
พาราสาวะถี
เป็นภาษาที่เข้าใจง่ายไม่ต้องตีความหรืออ้อมค้อม กับคำสั่งของ อนุทิน ชาญวีรกูล กลางวงประชุมครม.
เป็นภาษาที่เข้าใจง่ายไม่ต้องตีความหรืออ้อมค้อม กับคำสั่งของ อนุทิน ชาญวีรกูล กลางวงประชุมครม.เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของคนยากจนที่แท้จริง ต่อการถูกตัดสิทธิ์ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ฟังคำอธิบายของผู้รับผิดชอบเรื่องนี้อ้างเชิงหลักการ พูดให้ประชาชนเกิดความงุนงงสงสัย สรุปแล้วจะแก้ไขปรับหลักเกณฑ์ หรือมีวิธีการตรวจสอบการอุทธรณ์ของประชาชนที่เดือดร้อนอย่างไร ทำให้เกิดความคลุมเครือสรุปแล้วจะอะไร ยังไงต่อ
พอฟัง รัชดา ธนาดิเรก โฆษกรัฐบาลแถลงถึงสิ่งที่เสี่ยหนูสั่งการผ่านที่ประชุมครม.มันก็ไม่เห็นมีอะไรที่ซับซ้อน ประชาชนไม่ควรเป็นฝ่ายวิ่งเข้าหารัฐหรือรอการอุทธรณ์ แต่หน่วยงานของรัฐต้องเป็นฝ่ายเข้าหาประชาชน ลงพื้นที่ค้นหา รับฟังและแก้ไขปัญหาเชิงรุก ไม่ให้ผู้ที่สมควรได้รับความช่วยเหลือต้องหลุดจากระบบ ตรงนี้ถือเป็นงานในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทยโดยตรง ที่ต้องบูรณาการทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ และหน่วยงานในพื้นที่
อย่างที่บอกมีผู้ขับเคลื่อนในหมู่บ้าน ชุมชนที่รู้จักทุกคนอยู่แล้วอย่างผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ก็ต้องใช้ให้เป็นประโยชน์ เร่งสำรวจผู้ที่ไม่ผ่านการคัดกรอง แต่ยังมีเหตุอันควรได้รับความช่วยเหลือ และยืนยันได้ว่าเป็นคนยากจนจริง ต้องดำเนินการส่งข้อมูลให้กระทรวงการคลังพิจารณาโดยเร็ว เช่นเดียวกับกรณีของการครอบครองยานพาหนะไม่ว่าจะเป็นรถประเภทใด กรมการขนส่งทางบกต้องเร่งปรับปรุงฐานข้อมูลทะเบียนรถให้เป็นปัจจุบัน พร้อมลดภาระประชาชนในการจำหน่ายทะเบียนหรือยกเลิกทะเบียนรถที่หมดสภาพ และเร่งเสนอแก้ไขกฎหมายหรือระเบียบที่เป็นอุปสรรค
การตรวจสอบว่าผู้ถือครองรายได้มีรถยนต์อายุการใช้งานเกิน 20 ปี มอเตอร์ไซค์เกิน 15 ปี เพื่อรับรองว่าเป็นผู้อยู่ในข่ายได้รับบัตรคนจน ไม่ใช่เรื่องเหลือบ่ากว่าแรงที่กรมการขนส่งทางบกจะทำไม่ได้ ส่วนกระทรวงการคลัง ฟังจาก เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เจ้ากระทรวง ก็บอกว่าจะ เร่งประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ภายในสัปดาห์นี้ เพื่อทบทวนหลักเกณฑ์การคัดกรองผู้มีสิทธิ์ ให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงและสภาพความเดือดร้อนในปัจจุบัน และ ตรวจสอบหลักเกณฑ์ที่อาจทำให้ผู้สมควรได้รับสิทธิ์หลุดจากระบบ พร้อมเสนอแนวทางปรับปรุงต่อครม.โดยเร็ว
มันเป็นสิ่งที่สมควรต้องเร่งดำเนินการอย่างยิ่ง ต้องอย่าลืมว่าก่อนหน้าที่จะเปิดให้ลงทะเบียนก็มีข้อครหาจนต้องมีการปรับลดเงื่อนไขบางประการอย่าง กรณีพ่อแม่ที่ลูกนำชื่อไปใช้ลดหย่อนภาษี นั่นก็มีเสียงวิจารณ์ว่า รัฐบาลชักเข้าชักออก พอหลังประกาศผลการคัดกรองก็ต้องมาปรับเกณฑ์กันอีกหน สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นว่า กระบวนการคิด วิเคราะห์ และวางหลักเกณฑ์ของผู้ที่เกี่ยวข้องไม่รอบคอบ รัดกุม สุดท้ายมันก็จะกระทบต่อความเชื่อมั่นที่มีต่อรัฐบาล รอดูกันว่าหลังจากปรับมาตรการกันแล้ว ตัวเลขคนที่ถูกตัดสิทธิ์ 9.3 ล้านคน จะลดลงเหลือจำนวนเท่าใด
