พาราสาวะถี

น่าสนใจไม่น้อยทั้งที่ อนุทิน ชาญวีรกูล เพิ่งประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดไปเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา พร้อมเห็นชอบในหลักการ ปฏิบัติการพิฆาตยาเสพติด


น่าสนใจไม่น้อยทั้งที่ อนุทิน ชาญวีรกูล เพิ่งประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดไปเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา พร้อมเห็นชอบในหลักการ ปฏิบัติการพิฆาตยาเสพติด โดยที่เสี่ยหนูประกาศกร้าวพร้อมนำทัพปราบปรามยาเสพติดด้วยตนเองในฐานะวาระแห่งชาติ นอกจากนั้น ยังได้เน้นย้ำในที่ประชุมว่า การแก้ปัญหายาเสพติด ต้องเน้นหนักด้านการปราบปรามและกำจัดที่ต้นตอ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ ความปลอดภัย และการลงทุนในประเทศไทย

แต่ปรากฏว่าผลสำรวจความคิดเห็นของสวนดุสิตโพลเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา กลับพบว่าเสียงของกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ถึง 75.09% มองว่า มีการปราบปรามต่อเนื่อง แต่ก็ยังแก้ปัญหาไม่ได้ ขณะที่ 65.82% เห็นว่า ควรจัดการผู้ค้ารายใหญ่และเครือข่ายต้นตอให้เด็ดขาด และ 62.90% ชี้ มีข่าวขนยาเสพติดบ่อยครั้ง ปัญหายังคงรุนแรงและน่ากังวล ที่อนุทินและรัฐบาลไม่ควรมองข้ามจากผลสำรวจความเห็นชุดนี้ก็คือ สาเหตุที่ทำให้ปัญหายาเสพติดยังแก้ไม่ได้

อันดับ 1 เชื่อว่าเป็นเรื่องของกฎหมาย บทลงโทษไม่รุนแรงพอ 75.62% ขณะที่อันดับ 2 และ 3 ถือเป็นโจทย์ที่รัฐบาลจะต้องนำไปเร่งดำเนินการแก้ไขถ้าต้องการให้ประชาชนเชื่อมั่นต่อนโยบายการปราบปรามยาเสพติด เพราะกลุ่มตัวอย่างเห็นว่า เจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนเกี่ยวข้อง รับผลประโยชน์ 71.73% และ รัฐบาลไม่เอาจริงเอาจังในการแก้ปัญหา 62.23% นั่นจึงส่งผลให้ประชาชนที่แสดงความเห็นว่า ไม่ค่อยเชื่อมั่นและไม่เชื่อมั่นเลยว่ารัฐบาลอนุทินจะแก้ปัญหายาเสพติดได้ รวมกันสูงถึง 78.60% มีเพียงแค่ 1.80% ที่เชื่อมั่นมาก และ 19.60% ค่อนข้างเชื่อมั่นว่าจะแก้ได้

รัฐบาลอาจมองว่าแค่ความเห็นของคนกลุ่มหนึ่ง จากสำนักโพลหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่คนทั้งประเทศ แต่อย่าลืมว่า ความเห็นเหล่านี้มันไม่น่าจะต่างจากคนส่วนใหญ่เท่าไหร่นัก เพราะ ตามชุมชน หมู่บ้านต่าง ๆ ย่อมรู้กันดีว่า ปัญหายาเสพติดได้ลดน้อยถอยไปหรือไม่ ข่าวของการจับกุมการลักลอบขนล็อตใหญ่ ๆ ที่เกิดขึ้น นั่นย่อมสะท้อนว่า มีความต้องการของมากขนาดไหน ดังนั้น จึงถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องรีบจัดการ เหมือนช่วงปลายรัฐบาล แพทองธาร ชินวัตร ที่ได้ประกาศสงครามกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง

ต้องเข้าใจว่าปัญหายาเสพติดนั้น มันคือพื้นฐานของการนำไปซึ่งการก่อให้เกิดอาชญากรรมและความรุนแรง สร้างความไม่ปลอดภัยในชีวิตประจำวัน รวมไปถึงทำลายความสัมพันธ์ในครอบครัว ยิ่งสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ อาจเป็นปัจจัยทำให้เกิดการเพิ่มจำนวนทั้งผู้เสพผู้ค้า เนื่องจากคุณภาพชีวิตที่ได้รับผลกระทบ การขยับของอนุทินจึงต้องไม่เป็นเพียงแค่อีเวนต์เพื่อทำให้เกิดกระแสในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น ต้องสั่งการ เปิดปฏิบัติการณ์ และมีเงื่อนเวลาในการประเมินผลการทำงานให้ชัดเจนด้วย

