พาราสาวะถี

โทษใครคงไม่ได้กับ ความนิยมที่หล่นวูบอย่างน่าใจหาย ทั้งที่เพิ่งคว้าชัยชนะอย่างถล่มทลาย ประกาศก้องอย่างภาคภูมิใจว่า คนส่วนใหญ่ให้การยอมรับ และเชื่อมั่นในฝีมือ


โทษใครคงไม่ได้กับ ความนิยมที่หล่นวูบอย่างน่าใจหาย ทั้งที่เพิ่งคว้าชัยชนะอย่างถล่มทลาย ประกาศก้องอย่างภาคภูมิใจว่า คนส่วนใหญ่ให้การยอมรับ และเชื่อมั่นในฝีมือ จึงทำให้พรรคภูมิใจไทยกวาดที่นั่งสส.ได้ถึง 192 เก้าอี้ ส่งผลให้ อนุทิน ชาญวีรกูล ก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีอำนาจเต็มอย่างเต็มภาคภูมิ หลังจากถูกก่นด่าสารพัดจากความเป็นผู้นำรัฐบาลอายุสั้น จากการผลักดันของพรรคประชาชน แต่กลายเป็นว่า บริหารงานก้นหม้อไม่ทันดำ กลับเจอแต่เรื่องฉาวโฉ่ไม่เว้นวัน

สิ่งสำคัญคือ สารพัดเรื่องราวที่เกิดขึ้นในห้วงระยะเวลาอันสั้นและรวดเร็ว สร้างปัญหาให้กับรัฐบาลสีน้ำเงินนั้น ล้วนแต่เป็นปมที่อยู่ภายในกระทรวงมหาดไทย ภายใต้ความรับผิดชอบของเสี่ยหนูทั้งสิ้น สะท้อนให้เห็นว่า ทั้งที่กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ มีโคตรคอนเนคชั่น แต่กลับไม่สามารถบริหารจัดการอำนาจของตัวเองให้เป็นหนึ่งได้ ไม่ว่าจะยืนยันความรักใคร่กลมเกลียวกับ เนวิน ชิดชอบ ขนาดไหน แต่ภาพที่ปรากฏต่อสาธารณชน มันโกหกกันไม่ได้

จริงอยู่เพื่อการได้ไปต่อ และดูแลผลประโยชน์ทั้งหลาย ยังไงเสียน้องหนูกับพี่เนก็ต้องหันหน้ามาคุยกัน แต่ในเชิงการทำงาน อำนาจที่ล้ำเส้น หรือการจัดการที่ได้เดินไปแล้ว ถามว่าฝ่ายไหนจะเป็นคนยอมถอย ในเมื่อทุกอย่างล้วนแต่มีต้นทุนจากที่ได้ตัดสินใจไปแล้ว การพบกันครึ่งทางด้วยการปล่อยให้สิ่งที่ได้ทำมาดำเนินต่อไป จะสร้างความอึดอัดในการทำงานหรือไม่ เพราะ ไม่ใช่แค่ความหวาดระแวงต่อกันในหมู่ข้าราชการทั้งระดับบริหารและปฏิบัติการเท่านั้น ฝ่ายการเมืองคงไม่ต่างกัน

ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เวลานี้จะเกิดกระแสข่าวเรื่อง การเปลี่ยนตัวนายกฯ อาจดูเร็วไป ฝ่ายกองเชียร์ผู้ภักดีย่อมมองไม่เห็นว่า แค่ความขัดแย้งภายในเท่านี้จะสั่นคลอนกันได้ถึงขนาดนั้นเชียวหรือ ความจริงมีการมองไปถึงประเด็นที่รัฐบาลถูกร้อง โดยอนุทินอยู่ในข่ายที่อาจได้รับผลกระทบต่อเก้าอี้ผู้นำ หนึ่งคือเรื่อง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดวินิจฉัยชี้ขาดในวันพฤหัสบดีนี้ (9 กรกฎาคม) ปม 2 แสนล้านบาทที่กู้เพื่อใช้ในโครงการไทยช่วยไทยพลัสไม่เป็นปัญหา แต่สองแสนล้านหลังที่อ้างว่าจะนำไปใช้เพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานนั้น ต้องลุ้นว่าศาลจะมีความเห็นเป็นอย่างไร

จุดชี้วัดคือ มีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องออกเป็นพ.ร.ก.หรือไม่ ในกรณีนี้คนส่วนใหญ่มองว่า ยังไงก็รอด รอดูแค่ว่าผลที่ออกมาจะมีคำอธิบายต่อกรณีความจำเป็นเร่งด่วนอย่างไรเท่านั้น ถ้าผ่านตรงนี้ไปได้ ไม่น่าจะมีอะไรที่ทำให้ต้องสะดุด อย่าลืมว่า มีประเด็นฮั้วสว.ที่กกต.พยายามยึดยื้อกันอยู่ในตอนนี้ นั่นก็เป็นจุดเปราะบางที่เสี่ยงกระทบต่อเก้าอี้นายกฯ ของอนุทินไม่น้อย แม้ว่าเสียงส่วนใหญ่จะชี้ไปในทิศทางเดียวกัน ไม่มีวันที่กลไกของเผด็จการสืบทอดอำนาจซึ่งวางไว้ จะหันปลายดาบมาทิ่มแทงพวกเดียวกันอันเป็นสายตรงอนุรักษ์นิยมของแท้