ความจริงวันนี้ (23 กรกฎาคม) มีเรื่องที่สังคมเฝ้ารอ และให้ความสนใจคือ การประชุม คณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นหรือก.กลาง เพื่อพิจารณาลงมติว่า จะเพิกถอนบุคคลที่ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นจากการสอบรอบที่มีปัญหาการทุจริต จำนวน 5,924 รายหรือไม่ ปรากฏว่าเจอโรคเลื่อนตามคาด ด้วยเหตุผลรอกระบวนการของคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นหรือกสถ.ซึ่งกำลังทำงานกันอยู่ให้เสร็จเรียบร้อยก่อน โดยยังไม่ได้มีการกำหนดว่าก.กลางจะประชุมเมื่อไหร่
อย่างไรก็ตาม จากแถลงการณ์ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ล่าสุด ไม่น่าจะต้องให้ก.กลางที่อนุทินจะนั่งหัวโต๊ะประชุมครั้งแรกต้องลำบากใจกันแล้วกระมัง เพราะมีการยกเอามติของกสถ.ในการประชุมครั้งที่ 9/2569 เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา เห็นชอบให้ยกเลิกและประกาศขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568 ใหม่ ด้วยถ้อยคำที่สวยหรูว่า เพื่อให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงและกฎหมาย โดยยึดหลักความถูกต้อง เสมอภาค และเป็นธรรม
เท่ากับว่า 5 พันกว่ารายที่ถูกตรวจสอบพบว่าทุจริตนั้น ไม่ต้องยกเลิก แต่ถูกเหมารวมอยู่ในกระบวนการที่จะเกิดขึ้นตามมติดังกล่าว อย่างแรกก็คือ แก้ไขความคลาดเคลื่อนของคะแนน โดยมีการอ้างว่าจากการตรวจสอบกระดาษคำตอบอย่างละเอียด พบว่าคะแนนผู้เข้าสอบบางรายไม่ตรงกับความเป็นจริง ทำให้ลำดับบัญชีคลาดเคลื่อน กสถ.จึงจำเป็นต้องยกเลิกประกาศเดิมและจัดเรียงลำดับคะแนนใหม่ให้ถูกต้อง ที่ดูดีไปกว่านั้นคือ มติที่ออกมาถือเป็นการคุ้มครองผู้สอบผ่านโดยสุจริต
โดย ผู้ที่สอบผ่านเกณฑ์ตามมาตรฐานทั่วไป จะได้รับการจัดเรียงลำดับบัญชีใหม่ตามคะแนนที่แท้จริง และได้รับการคุ้มครองสิทธิให้ได้รับการบรรจุแต่งตั้งตามลำดับที่แท้จริงโดยไม่ต้องสอบใหม่ ไม่เพียงเท่านั้น กสถ.ยังยืนยันด้วยว่าจะยึดมั่นตามเกณฑ์มาตรฐานทั่วไป ผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์คะแนนขั้นต่ำ ภาค ก และ ภาค ข ตามข้อ 18 ของมาตรฐานทั่วไป ย่อมเป็นผู้ขาดคุณสมบัติและไม่มีสิทธิเป็นผู้สอบแข่งขันได้มาตั้งแต่ต้น การให้พ้นจากการขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ จึงเป็นการทำให้สถานะทางกฎหมายถูกต้องตรงตามข้อเท็จจริง
แถลงการณ์ที่ออกมาจะเป็นการยื้อเวลาหรือไม่ เพราะกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นระบุว่า อยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบคะแนนและจัดเรียงลำดับบัญชีใหม่ตามคะแนนที่แท้จริงของผู้ที่ได้รับการขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ทั้งหมด ชัดเจนว่าเป็นการแก้ตัว เพราะถ้ายึดมั่นตามกระบวนการที่ประกาศไปก่อนหน้าหมายความว่าอย่างไร การประกาศว่า กสถ.มีความมุ่งมั่นในการพิทักษ์ระบบคุณธรรมและคุ้มครองสิทธิของผู้เข้าสอบที่ปฏิบัติตามกติกาโดยสุจริตทุกคน น่าคิดไม่น้อย ทำไมเพิ่งมาตื่นรู้กันเอาตอนที่เกิดเรื่องฉาวโฉ่จนถูกจับได้เช่นนี้
อรชุน