
GULF จะวิ่งต่อไหม
บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ราคาหุ้นดีดกลับขึ้นมายืนเหนือ 60.00 บาทได้อีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้ เคยขึ้นมาแล้วเมื่อช่วงเดือนก.พ.ที่ผ่านมา
บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ราคาหุ้นดีดกลับขึ้นมายืนเหนือ 60.00 บาทได้อีกครั้ง
หลังจากก่อนหน้านี้ เคยขึ้นมาแล้วเมื่อช่วงเดือนก.พ.ที่ผ่านมา โดยขึ้นมาที่ระดับสูงสุด 64.25 บาท ต่อหุ้น ก่อนที่จะร่วงลงอย่างรวดเร็ว หลังสหรัฐฯ เปิดถล่มอิหร่าน จนราคาเกือบจะหลุด 50.00 บาท
ในด้านสัญญาณทางเทคนิค แนวระดับราคาที่ 60.00 บาท เป็นเพียงแนวรับและต้าน ทาง “จิตวิทยา” เท่านั้น
ในทางเทคนิคจริง ๆ แนวรับของกัลฟ์ฯ จะอยู่ที่ 59.50 บาท
และแนวต้านที่บริเวณ 61.50 บาท
นักวิเคราะห์ทางเทคนิค มองว่า หุ้นกัลฟ์ฯ มีเปอร์เซ็นต์ค่อนข้างมากที่จะขึ้นต่อได้ (มากกว่าจะร่วงลง) และอาจจะวิ่งขึ้นผ่านจุดสูงสุดที่เคยขึ้นมาได้เมื่อเดือนก.พ.ที่ราคา 64.25 บาท
หุ้นกัลฟ์ฯ ที่ราคาขึ้นมาปิดล่าสุด 60.25 บาท วานนี้นั้น
ทำให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด หรือมาร์เก็ตแคปกลับมาอยู่ที่ 9.03 แสนล้านบาท เป็นรองหุ้นเดลต้าฯ DELTA และ ปตท. หรือ PTT เท่านั้น
สำหรับ กัลฟ์ฯ เป็นหุ้นกลุ่มพลังงานโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่มีความโดดเด่นสูงในตลาดหุ้นไทย เป็นผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ที่มีการเติบโตต่อเนื่อง กำลังผลิตสูง จากการเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่สุดในไทย โดยมีโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ (SPP/IPP) ทั้งในและต่างประเทศ
นักวิเคราะห์ต่างมองว่า กัลฟ์ฯ มีแนวโน้มกำไรสุทธิเติบโตต่อเนื่อง โดยคาดการณ์กำไรในช่วงปี 2569-2573 จะเติบโตเฉลี่ย 8% ต่อปี
ไม่เพียงเท่านั้น กัลฟ์ฯ ยังมีการกระจายความเสี่ยงที่ดี จากการลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) มากขึ้น ทั้งโซลาร์ฟาร์ม ลม และพลังงานน้ำ เพื่อสอดคล้องกับแนวโน้มธุรกิจพลังงานสะอาด
นอกจากธุรกิจด้านพลังงานไฟฟ้า
กัลฟ์ฯ ยังได้ขยายธุรกิจสู่โครงสร้างพื้นฐานและดิจิทัล (Beyond Power)
เช่น การเป็นผู้นำ Data Center จากการลงทุนในธุรกิจศูนย์ข้อมูล และระบบคลาวด์ ซึ่งเป็นธุรกิจแห่งอนาคตที่รองรับการเติบโตของ AI
กัลฟ์ฯ ยังลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม ด้วยการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ เช่น ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะที่ 3, ท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 และโครงการมอเตอร์เวย์ M81 สายบางใหญ่-กาญจนบุรี ที่มีผู้ร่วมทุนประกอบด้วย GULF BTS STEC และ RATCH โดยกัลฟ์ฯ ถือหุ้นสัดส่วน 40% ใน บริษัทร่วมทุน BGSR 81 จำกัด ทำให้มีรายได้ที่มั่นคงและยาวนาน
อย่างที่ทราบกัน กัลฟ์ ฯ เพิ่งจะผ่านการควบรวมกิจการกับ “อินทัช” (INTUCH) ทำให้กัลฟ์ฯ ถือหุ้นใหญ่ใน ADVANC หรือ เอไอเอสซึ่งเป็นผู้นำธุรกิจโทรคมนาคม ทำให้ได้รับปันผลอย่างต่อเนื่องและเพิ่มความแข็งแกร่งทางการเงิน
กัลฟ์ฯ ยังมีพันธมิตรที่แข็งแกร่งทั้งในและต่างประเทศในการดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าและการลงทุนในดิจิทัล
ล่าสุด ฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง สะท้อนจากอันดับเครดิตที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตองค์กรในระดับ “AA-” สะท้อนถึงความมั่นคงทางการเงิน
กัลฟ์ฯ เข้าซื้อหุ้นในธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์การเชื่อมโยงพลังงานเข้าสู่ธุรกิจการเงิน
มี 16 โบรกเกอร์ที่ได้วิเคราะห์หุ้นกัลฟ์ฯ
ทั้งหมดต่างแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย สูงสุดอยู่ที่ 91.00 บาท (บล.หยวนต้า)
และราคาต่ำสุดอยู่ที่ 65.00 บาท (บล.ธนชาต)
ส่วนราคาเฉลี่ยหรือ Consensus จะอยู่ที่ 72.25 บาท
นักวิเคราะห์มองว่า ปัญหาในตะวันออกกลาง จะกระทบกับหุ้นกัลฟ์ฯ ไม่มากนัก หรืออาจจะน้อยสุดเมื่อเทียบกับบรรดาผู้ประกอบการโรงไฟฟ้า ขณะที่ กัลฟ์ฯ ยังมีรายได้จากธุรกิจอื่น ๆ ที่มีความมั่นคงสูง ช่วยหนุนอยู่
ล่าสุด ปัญหาในตะวันนออกกลางเหมือนจะค่อย ๆ เริ่มคลี่คลาย
ยิ่งน่าจะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นกัลฟ์ฯ
ไปสู่เป้าราคาได้