
พาราสาวะถี
บอกแล้วว่ากรณีเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว จนมีคนเสียชีวิต 30 ศพเป็นอย่างน้อย บาดเจ็บอีกหลายสิบชีวิต หากสืบสาวราวเรื่องแล้วจะต้องพบความไม่ชอบมาพากล
บอกแล้วว่ากรณีเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว จนมีคนเสียชีวิต 30 ศพเป็นอย่างน้อย บาดเจ็บอีกหลายสิบชีวิต หากสืบสาวราวเรื่องแล้วจะต้องพบความไม่ชอบมาพากล การเลี่ยงบาลีหรือทำผิดกฎหมายไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง ล่าสุด อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ชี้แล้วว่า โรงเบียร์แห่งนี้ผิดกฎหมาย ประกอบกิจการผิดประเภท เพราะขอจดทะเบียนเป็นร้านอาหาร แต่จัดกิจกรรมคล้ายสถานบริการ ซึ่งองค์ประกอบจากที่เกิดเหตุเป็นหลักฐานชั้นดี
การมีดนตรีสด จำหน่ายสุรา มีการเต้นรำ เหล่านี้คือสถานบริการไม่ใช่ร้านอาหาร ความสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าประกอบกิจการผิดประเภทแล้ว ทำไมไม่ถูกตรวจสอบ หรือดำเนินการตามกฎหมาย ข้ออ้างอันคลาสสิคของฝ่ายรัฐก็คือ มีเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ หลังเกิดเหตุสลดแล้วถึงจะมาวิ่งไล่ตามตรวจสอบกันแบบละเอียดยิบ ทั้งที่ความจริงจะต้องดำเนินการเพื่อป้องกันเหตุร้ายไว้ก่อน ซึ่งก็ได้เห็นวิธีการทำงานแบบไฟไหม้ฟางแบบนี้มีตลอดหลังทุกเหตุการณ์ร้าย โดยเฉพาะกับเหตุไฟไหม้สถานบันเทิง
หลังจากนี้ในส่วนของกรุงเทพฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.ได้แจ้งแล้วว่า เจ้าหน้าที่ทั้ง 50 เขตจะต้องลงพื้นที่ตรวจสอบร้านในความรับผิดชอบของตัวเองทุกวัน หากพบกระทำผิดกฎหมายต้องดำเนินการเด็ดขาด เรื่องนี้คงต้องจับมือกับทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลเพื่อกวดขันให้เข้มข้นและต่อเนื่อง ส่วนต่างจังหวัดผู้ว่าราชการจังหวัดคงอยู่เฉยไม่ได้ ต้องสั่งการหรือจำเป็นต้องลงตรวจพื้นที่ด้วยตัวเอง ไม่ใช่แค่ป้องกันเหตุร้าย หลายแห่งอาจพบสิ่งผิดกฎหมายอื่นเป็นของแถม ด้วย
แน่นอนว่า การประกอบการสถานบริการในลักษณะนี้ จำนวนไม่น้อยเจ้าของมักอาศัยช่องโหว่ทางกฎหมาย ดำเนินกิจการโดยคิดแค่ว่าลงทุนน้อยกำไรงาม โดยไม่คำนึงถึงอันตรายของผู้ใช้บริการ ประชาชนเองอาจจะมีส่วนช่วยในการแจ้งเบาะแสสำหรับสถานประกอบการที่น่าจะเข้าข่ายผิดกฎหมาย เพื่อลดภาระงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งชอบอ้างกันว่ามีกำลังไม่เพียงพอ แต่ก็ต้องยอมรับกันว่า หลายพื้นที่เสียงของชาวบ้านอาจไม่ดังพอ เพราะฝ่ายบังคับใช้กฎหมายได้รับผลประโยชน์จากฝ่ายหลบเลี่ยงเป็นการปิดปาก นั่นเอง
ต้องยอมรับกันว่า นับตั้งแต่เข้ามาบริหารประเทศจากรัฐบาลอายุสั้น จนถึงรัฐบาลอำนาจเต็มเช่นทุกวันนี้ อนุทิน ชาญวีรกูล ถูกตั้งข้อสงสัยไม่น้อย ทั้งที่ ได้รับแรงสนับสนุนอันวิเศษแต่เหตุใดเมื่อเข้ามาบริหารประเทศถึงเจอแต่เรื่องร้าย ๆ อยู่เป็นประจำ ถึงกับตั้งคำถามว่าต้องทำบุญประเทศกันหรือไม่ แต่เสี่ยหนูยังใจดีสู้เสือบอกเพียงแค่ว่า “ทำความดีพอ” คงต้องเป็นเช่นนั้น หากสถานการณ์เหล่านั้นไม่ได้สั่นคลอนเสถียรภาพของรัฐบาล ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องตื่นตระหนกแต่อย่างใด
