเป็นทางการ อิหร่านจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือบรรทุกน้ำมันแล่นผ่านได้ปกตินะนายจ๋า

เหล่านี้เป็นข้อมูลที่ทำให้นักลงทุนกล้ากลับมาเล่นหุ้นตัวหลักอีกครั้ง และตัวเด่นที่อีฉันให้ความสนใจมากเป็นพิเศษก็คือ AOT เพราะกลายเป็นหุ้นที่มีแรงซื้อต่อเนื่องตั้งแต่ต้นสัปดาห์ก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากข่าวสงครามใกล้จบ วันนี้จึงเห็นราคาหุ้นขึ้นมายืนปิดที่ระดับ 53.75 บาท บวกไป 1.75 บาท หรือขึ้นไป 3.37% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.16 พันล้านบาทแบบชิล ๆ และมีลุ้นวิ่งกลับขึ้นไปทดสอบไฮเดิมที่ระดับ 59 บาทอีกครั้งนะจ๊ะ

เมื่อความตึงเครียดคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น เจ้าจำปีสุดเลิฟของอีฉันอย่างหุ้น THAI ก็ทะยานขึ้นมาปิดที่ระดับ 6.40 บาท บวกไป 0.30 บาท หรือขึ้นไป 4.92% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 650 ล้านบาท อย่างโดดเด่น และมีความเป็นไปได้ที่หุ้นจะขึ้นเรื่อย ๆ เพราะธุรกิจสายการบินน่าจะกลับมาเป็นปกติ และราคาน้ำมันเครื่องบินที่เคยแพงหูฉี่ น่าจะมีราคาลดลงต่อเนื่องแบบนี้ มันกลายเป็นจังหวะที่ต้องเล่นตอนนี้แหละค่ะ

ขนาดยักษ์ใหญ่ลีสซิ่งอย่าง MTC ยังกลายเป็นหุ้นตัวท็อปที่นักลงทุนกระโจนใส่อุตลุด จนราคาหุ้นที่เคยร่วงเป็นเดือนก่อนหน้านี้ สามารถบวกต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 พร้อมกับปิดไปที่ระดับ 30 บาท บวกไป 1.25 บาท หรือขึ้นไป 4.35% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 835 ล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นช็อตที่เกิดจากความเชื่อที่ว่า ลูกค้าจะกลับมาขอสินเชื่อมากขึ้น เพราะความวิตกหลายอย่างลดลงนะซี

ในเมื่อมีลุ้นมากขึ้นกว่าเดิม “โมนิก้า” ขอมองไปที่หุ้น BDMS เพื่อชี้ให้เห็นการขึ้นมาปิดที่ระดับ 19.10 บาท บวกไป0.30 บาท หรือขึ้นไป 1.60% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.45 พันล้านบาท ก็เป็นการดีดตัวขึ้นเป็นวันที่ 3 ซึ่งเป็นภาพที่ทำให้หลายคนเชื่อว่า ราคาหุ้นน่าจะวิ่งกลับขึ้นไปหาเป้าแรกที่ระดับ 22 บาทในไม่ช้า เพราะสถานการณ์รอบด้านต่อจากนี้ ไม่น่าจะมีอะไรเลวร้ายไปกว่าเดิมอีกแล้ว (ยกเว้นน้ำมันแพง) เจ้าค่ะ

ประเด็นข้างต้นทำให้ WHA กลายเป็นหุ้นที่อีฉันสนใจขึ้นมาทันที เพราะเป็นหุ้นที่เกาะกระแสตลาดหุ้นได้รวดเร็ว ผนวกกับรัฐบาลกำลังเร่งการลงทุนผ่าน BOI แบบเต็มสูบ “โมนิก้า” ถึงมองว่า การขึ้นมายืนปิดที่ระดับ 4.28 บาท บวกไป 0.08บาท หรือขึ้นไป 1.90% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 540 ล้านบาท มีโอกาสขึ้นไปทดสอบไฮเดิมที่ระดับ 4.60 บาทอีกครั้ง เพราะบรรยากาศการลงทุนมันพาไปพะยะค่ะ

ปิดท้ายกันที่หุ้นน้องใหม่อย่าง UNIX เพื่อชี้ให้เห็นการยืนปิดที่ระดับ 1.94 บาท บวกไป 0.05 บาท หรือขึ้นไป 2.65% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 776 ล้านบาท มันเป็นบรรยากาศที่ดีมาก ๆ ในแง่ของการเล่นกันยาว และอีกมุมหนึ่งคือการกู้ภาพ IPO ที่วันแรกของการเทรดเปิดแดงเถือกกันเป็นแถว อีฉันถึงอยากให้นักลงทุนประเมินแวลูของหุ้นตัวนี้จากการใช้ถุงขยะสีดำ กับซองใส่น้ำยาซักผ้า และปรับผ้านุ่มยังโตไหม?..ต่อจากนั้นคุณ ๆ ท่าน ๆ จะรู้เองว่า หุ้นตัวนี้ดีจริง..อิอิ

โมนิก้าและทีมงาน

Back to top button