ไม่ว่าอะไรจะสร้างความระคายเคืองให้กับพรรคสีน้ำเงินและอนุทินได้หรือไม่ ในทางการเมืองถ้ามองไปถึงสภาพปัญหาที่เป็นอยู่ ณ ปัจจุบัน ประเมินกันด้วยผลจากการดำเนินการทั้งปฏิบัติการณ์ข่าวสารหรือไอโอเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากเรื่องที่ถูกฉุดคะแนนนิยม ความพยายามที่จะผุดโครงการสารพัดในช่วงนี้เพื่อหวังลบภาพด้านลบ และชูความเป็นผู้นำที่มีความตั้งใจทำงานของเสี่ยหนู แต่ดูมุมไหน เสียงหนุนที่เคยดังกลับไม่กระหึ่มเหมือนที่ผ่านมา

มิหนำซ้ำ ยังพบว่าเรื่องร้อนทั้งหลายที่เกิดขึ้น เริ่มสร้างหรือบางส่วนได้ทำลายความไว้วางใจ หรือความหวังที่ต้องการจะเห็นพรรคสีน้ำเงินเข้ามาเป็นตัวแทนของอนุรักษ์นิยม เดินหน้าประชานิยมจำแลงล้มความเชื่อถือที่เคยมีต่อ ทักษิณ ชินวัตร และพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้ริเริ่มประชานิยมให้สิ้นซาก กลายเป็นความไม่ไว้วางใจ ลามไปถึงเริ่มเชื่อกันว่า นักการเมืองที่มองเรื่องผลประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้อง ยังไงก็ต้องหาทางที่จะทำเรื่องเช่นนั้นอยู่ตลอดเวลา โดยมองไม่เห็นหัวประชาชน

ข่าวที่ว่ามีการวางตัวนายกฯ สำรองไว้แล้วกรณีเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง จึงเป็นสิ่งที่ไม่ได้เหนือความคาดหมาย เพียงแต่อาจเกิดข้อคำถามกับข่าวที่เกิดขึ้นผู้นำคนใหม่อักษรย่อ “ศ.” คือใคร เพราะมองไปยังแคนดิเดตนายกฯ ที่ส่งชื่อตอนเลือกตั้งของสองพรรคแกนนำเวลานี้ หากการเลือกนายกฯ คนใหม่ยังใช้กลไกของสภาฯ และพรรคร่วมรัฐบาลยังเป็นสองพรรคหลักดังเดิม ภูมิใจไทยก็มีแค่ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว คนเดียว ส่วนเพื่อไทยก็เป็น ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์  สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ กับ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ไม่ใกล้เคียงแม้แต่น้อย

จากเกมการช่วงชิงจนฝ่ายอนุรักษ์นิยมสามารถกลับมากุมอำนาจได้แบบเบ็ดเสร็จทั้งสภาล่างและสภาสูง ถามว่าจะปล่อยให้ทุกอย่างหลุดลอยไปภายในระยะเวลาไม่ถึง 1 ปีเช่นนั้นหรือ ยิ่งเป็นพรรคสีน้ำเงินด้วยแล้วไม่มีทางที่จะทำให้เป็นเช่นนั้นได้ ยังไงเสียก็ต้องหาทางถูลู่ถูกังกันไปให้ถึงที่สุด อาจจะมีบาดแผลระหว่างทางหลังจากนี้ แต่ถ้าไม่ถึงขั้นล้มหมอนนอนเสื่อคงไม่มีวันที่จะมีการเปลี่ยนตัวผู้นำเป็นแน่ ถ้าสุดวิสัยจริงยังไงก็ต้องเป็นคนของพรรคแกนนำ นั่นก็คือสีหศักดิ์นั่นเอง

ความเป็นไปได้เรื่องอักษรย่อที่ปรากฏเป็นข่าว ถ้าไม่ใช่เรื่องนายกฯ คนนอกซึ่งคงไม่มีทางเป็นไปได้ ศ.ดังว่าน่าจะเป็นคำนำหน้าชื่อ ซึ่งจากแคนดิเดตนายกฯ ทั้ง 4 คนที่ว่ามา ก็มีเพียงแค่สีหศักดิ์กับยศชนันเท่านั้นที่มีเป็นศาตราจารย์ด็อกเตอร์ ภายใต้สถานการณ์ที่เป็นไป ภาวะที่เพื่อไทยตั้งใจทำงาน หวังสร้างผลงานให้เป็นที่ปรากฏ โดยมีด๊อกเตอร์เชนเป็นตัวชูโรง ยังไม่ใช่จังหวะรีบร้อนขึ้นชั้น เพราะตัวอย่างมีให้เห็นแล้วว่าคนของเพื่อไทยโดยเฉพาะจากเครือข่ายตระกูลชินวัตรก้าวขึ้นเป็นผู้นำแล้วสภาพตอนจบเป็นอย่างไร สู้อยู่บนภูดูเหล่าแกนนำพรรคสีน้ำเงินสางปัญหาอันเป็นสนิมจากเนื้อใน สนุกเร้าใจกว่ากันเยอะเลย

อรชุน

Back to top button