เมื่อผนวกเข้ากับเหตุแอร์โฮสเตสสาวขนเฮโรอีนเข้าประเทศออสเตรเลีย เท่ากับเป็นการทำลายภาพลักษณ์ของประเทศที่ถูกมองว่า เป็นต้นทางของแหล่งกระจายยาเสพติดไปยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ดังนั้น ปฏิบัติการพิฆาตยาเสพติด จึงไม่ใช่เพียงแค่การเห็นชอบในหลักการจากที่ประชุมซึ่งนายกฯ นั่งหัวโต๊ะเท่านั้น จะต้องถูกนำไปสู่ภาคปฏิบัติโดยเร็ว วิธีการไหนที่เคยใช้แล้วได้ผลก็ให้ดำเนินการทันที งานนี้ถ้าทำสำเร็จจะถือเป็นผลงานของพรรคภูมิใจไทยไปเต็ม ๆ เพราะกระทรวงและหน่วยงานด้านความมั่นคง หน่วยงานที่ปราบปรามยาเสพติดทั้งหมด อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคนพรรคสีน้ำเงินทั้งสิ้น

การเดินหน้าในเรื่องนี้จะต้องไม่เป็นการทำงานในลักษณะลูบหน้าปะจมูก เหมือนกรณีคดีลอบยิง กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ที่ทำไปทำมาคดีดูอืดอาด และทำท่าว่าจะชนตอ กระทั่ง เกิดข้อเรียกร้องจาก วันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกฯ เสนอให้ยุบกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรหรือกอ.รมน. ไม่ใช่การใช้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล แต่จากคดีดังกล่าว และการติดตามผลการปฏิบัติการในพื้นที่ มันทำให้เห็นว่าหน่วยงานแห่งนี้ไม่ใช่ที่พึ่งของประชาชน ในทางตรงข้ามอาจเป็นอันตรายกับประชาชนที่ถูกฝ่ายความมั่นคงของรัฐมองเป็นปฏิปักษ์กับระบบราชการอีกต่างหาก

ไม่เกี่ยวกับว่าจะอยู่คู่ประเทศไทยมานาน และมีภารกิจที่จะต้องทำมากน้อยขนาดไหนเหมือนที่อนุทินอ้าง แต่มันต้องทบทวนอำนาจ บทบาท หน้าที่ สิ่งที่ทำอยู่ในปัจจุบันมันสอดคล้องกับบริบทของประเทศที่เปลี่ยนไปหรือไม่ ถ้าพูดถึงความมั่นคง ความปลอดภัยของประชาชน หน่วยงานที่มีอย่างกองทัพ หรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ น่าจะทำได้ตรงจุดมากกว่า กอ.รมน.เหมือนถูกใช้เป็นเครื่องมือเพื่อสนองตอบความต้องการของฝ่ายกุมอำนาจมากกว่า

พอจะเข้าใจได้ถึงท่าทีอันแข็งขัน และแข็งกร้าวของอนุทินต่อการไม่รับข้อเสนอยุบของวันนอร์ ด้วยสายสัมพันธ์ที่ดี และการค้ำยันเก้าอี้ผู้นำประเทศและเสถียรภาพของรัฐบาล มันเป็นสิ่งที่เสี่ยหนูจะต้องแสดงออกมาเช่นนี้ ในทางกลับกันเมื่อมั่นใจว่าได้รับแรงหนุน และฝ่ายความมั่นคงให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ ท่านผู้นำก็ควรจะใช้โอกาสนี้ในการสั่งการ เปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด พร้อมขีดเส้นให้ตายให้เด็ดขาด ทุกอย่างจะต้องเห็นผลภายในระยะเวลาที่กำหนด ถ้าขยับกันแค่บนโต๊ะประชุมก็เปล่าประโยชน์

เรื่องร้อนมีให้รัฐบาลอนุทินแก้ไขไม่หยุดหย่อน ล่าสุดกับ เหตุการณ์ไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ใกล้ซอยลาดพร้าว 1 เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 32 คน บาดเจ็บกว่า 60 ราย ย่อมเป็นโจทย์ที่เสี่ยหนูจะต้องถกและสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบ ทำความจริงให้กระจ่าง และเยียวยาทั้งผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ จริงอยู่นี่เป็นอุบัติเหตุ แต่เหตุที่เกิดขึ้นย่อมเต็มไปด้วยคำถาม ทั้งเรื่องที่ เกี่ยวข้องกับความบกพร่อง ผิดพลาด ละเลยในการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่รัฐต่อสถานบันเทิงลักษณะนี้ รวมไปถึงข้อสงสัยอีกหลายประการที่จะตามมา งานนี้จะมีการสืบสาวราวเรื่องกันทุกซอกทุกมุม และนายกฯ จะไม่สามารถเลี่ยงตอบทุกคำถามได้เลย

อรชุน

Back to top button