
พาราสาวะถี
เมื่อการเมืองมีแนวโน้มจะเข้าสู่ภาวะใช้วิธีการโสมมในการตอบโต้กันมากขึ้น ทางเลือกของ อนุทิน ชาญวีรกูล ที่ต้องการจะสร้างภาพรัฐบาลน้ำดีอันเนื่องมาจากต้นทุนที่ให้การหนุนหลังนั้นสูงลิบ
เมื่อการเมืองมีแนวโน้มจะเข้าสู่ภาวะใช้วิธีการโสมมในการตอบโต้กันมากขึ้น ทางเลือกของ อนุทิน ชาญวีรกูล ที่ต้องการจะสร้างภาพรัฐบาลน้ำดีอันเนื่องมาจากต้นทุนที่ให้การหนุนหลังนั้นสูงลิบ จึงต้องพยายามหาหนทางในการที่จะทำให้เรื่องการเมือง ประเด็นความขัดแย้ง หรือการโต้ตอบกันทั้งหลาย กลายเป็นเรื่องรอง หามุมที่จะมาช่วยดึงดูดเร้าความสนใจของผู้คนได้ดีกว่า นั่นจึงเป็นที่มาของ การฟื้นฟูบทบาทคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ หรือ กรอ.
มีการประชุมนัดแรกกันไปเรียบร้อยแล้วเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ชัดเจนว่า เสี่ยหนูขอเข้ามามีบทบาทนำอย่างเต็มตัว ตั้งแต่ประกาศทำหน้าที่เซลส์แมนประเทศ พร้อมดึงงานกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกหรืออีอีซี ในมือของ พิพัฒน์ รัชกิจประการ มาดูแลด้วยตัวเอง โดยผู้ช่วยสำคัญของท่านผู้นำที่จะเข้ามาขับเคลื่อนเวที กรอ.ให้ทำงานเต็มสูบหนีไม่พ้น เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรัฐมนตรีคลัง ในฐานะรองประธานกรรมการ กับ ดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่ทำหน้าที่เลขานุการคณะกรรมการ
บรรดาผู้อาวุโสทางด้านเศรษฐกิจของประเทศทั้งหลาย คงนึกย้อนกลับไปในยุคสมัยของรัฐบาล พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ที่ใช้กลไกของ กรอ.ในการแก้ไขพัฒนาเศรษฐกิจ และเดินหน้าผลักดันให้ไทยก้าวขึ้นเป็นเสือตัวที่ 5 ของเอเชียในขณะนั้น ซึ่งการฟื้นคืนชีพของ กรอ.ในยุคอนุทินก็มีความคล้ายคลึงกัน โดยมีการแต่งตั้งอนุกรรมการขึ้นมา 4 คณะเช่นเดียวกันกับยุคป๋าเปรม เพียงแต่แตกต่างกันตามบริบทการเปลี่ยนแปลงของโลกนั่นเอง
โดยยุคป๋าเปรมจะมีคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ คณะกรรมการร่วมภาครัฐ ภาคเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจหรือ กรอ. คณะกรรมการพัฒนาชนบทแห่งชาติ และคณะกรรมการพัฒนาพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออกภาคตะวันออก หรือที่คุ้นหูกันในนามอีสเทิร์น ซีบอร์ด ขณะที่ กรอ.ยุคอนุทินมีการตั้งอนุกรรมการขึ้นมา 4 คณะ เพื่อให้การขับเคลื่อนการพัฒนาไปสู่เป้าหมายได้อย่างชัดเจน พร้อมมอบหมายให้จัดทำประเด็นการขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์และจัดลำดับความสำคัญประเด็นการขับเคลื่อนทั้งระยะเร่งด่วน หรือ Quick Big Win และบิ๊กวินระยะสั้น กลาง และระยะยาว
การกำหนดเป้าหมาย ตัวชี้วัด พร้อมแผนการดำเนินงาน และให้รายงานต่อ กรอ.ทุก 2 เดือน ความน่าสนใจอยู่ที่ผู้ทำหน้าที่ประธานของคณะอนุกรรมการทั้ง 4 คณะ ที่ อนุทินเลือกใช้บริการรัฐมนตรีภาพลักษณ์ดีในรัฐบาลทั้งหมด และอาจเป็นภาพสะท้อนถึงความตั้งใจที่ จะแก้ปัญหาบ้านเมือง มากกว่าทำเรื่องการเมือง นั่นก็คือ การตั้ง ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการ อว.เป็นประธานอนุกรรมการด้านการยกระดับทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาเทคโนโลยี ถือว่าเป็นการใช้คนที่ถูกกับงาน
