
ทรัมป์สร้างความบรรลัย?
ครั้งนี้เป็นอีกครั้งที่คนทั่วโลกสาปแช่งถ้อยแถลงของพ่อใหญ่ทรัมป์กันอย่างดุเดือด เพราะตาแก่คนนี้กลายเป็นคนที่หลงลืมคำพูดของตัวเองที่เคยพ่นน้ำลายไว้หมดสิ้น
ครั้งนี้เป็นอีกครั้งที่คนทั่วโลกสาปแช่งถ้อยแถลงของพ่อใหญ่ทรัมป์กันอย่างดุเดือด เพราะตาแก่คนนี้กลายเป็นคนที่หลงลืมคำพูดของตัวเองที่เคยพ่นน้ำลายไว้หมดสิ้น แถมยังข่มขู่ทั่วโลกให้ยอมสยบอยู่แทบเท้าแบบนี้ คงไม่มีใครอยากไปยุ่งเกี่ยวด้วยทั้งนั้น เพราะมีแต่เปลืองตัว แถมยังถูกใช้เป็นเบี้ยเพื่อให้ไปตายแทน มันคือพฤติกรรมของคนบ้าอำนาจที่พร้อมทำทุกอย่างเพื่อยืนเหนือคนอื่นพะยะค่ะ
โดยเรื่องที่ “โมนิก้า” รับไม่ได้สุด ๆ คือ วันก่อนยังแย้มว่าสงครามใกล้จบ และพร้อมจะถอนตัวออกจากตะวันออกกลาง แต่กลางดึกวันก่อนดันโพร่งออกมาว่า เตรียมที่จะถล่มอิหร่านระลอกใหม่ให้สิ้นซาก และจะบอมบ์โรงกลั่นน้ำมันไม่ให้เหลือสักแห่ง พร้อมกับย้ำว่า จะทำให้อิหร่านกลับไปสู่ยุคหินแบบนี้..อีฉันมองเป็นพฤติกรรมอุบาทว์สุด ๆ ของคนที่เรียกตัวเองเป็นตำรวจโลกนะจะบอกให้
ถึงกระนั้นก็ยังมีข่าวดีให้ชื่นใจได้นิดหนึ่งคือ เรือบรรทุกน้ำมันของประเทศไทยเริ่มแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้แล้ว ซึ่งทำให้เชื่อว่า ประเทศเราจะไม่ขาดแคลนน้ำมันเหมือนช่วงแรก ๆ ที่หวาดวิตก แต่สิ่งที่ต้องทำต่อหลังจากนี้คือ น้ำมันแพงจะแก้กันอย่างไร? เพราะดูเหมือนราคาจะขึ้นไม่หยุด แถมตอนนี้ยังมีการอุ้มดีเซลอยู่อีก 17.78 บาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่ทำให้ผู้คนคิดกันไปแล้วว่า น้ำมันดีเซลจะขึ้นไปถึง 60 บาทไงล่ะจ๊ะ
ด้วยเหตุนี้ถึงทำให้ผู้คนมากมายด่าทรัมป์ไม่เลิกสักที เพราะเป็นต้นเหตุที่ก่อให้เกิดวิกฤตพลังงานทั่วโลก แถมขรัวเฒ่ายังลอยหน้าลอยตาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตลาดหุ้นทั่วโลกเลยมีความผันผวนอีกครั้ง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่หุ้นไทยย่อตัวลงมาปิดที่ระดับ 1,465.72 จุด ลบไป 5.27 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5.52 หมื่นล้านบาท เพราะเป็นไฟต์บังคับที่ทำให้นักลงทุนสถาบันต้องขายหุ้นออกมาบางส่วน เพื่อลดความเสี่ยงเจ้าค่ะ
เหมือนกับการย่อตัวของหุ้น ADVANC ก่อนจะยืนปิดที่ระดับ 364 บาท ลบไป 1 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.90 พันล้านบาท ล้วนเป็นผลมาจากความกังวลว่า กำไรไตรมาส 1 ปี 69 เมื่อเทียบกับ ไตรมาส 4 ปี 68 จะลดเกิน 5% ซึ่งเป็นโมเมนตัมที่บังคับให้นักเล่นขายหุ้นออกมาก่อน ต่อจากนั้นค่อยไปรอดูเรื่องจริง ๆ ว่าเป็นเช่นไร? ขณะเดียวกันก็ต้องดูว่า จุดเด้งครั้งก่อนที่ 360 บาท ยังทำงานได้ดีอะป่าว?
ส่วนรายที่ทำให้เกิดอาการฝันค้างสำหรับอีฉัน คงหนีไม่พ้นเจ้าจำปี THAI เพราะวันก่อนเพิ่งขยับเป็นล่ำเป็นสัน แต่วานนี้กลับโดนขายแบบจริงจัง จนราคาหุ้นลงมากองอยู่ที่ระดับ 6.20 บาท ลบไป 0.20 บาท หรือลงไป 3.15% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 231 ล้านบาท พร้อมกับดับความหวังที่จะได้เห็นหุ้นขึ้นเรื่อย ๆ หลังราคาน้ำมันยังแพงหูฉี่ แถมสงครามก็ยังยืดเยื้อต่อไป ส่งผลให้ราคาหุ้นต้องต่ำเรี่ยดินต่อไปไม่มีกำหนดนะคะ
อีกรายที่น่าเห็นใจก็คือน้องมิ้น MINT เพราะในช่วง 1 เดือนนิด ๆ ต้องเผชิญกับแรงกดดันรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสงคราม หรือเรื่องนักท่องเที่ยว ล้วนเป็นตัวแปรที่กระทบกับกำไรของบริษัทเต็ม ๆ แถมวันนี้ต้นทุนในการทำธุรกิจอาหารก็สูงขึ้นไม่หยุด จนทำให้กำลังซื้อหดหายไปมากแบบนี้ อีฉันจึงเข้าใจทันว่า การยืนปิดได้ที่ระดับ 22.10 บาท ลบไป 0.30 บาท หรือลงไป 1.35% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 569 ล้านบาท เป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ ในภาวะเช่นนี้ค่ะ
ตบท้ายกันที่หุ้นน้องใหม่ UNIX กันอีกสักวัน เนื่องจากอีฉันแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองที่เห็นหุ้นยืนปิดในระดับ 1.76 บาท ลบไป 0.18 บาท หรือลงไป 9.30% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 246 ล้านบาท เพราะมันเป็นการเทรดบน PE 6 เท่า และเป็นการยืนต่ำกว่า IPO 1.89 บาทแบบงง ๆ “โมนิก้า” เลยเกิดอาการไปไม่เป็น พร้อมกับตั้งคำถามเกิดอะไรขึ้นกับหุ้นตัวนี้? จึงอยากให้ข้อคิดนักเล่นสักนิดหนึ่งว่า “ถูกและดี” ยังไม่กล้าซื้อกันอีก น้องโมก็ไม่รู้จะพูดอย่างไรแล้วล่ะค่ะ
โมนิก้าและทีมงาน