OR ขยายเส้นเลือด.!

ช่วงนี้ผู้ถือหุ้นบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR คงรู้สึกกระชุ่มกระชวยขึ้นเป็นกอง หลังจากราคาหุ้น OR ที่นอนแช่บ่อน้ำมันมานาน เริ่มผงกหัวขึ้นมาได้บ้าง


ช่วงนี้ผู้ถือหุ้นบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR คงรู้สึกกระชุ่มกระชวยขึ้นเป็นกอง หลังจากราคาหุ้น OR ที่นอนแช่บ่อน้ำมันมานาน เริ่มผงกหัวขึ้นมาได้บ้าง จากราคาที่เคยลงไปต่ำ 11 บาท ไต่ขึ้นมาทะลุ 13 บาท ก่อนที่วานนี้ (1 เม.ย.2569) จะทรุดลงเหลือ 12 บาทเศษอีกแล้ว..!! 

ทำให้นักลงทุนที่ติดบ่อน้ำมันหุ้น OR เริ่มยิ้มออก เป็นจังหวะให้หลายคนได้ออกของ ในขณะที่อีกหลายคนเข้ามาเก็งกำไรกันคึกคัก ส่งผลให้ในรอบ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาปรับขึ้นไปแล้วเกือบ 15%

อันนั้นเป็นส่วนของราคาหุ้น…ในส่วนของความเคลื่อนไหวทางธุรกิจก็มีนะ ล่าสุดเพิ่งขยายเส้นเลือดใหญ่ (ธุรกิจขนส่งน้ำมันทางท่อ) ด้วยการส่งบริษัทลูกที่ชื่อบริษัท มอดูลัส เวนเจอร์ จำกัด (Modulus) เข้าลงทุนในบริษัท ไทย ไปป์ไลน์ เน็ตเวิร์ค จำกัด (TPN) ซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจระบบขนส่งน้ำมันทางท่อจากจังหวัดสระบุรีไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 

โดยเป็นการซื้อหุ้นสามัญเดิมทั้งหมดจาก บริษัท บิ๊กแก๊ส เทคโนโลยี จำกัด (BIGGAS) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ บริษัท เพาเวอร์ โซลูชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ PSTCและซื้อหุ้นใหม่ของ TPN รวมสัดส่วน 55.41% คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 2,200 ล้านบาท

หลังจากนั้น จะให้ Modulus ค้ำประกันเงินกู้ตามสัญญาเงินกู้ระหว่าง “ไทย ไปป์ไลน์ เน็ตเวิร์ค” กับสถาบันการเงิน วงเงินไม่เกิน 6,203 ล้านบาท 

นั่นเท่ากับว่า จากเดิม OR เป็นแค่ผู้ใช้บริการเช่าท่อขนส่งน้ำมัน มาวันนี้กลายเป็นเจ้าของท่อไปแล้ว..!!

งั้นไปทำความรู้จักหัวนอนปลายเท้า “ไทย ไปป์ไลน์ เน็ตเวิร์ค” กันหน่อยดีกว่า…

“ไทย ไปป์ไลน์ เน็ตเวิร์ค” เป็นบริษัทที่ก่อตั้งตั้งแต่ปี 2558 ซึ่งต่อมาราวปี 2562 ได้ดึงบริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO เข้ามาถือหุ้นในสัดส่วน 44.59% เพื่อพัฒนาระบบขนส่งน้ำมันทางท่อไปยังภาคอีสาน โดยปัจจุบันโครงการดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ และได้เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ตั้งแต่ไตรมาส 4/2566  

นั่นทำให้  EGCO ต้องร่วมค้ำประกันเงินกู้ของ “ไทย ไปป์ไลน์ เน็ตเวิร์ค” ตามสัดส่วนการถือหุ้นอยู่ที่ 4,992 ล้านบาท

ส่วนการที่ OR ในฐานะเจ้าของปั๊มน้ำมันปตท. มาเป็นเจ้าของท่อขนส่งน้ำมันนั้น สิ่งที่ตามมา อันดับแรก จะกระจายน้ำมันได้เร็วขึ้น เพราะสามารถรับน้ำมันที่ปลายทาง (จังหวัดขอนแก่น) แล้วกระจายไปยังปั๊มในจังหวัดภาคอีสานได้เลย ทำให้ระบบโลจิสติกส์ดีขึ้น

ถัดมาจะทำให้ต้นทุนการขนลดลง เพราะไม่ต้องนับหนึ่ง…ขนส่งไปจากกรุงเทพฯ ขณะเดียวกันก็ช่วยชีเคียวน้ำมัน รวมถึงมีฐานข้อมูลระบบดาต้าที่ตรวจสอบได้ง่ายขึ้น

แน่นอนจะทำให้มาร์จิ้นของ OR สูงขึ้น…

อ้อ…ที่เห็นงบเงินของ “ไทย ไปป์ไลน์ เน็ตเวิร์ค” ยังเผชิญภาวะขาดทุนต่อเนื่อง โดยปี 2566 มีรายได้รวม 7.21 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 51.19 ล้านบาท ปี 2567 มีรายได้รวม 117.32 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 352.21 ล้านบาท และปี 2568 มีรายได้รวม 397.25 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 442.93 ล้านบาท  

ส่งผลให้ ณ สิ้นปี 2568 มีตัวเลขขาดทุนสะสมอยู่ที่ 1,021.51 ล้านบาท

โอเค…ก็เข้าใจแหละว่า ระยะแรกต้องใช้เงินลงทุนสูง แต่ระยะกลางและปลายจะเข้าสู่ช่วงของการเก็บเกี่ยวดอกผลแล้วล่ะ..!! 

จากการให้บริการเช่าท่อขนส่งน้ำมัน ซึ่งฐานลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มบริษัทน้ำมันแหละ โดยเริ่มตั้งแต่จังหวัดสระบุรี ไปถึงจังหวัดขอนแก่น ระยะทางรวม 342 กิโลเมตร มีความสามารถของระบบท่อรวม 5,443 ล้านลิตร และสามารถขยายเพิ่มเป็น 7,338 ล้านลิตรในระยะที่ 2

ก็จะทำให้ OR มีรายได้ประจำ หรือ Recurring Income เข้ามาอีกขา…

ส่วนถามว่า “ไทย ไปป์ไลน์ เน็ตเวิร์ค” จะเข้ามาหนุนกำไร OR กี่โมง..??

อันนี้ตอบยากมาก…ปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคตเถอะ…

…อิ อิ อิ…

Back to top button