ปัญหาความมั่นคงของครม.เสี่ยหนู ไม่ได้อยู่ที่ปัจจัยภายนอก ทุกอย่างล้วนแต่เป็นเรื่องภายในทั้งสิ้น ทั้งภายในพรรคสีน้ำเงินเอง รวมไปถึงพรรคร่วมรัฐบาลสำคัญอย่างเพื่อไทย โดยปัญหาภายในพรรคสีน้ำเงินที่ว่าด้วย ความขัดแย้ง 2น. เมื่อเคลียร์ใจไม่ให้เกิดการล้ำเส้นกันก็ทำให้เกิดภาวะความสงบชั่วคราว ที่เหลือจะต้องตามไปดูผลของการจัดการทุจริตสอบท้องถิ่น ขีดเส้นไว้ที่ตัวการใหญ่แค่ระดับอธิบดี หากไม่มีงานงอกมากไปกว่านี้ จึงจะถือว่าคนโตของพรรคตกลงกันได้
ส่วนปัญหากับเพื่อไทย อันเป็นผลพวงจากการไปปรากฏตัวของ ทักษิณ ชินวัตร ที่มาเลเซีย และอินโดนีเซีย จนทำให้เกิดอาการมือลั่นของอนุทินนั้น ฟังจากบทสัมภาษณ์ของ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เกี่ยวกับการปิดดีลการส่งออกกุ้งของไทยไปยังแดนเสือเหลืองได้สำเร็จ เป็นผลงานของกระทรวงเกษตรฯ ไม่เกี่ยวกับนายใหญ่ ชัดเจนว่าเป็นการส่งสัญญาณไปยังผู้นำและพรรคแกนนำรัฐบาล ความเคลื่อนไหวของผู้นำทางจิตวิญญาณของพรรคสีแดง ไม่ได้ต้องการวัดพลังทางการเมืองกับพรรคสีน้ำเงินแต่อย่างใด
พูดไปใครจะเชื่อ แต่หากพิจารณาจากการวางตัวของรัฐมนตรีสังกัดเพื่อไทยที่แสดงออกต่ออนุทินแล้ว ต้องยอมรับว่า สิ่งเหล่านั้นได้สร้างความสบายใจให้กับท่านผู้นำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากล้วนแต่เป็นความพยายามตั้งใจทำงานเพื่อสร้างผลงานให้ปรากฏ และเป็นที่ยอมรับ ไม่ได้สร้างความหนักใจให้กับเสี่ยหนูแม้แต่น้อย ถือเป็นการทำงานที่ถ้อยทีถ้อยอาศัยเป็นอย่างยิ่ง แต่อย่าลืมการเมืองว่าด้วยความบาดหมางมักจะมาจากเรื่องที่ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องได้นี่แหละ
จริงอยู่การไปพบผู้นำของมาเลเซียกับอินโดนีเซียของทักษิณ พ่วงด้วยน้องสาวและลูกรักที่เป็นอดีตนายกฯ ทั้งคู่ เป็นการไปในนามส่วนตัว แต่มันดันไปตรงกับจังหวะที่ท่านผู้นำกำลังจะบินไปเยือนแดนเสือเหลืองพอดี คนที่คิดมากหรือหากมีพ่วงทำตัวเป็นบ่าง ย่อมชี้นำไปในทางที่ว่า นี่เป็นการไม่ให้เกียรติ แย่งซีน หรือแสดงออกทางการเมือง โชว์ความเหนือชั้นตบหน้าผู้นำรัฐบาลไทยหรืออย่างไร คำพูดของอนุทินที่ว่าไม่ติดใจและไม่ใช่การวัดพลังใด ๆ ต้องวัดกันว่าออกมาจากใจหรือเป็นไปตามมารยาทเท่านั้น
ความสัมพันธ์อันมีจุดยึดโยงเดียวกัน ถ้าไม่มองให้เป็นปัญหา และเล็งเห็นว่าเป็นเจตนาดีก็จบไป แต่ถ้ามองว่านี่เป็นการแย่งผลงาน ประกาศศักดา หรือส่งสัญญาณความเคลื่อนไหวทางการเมือง นั่นก็จะทำให้บริบททางการเมืองภายในรัฐบาลอาจเปลี่ยนไปจากช่วง 3 เดือนกว่าที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม มีข่าวจากพรรคนายใหญ่ ยืนยันเสี่ยหนูไม่ได้ติดใจต่อเรื่องนี้ เนื่องจากรู้ดีว่าบางอย่างไม่อาจใช้ความร่วมมือระหว่างประเทศระดับรัฐบาลเพื่อเข้าไปต่อรองได้ จึงต้องอาศัยวิธีการภายนอกมาเป็นตัวช่วย ซึ่งจะว่าไปในทางลับ มีการพบปะระหว่างเสี่ยหนู นายใหญ่ และระดับบิ๊กของแวดวงธุรกิจรายใหญ่บางรายอยู่บ่อยครั้ง อยู่แล้ว
อรชุน