‘ไทย’ ก้าวสู่ศูนย์กลางความมั่งคั่งใหม่.!?

ขณะที่โลกเผชิญความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ “ประเทศไทย” กำลังถูกจับตามองในฐานะ “โอเอซิส” แห่งใหม่ของเหล่าอภิมหาเศรษฐี (UHNWIs) ทั่วโลก


ขณะที่โลกเผชิญความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ “ประเทศไทย” กำลังถูกจับตามองในฐานะ “โอเอซิส” แห่งใหม่ของเหล่าอภิมหาเศรษฐี (UHNWIs) ทั่วโลก รายงานล่าสุดจากไนท์แฟรงค์ (Knight Frank) ไม่เพียงแต่เป็นตัวเลขทางสถิติ แต่มันคือสัญญาณเตือนว่าโครงสร้างเศรษฐกิจไทย จะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงภายในปี 2574 โดยจะเห็นการเติบโตของเศรษฐีระดับ 1,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 26% เป็นตัวเลขสะท้อนว่า “เสน่ห์ของไทย” ไม่ได้หยุดอยู่แค่รอยยิ้มหรืออาหารรสจัดอีกต่อไป

ปัจจุบันนิยามของ “บ้าน” สำหรับกลุ่มมั่งคั่ง ไม่ได้จำกัดอยู่ที่สัญชาติเดียวอีกต่อไป เทรนด์การใช้ชีวิตแบบเคลื่อนที่สูงทำให้ไทยกลายเป็นฐานที่มั่นที่สำคัญ ด้วยความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานระดับลักซ์ชัวรี่ และความปลอดภัยที่เป็นเลิศ ทำให้มหาเศรษฐีจากยุโรป ตะวันออกกลางและเอเชีย เลือกที่จะ “ปักหมุด” ในไทย ในฐานะบ้านหลังที่ 2 หรือ 3 เพื่อใช้ชีวิตสลับกับการทำธุรกิจทั่วโลก

“ราคาที่อยู่อาศัยระดับไฮเอนด์” ในไทยขยับตัวขึ้น 6.3% เป็นสัญญาณว่าดีมานด์ไม่เคยหลับใหลไม่ว่าจะเป็นคอนโดมิเนียมซูเปอร์ไพรม์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา หรือแบรนด์เรสซิเดนซ์ (Branded Residences) ในภูเก็ตและสมุย สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่มันคือ “สินทรัพย์ที่บริหารจัดการโดยมืออาชีพ” ที่ให้ทั้งความภูมิใจและมูลค่าที่เพิ่มขึ้นตามกาลเวลา ท่ามกลางภาวะขาดแคลนบ้านหรูพร้อมอยู่ระดับสากล “ไทย” จึงกลายเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ของนักช้อปอสังหาริมทรัพย์ ระดับโลก

สิ่งที่ทำให้ไทยโดดเด่นกว่าสิงคโปร์หรือฮ่องกง คือความแข็งแกร่งด้าน Wellness & Healthcare ที่ไม่ได้ขายแค่การรักษาโรค แต่ขาย “อายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ” การเชื่อมโยงระหว่างอสังหาริมทรัพย์ เข้ากับศูนย์สุขภาพระดับโลก กลายเป็นโมเดลธุรกิจที่ดึงดูดเม็ดเงินมหาศาล และเป็นปัจจัยหลักทำให้กลุ่มมั่งคั่งตัดสินใจย้ายถิ่นฐานมายังประเทศไทย

ในอดีตมหาเศรษฐีอาจเลือกสิงคโปร์ในการบริหารความมั่งคั่ง แต่ปัจจุบันไทยเริ่มมีบทบาทในการรองรับ Family Office มากขึ้น เนื่องด้วยทำเลยุทธศาสตร์ที่เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างจีนและอินเดีย รวมถึงโอกาสการลงทุนธุรกิจใหม่ ๆ เช่น โลจิสติกส์ การท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์แบบ Value-add ที่ให้ผลตอบแทนที่น่าจูงใจ มากกว่าตลาดที่อิ่มตัวแล้วในประเทศอื่น

พฤติกรรมผู้บริโภคหรูเปลี่ยนจากการสะสมสิ่งของ (Materialistic) สู่การสร้างประสบการณ์ (Experiential) และการพัฒนาศักยภาพตนเอง ไทยมีความได้เปรียบด้วยทรัพยากรธรรมชาติและแบรนด์โรงแรมชั้นนำที่สามารถสร้างประสบการณ์ “เหนือระดับ” ไม่ว่าจะเป็นรีสอร์ตในป่าลึก ที่เงียบสงบหรือโรงแรมหรูใจกลางเมืองที่ทันสมัย

การที่อภิมหาเศรษฐีทั่วโลกทะลักเข้าสู่ไทยเฉลี่ย 89 คนต่อวัน (ในระดับสากล) และไทยกำลังจะเติบโตแบบก้าวกระโดดอีก 6 ปีข้างหน้า คือ บทพิสูจน์ถึงความยืดหยุ่น (Resilience) ของเศรษฐกิจไทย แม้เราจะเผชิญกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อหรือปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ แต่ด้วยคุณภาพชีวิตที่สูง และมูลค่าระยะยาวที่จับต้องได้ ทำให้ไทยยังคงเป็น “แม่เหล็ก” ที่ทรงพลังยิ่ง..

อย่างไรก็ตามความท้าทายที่สำคัญคือการทำให้การไหลเข้าของความมั่งคั่งนี้ กระจายตัวลงสู่ฐานรากของเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง หากเราสามารถบริหารจัดการแรงเหวี่ยงนี้ได้ ประเทศไทย จะไม่ใช่เพียงแค่ทางผ่านของเงินทุน แต่จะเป็น “บ้าน” ที่สร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนในอนาคต…!!!

Back to top button