สังคมข่าวหุ้น

ตลาดหุ้นไทยวานนี้ (28 เม.ย.) ปิดแบบ “ยิ้มบาง ๆ” ที่ระดับ 1,480.20 จุด ขยับขึ้นมาเล็กน้อย 1.07 จุด หรือ +0.07% ด้วยมูลค่าการซื้อขายรวม 60,040.99 ล้านบาท


ตลาดหุ้นไทยวานนี้ (28 เม.ย.) ปิดแบบ “ยิ้มบาง ๆ” ที่ระดับ 1,480.20 จุด ขยับขึ้นมาเล็กน้อย 1.07 จุด หรือ +0.07% ด้วยมูลค่าการซื้อขายรวม 60,040.99 ล้านบาท โดยหุ้นที่คึกคักที่สุดในกระดาน 5 อันดับแรก นำโดย DELTA ปิดที่ 310.00 บาท ราคาไม่ขยับ แต่เงินไหลเข้าไม่เบา มูลค่าซื้อขาย 4,439.01 ล้านบาท ตามด้วย KBANK ปิดที่ 194.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.50 บาท มูลค่าซื้อขาย 4,011.63 ล้านบาท แบงก์ใหญ่ยังเดินหน้าแบบไม่แคร์อากาศ ต่อมา PTT ปิดที่ 35.25 บาท ราคาเท่าเดิม มูลค่าซื้อขาย 3,029.42 ล้านบาท ทรงนิ่ง ๆ แต่ยังเป็นหุ้นที่คนแวะเวียนตลอด ส่วน PTTEP ปิดที่ 151.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท มูลค่าซื้อขาย 2,590.09 ล้านบาท ซึ่งกลุ่มพลังงานยังพอมีแรงให้ลุ้น และสุดท้าย ADVANC ปิดที่ 349.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท มูลค่าซื้อขาย 2,532.91 ล้านบาท สายสื่อสารยังยืนหนึ่งแบบสุขุม

ครม. เห็นชอบวาระแห่งชาติพลังงาน มอบ “กพช.” เดินหน้าคุมค่าไฟครัวเรือน 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย เริ่มรอบบิล มิ.ย. 2569คาดช่วยลดภาระประชาชนราว 20 ล้านครัวเรือน บล.เอเซีย พลัส มองมาตรการดังกล่าวเป็นการช่วยเหลือผ่านกลไกภาครัฐ และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) โดยใช้งบประมาณเป็นหลัก ทำให้เบื้องต้นคาดจะไม่กระทบโดยตรงต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า SPP เช่น BGRIM และ GPSC ซึ่งเน้นขายไฟให้ลูกค้าอุตสาหกรรม ขณะที่กลุ่ม Solar Rooftop และ EPC เช่น GUNKUL คาดได้อานิสงส์เชิงบวกจากการเร่งขั้นตอนอนุญาตแบบ One Stop Service และแรงจูงใจติดตั้งที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะครัวเรือนและ SME ทั้งนี้ คงน้ำหนักลงทุนกลุ่มโรงไฟฟ้า “เท่าตลาด” พร้อมแนะหาจังหวะเก็งกำไร GPSC และ BGRIM ตามรอบผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ที่คาดฟื้นตัว ขณะที่หุ้นเด่นฝั่งโซลาร์ยังเลือก GUNKUL เป็นตัวรับกระแสนโยบาย

ผู้ถือหุ้นบมจ.ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (TEGH) พร้อมใจโหวตผ่านมติจ่ายเงินปันผลงวดปี 2568 ในอัตรา 0.22 บาทต่อหุ้น โดยมีกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 22 พ.ค.นี้ ด้าน “สินีนุช โกกนุทาภรณ์” แม่ทัพหญิงของบริษัท เผยว่า ปี 2569 บริษัทตั้งเป้ารายได้แตะระดับ 22,000 ล้านบาท เติบโตประมาณ 10% แม้ภาพรวมเศรษฐกิจยังมีความผันผวน สำหรับแนวโน้มธุรกิจปีนี้ บริษัทคาดว่ายอดขายยางแท่งจะเพิ่มขึ้นแตะระดับ 280,000-290,000 ตัน ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดใหม่ (All Time High) จากแรงหนุนของการเติบโตในอุตสาหกรรมยางล้อ พร้อมเดินหน้าขยายกำลังการผลิตตามแผนที่วางไว้ นอกจากนี้ ยังเตรียมนำบริษัทลูก “TEBP” เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ภายในปีนี้ ตามแผน Spin-Off เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาวอีกด้วย

ช่วงนี้เป็นเทศกาลจ่ายปันผล แบบนี้ท่านผู้อ่านของเจ๊ต้อง “รวยไม่ไหว” แน่ ๆ เลยใช่มั้ยเจ้าคะ

ดวงดี

Back to top button