ขณะที่ 3 อนุกรรมการที่เหลือ เอกนิตินั่งเป็นประธานคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการลงทุนใหม่ของประเทศ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และรัฐมนตรีพาณิชย์ เป็นประธานอนุกรรมการด้านการพัฒนาการค้า การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจชุมชน ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย เป็นประธานอนุกรรมการด้านการพัฒนาการอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ ที่ทางพรรคแกนนำหรือรัฐบาล หรือแม้แต่พรรคเพื่อไทยต้องการจะจัดการเรื่องนี้ คือ การแก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการค้า และการลงทุน
กรอ.ที่อนุทินดึงกลับมาให้มีบทบาทในการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจหนนี้ หลังจากที่ถูกลดบทบาทไปนับตั้งแต่ผ่านพ้นวิกฤตต้มยำกุ้ง น่าจับตาว่า จะสามารถสร้างผลงานให้เกิดเป็นรูปธรรมได้หรือไม่ ต้องไม่ทำงานเป็นเสือกระดาษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเอาภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมที่เสี่ยหนูย้ำแล้วย้ำอีกว่า จะต้องมาทำงานเชิงรุก เสนอแนะ และมีส่วนร่วมไปจนถึงภาคปฏิบัติให้สัมฤทธิ์ผล ซึ่งเสียงสะท้อนที่ถูกส่งมานั้น รัฐบาลต้องพิสูจน์ให้เห็นว่ารับฟัง และนำไปแก้ไขจริง
เป้าหมายใหญ่จากการประชุมนัดแรก ทั้งการยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศ มุ่งสู่การเป็นประเทศรายได้สูงภายใน 12 ปี การเติบโตทางเศรษฐกิจสูงกว่าร้อยละ 3 ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันให้อยู่ใน 20 อันดับแรกของโลก จะต้องไม่ใช่แค่การวาดฝันแล้วทำไม่สำเร็จ เป็นที่รับรู้กันว่าถ้าจะอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกื้อหนุนรัฐบาล โดยไม่มีการจ้องเตะตัดขา ไม่มีรัฐบาลไหนที่ได้แรงหนุนมหาศาลเท่ารัฐบาลภายใต้การนำของอนุทินอีกแล้ว นับตั้งแต่รัฐบาลอายุสั้นจนมาถึงรัฐบาลอำนาจเต็มในปัจจุบัน
ส่วนเรื่องการเมือง ปมแก้รัฐธรรมนูญไม่ต้องแปลกใจที่คนของพรรคภูมิใจไทย จะดักคอ แสดงความกังวลต่อการเดินหน้าที่จะให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญหรือ ส.ส.ร. ด้วยเหตุผลที่ว่าได้หารือกับประธานและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ไม่ได้ขัดต่อคำวินิจฉัยเนื่องจากไม่ได้ให้ประชาชนเข้ามาเลือก คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ รู้กันอยู่ต่อให้นำเสนอหลักการสวยหรูขนาดไหน คงไม่มีใครโง่ที่จะไปแก้สิ่งที่เป็นมรดกของอนุรักษ์นิยมที่คุ้มกะลาหัว และยังถือว่าเป็นกฎหมายสูงสุดที่พรรคสีน้ำเงินได้รับประโยชน์ไปเต็ม ๆ
ถ้ายืมคำพูดของ สมศักดิ์ เทพสุทิน ในวันที่สังกัดพรรคพลังประชารัฐในนามพรรคของเผด็จการสืบทอดอำนาจก็คือ “รัฐธรรมนูญฉบับนี้ร่างมาเพื่อพวกเรา” ถือเป็นภาพอันเด่นชัด กลไกที่ถูกออกแบบมาเพื่อการคงอยู่ของคนในเครือข่ายอนุรักษ์นิยมไม่มีทางที่จะแตะต้องได้ ต่อให้พรรคสีน้ำเงินยอมรอมชอมเรื่อง ส.ส.ร. สุดท้ายเมื่อเสียง 1 ใน 3 ของ สว.ที่จะต้องเห็นชอบกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 1 และ 3 ของการประชุมร่วมรัฐสภาคือตัวตัดสิน เดินหน้ากันยังไงก็ได้แค่นั้น เมื่อรู้กันอยู่ว่าปลายทางมันคือทางตันชัด ๆ
อรชุน