
RT เปิดเกมปี 69 ลุยชิงงานรัฐ-รุกพลังงานใต้พิภพ ดันรายได้โต 10%
RT เดินหน้าขยายฐานรายได้ปี 2569 ลุยประมูลงานภาครัฐครึ่งปีหลัง ทั้งโครงการอุโมงค์ ทางพิเศษ โรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ และงานเขื่อน พร้อมต่อยอด RT Geothermal รุกธุรกิจพลังงานความร้อนใต้พิภพ หนุนรายได้ทั้งปีเติบโต 5-10%
นายชวลิตร ถนอมถิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไร้ท์ทันเน็ลลิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ RT เปิดเผยในงาน Opportunity Day จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 ของบริษัทปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง โดยมีรายได้รวม 933 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 233 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโต 33% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้หลักยังมาจากธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 98% ของรายได้รวม หรือคิดเป็นมูลค่า 916 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับโครงสร้างรายได้จากงานรับเหมาก่อสร้างในไตรมาส 1/2569 แบ่งออกเป็น งานอุโมงค์และโครงสร้างใต้ดิน 504 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 55% ของรายได้จากงานก่อสร้าง งานเขื่อนและระบบชลประทาน 73 ล้านบาท คิดเป็น 8% งานโรงไฟฟ้าพลังน้ำ 144 ล้านบาท คิดเป็น 16% งาน Pipe Jacking และ Horizontal Directional Drilling หรือ HDD จำนวน 28 ล้านบาท คิดเป็น 3% และงานอื่น ๆ จำนวน 167 ล้านบาท คิดเป็น 18%
ทั้งนี้ กลุ่มงานอื่น ๆ โดยเฉพาะงาน Slope Protection ถือเป็นกลุ่มงานที่มีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากเป็นงานรอบเร็ว สามารถรับรู้รายได้ภายในระยะเวลา 5-8 เดือน ช่วยเสริมสภาพคล่องและกระแสเงินสดของบริษัท ขณะที่งานหลักอย่างงานอุโมงค์ งานเขื่อน และงานโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ยังคงเป็นฐานรายได้สำคัญของ RT ในระยะยาว
ด้านความสามารถในการทำกำไร ไตรมาส 1/2569 บริษัทมีกำไรขั้นต้น 108 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 11.8% ใกล้เคียงระดับปกติของบริษัท แม้ได้รับแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานและวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ EBITDA อยู่ที่ 86 ล้านบาท หรือคิดเป็น EBITDA Margin 9.2% ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านบาท พลิกฟื้นดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในบางโครงการ
บริษัทระบุว่า ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 มีมูลค่างานในมือ หรือ Backlog รวม 5,572 ล้านบาท โดยมีงานอุโมงค์เป็นสัดส่วนหลัก มูลค่าประมาณ 4,020 ล้านบาท หรือคิดเป็น 72% ของ Backlog รวม รองลงมาเป็นงานโรงไฟฟ้าพลังน้ำ 503 ล้านบาท งาน Pipe Jacking 482 ล้านบาท งานเขื่อนและระบบชลประทาน 76 ล้านบาท และงานอื่น ๆ 491 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยรองรับการรับรู้รายได้ของบริษัทต่อเนื่องไปจนถึงปี 2573
นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับงานเพิ่มเติมจากการไฟฟ้านครหลวง ในโครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินบริเวณถนนศรีนครินทร์ มูลค่าประมาณ 1,090 ล้านบาท ผ่านรูปแบบกิจการร่วมค้า โดยงานดังกล่าวยังไม่รวมอยู่ใน Backlog ณ สิ้นไตรมาส 1/2569
สำหรับแนวโน้มช่วงที่เหลือของปี 2569 บริษัทคาดว่าผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง และประเมินว่ารายได้รวมทั้งปี 2569 จะเติบโตประมาณ 10% จากปีก่อน โดยในช่วงกลางปีถึงปลายปี บริษัทจะติดตามงานประมูลภาครัฐหลายโครงการ อาทิ โครงการทางพิเศษกะทู้-ป่าตอง จังหวัดภูเก็ต มูลค่ารวมประมาณ 14,000 ล้านบาท ซึ่งมีส่วนงานอุโมงค์ประมาณ 5,000-6,000 ล้านบาท โครงการโรงไฟฟ้าสูบกลับของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยที่เขื่อนจุฬาภรณ์ จังหวัดชัยภูมิ มูลค่าประมาณ 12,000 ล้านบาท รวมถึงงานสายไฟฟ้าลงใต้ดินของการไฟฟ้านครหลวง และงานเขื่อนของกรมชลประทาน
ขณะเดียวกัน RT ยังเดินหน้าพัฒนาธุรกิจ New S-Curve ผ่านบริษัท RT Geothermal โดยมุ่งเน้นธุรกิจพลังงานความร้อนใต้พิภพ ระบบ Ground Source Heat Pump สำหรับการทำความเย็น รวมถึงการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลขนาดใหญ่เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าโรงงานอุตสาหกรรม นิคมอุตสาหกรรม โรงพยาบาล และ Data Center โดยบริษัทมองว่าธุรกิจดังกล่าวมีศักยภาพเติบโตในอนาคต และสามารถต่อยอดจากความเชี่ยวชาญด้านงานใต้ดินและวิศวกรรมเฉพาะทางของบริษัทได้
ทั้งนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนท่ามกลางความผันผวนของราคาพลังงานและวัสดุก่อสร้าง โดยจะนำเทคโนโลยี ระบบ ERP และ AI เข้ามาสนับสนุนการทำงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ควบคุมต้นทุน และรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับเหมาะสม

