
พาราสาวะถี
มีเรื่องให้ตามล้างตามเช็ดกันไม่หยุดหย่อนกับครม.หนู 2 และจำเพาะเจาะจงเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับกระทรวงใหญ่เกรดเอภายใต้การดูแลของพรรคแกนนำรัฐบาลอย่างภูมิใจไทยทั้งสิ้น
มีเรื่องให้ตามล้างตามเช็ดกันไม่หยุดหย่อนกับครม.หนู 2 และจำเพาะเจาะจงเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับกระทรวงใหญ่เกรดเอภายใต้การดูแลของพรรคแกนนำรัฐบาลอย่างภูมิใจไทยทั้งสิ้น ล่าสุดกับเรื่อง ข้อมูลรั่วไหลจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย กรมการขนส่งทางบก และกระทรวงคมนาคม คงไม่ใช่เรื่องยากเพราะกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมที่จะตรวจสอบเรื่องนี้ในฐานะผู้เชี่ยวชาญก็กำกับดูแลโดยลูกเทพตัวพ่อ ไชยชนก ชิดชอบ ดังนั้น ทุกอย่างต้องทำให้กระจ่างชัด
เป็นการทำให้ประชาชนเกิดความสบายใจ ขนาดข้อมูลทั้งภาพทำบัตรประชาชน และหมายเลขทะเบียนรถสุดหรูของ อนุทิน ชาญวีรกูล ยังถูกขุดมาเผยแพร่ แน่นอนว่า ไม่ได้ส่งผลสร้างความเสียหายในแง่ของข้อมูลที่จะใช้ไปในทางลบ แต่ภาพของการถูกเจาะข้อมูลนำมาเผยแพร่เช่นนี้ มันกระทบต่อความเชื่อมั่นในประสิทธิภาพการทำงานของรัฐบาล ขนาดคนที่เป็นผู้นำประเทศ เป็นรัฐมนตรียังถูกเข้าถึงข้อมูลกันได้โดยง่ายแบบนี้ แล้วประชาชนคนธรรมดาจะรู้สึกปลอดภัยได้อย่างไร
ไม่มีใครเถียงเหมือนอย่างที่ไชยชนกว่า เรื่องนี้น่าจะเกี่ยวพันกับทางการเมือง คำถามก็คือ เป็นการเมืองของฝ่ายไหน ในความหมายน่าจะพุ่งเป้าไปที่คนซึ่งออกมาเปิดเผยข้อมูลที่เป็นอดีตผู้สมัครสส.ของพรรคประชาชน หากจะโยงไปในทางนั้นก็ต้องสืบสวนสอบสวนกันให้ชัด แสดงพยาน หลักฐานให้ครบถ้วนเพื่อไม่ให้สังคมเกิดความเคลือบแคลง ถ้าเป็นเพียงการกลั่นแกล้ง หรือดิสเครดิตกันทางการเมือง คนทั่วไปก็จะได้สบายใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลจะไม่ถูกคุกคาม ลักลอบนำไปใช้ในทางที่ผิด
มีอย่างหนึ่งที่ฟังจากอนุทินกับลูกนก ไม่รู้ว่าเป็นสูตรสำเร็จของคนพรรคสีน้ำเงินหรือไม่ เรื่องการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ เข้าใจได้เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนจำเป็นต้องทำเช่นนั้น แต่ต้องจัดเรียงลำดับความสำคัญของแต่ละเรื่องด้วยว่า สังคมความให้สนใจขนาดไหน ไม่ใช่แค่การตั้งขึ้นมาเพื่อดับกระแสแล้วปล่อยให้ทุกอย่างเงียบหายไปกับสายลม เหมือนกรณีสินบนให้อุ้มสมแก๊งสแกมเมอร์ที่ลูกชาย เนวิน ชิดชอบ พูดตั้งแต่เข้ารับเก้าอี้รัฐมนตรีดีอีรัฐบาลอายุสั้น จนป่านนี้ยังไม่เห็นมีอะไรเป็นความคืบหน้า ทั้งที่พูดเป็นตุเป็นตะ มีตัวละครที่ระบุชื่อเสียงกันครบ ทว่าเรื่องกลับจบไปแบบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม การหลุดรั่วที่เกิดขึ้นหากถูกชี้ไปที่ปมการเมือง ก็ชวนให้คิดตามอยู่ไม่น้อย จะมีอะไรที่ล่อแหลม หรือส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐบาลออกมาหรือไม่ แต่ถ้าติดตามจากกรณีของกางเกงขาสั่นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา พร้อมมุกก็ลมมันเย็นของอนุทิน ก็พอจะคาดเดาได้ว่า คนของพรรคสีน้ำเงินไม่ได้อินังขังขอบว่าภาพลักษณ์ที่จะออกมาเป็นอย่างไร ขอแค่ไม่ส่งผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาลเป็นใช้ได้ มองเป็นเรื่องไร้สาระก็พอได้ แต่อย่าให้ถึงขั้นมองข้ามหัวประชาชนก็แล้วกัน
หลังการประชุมครม.เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ภาพของอนุทินกอด จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยโชว์สื่อ ถ้าจะพูดให้เป็นการเมืองก็ชี้ไปในทางที่ว่าสร้างภาพ แสร้งเป็นรักกันไม่มีปัญหาระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล หากยังจำกันได้ภาพของ ทักษิณ ชินวัตร โอบไหล่เสี่ยหนูเพื่อยืนยันสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นก็เคยเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันก่อนจะตามมาด้วยพรรคนายใหญ่ขอเก้าอี้มท.1 คืน จนกลายเป็นความไม่พอใจของพรรคสีน้ำเงิน พอดีเกิดปมคลิปเสียงอังเคิลขึ้นมา จึงเป็นสาเหตุให้เสี่ยหนูนำทีมถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลแบบเนียน ๆ
อย่างที่รู้กันประสา นักเลือกตั้งอาชีพจะไม่จมดิ่งอยู่กับอดีต เมื่อการเมืองก้าวเข้าสู่บริบทใหม่ทุกคนก็พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงเพื่อเดินไปข้างหน้า ยิ่งถ้าผลประโยชน์ลงตัว ได้อยู่ในขบวนของอำนาจบริหารบ้านเมืองยิ่งคุยกันได้ง่าย ย้ำแล้วย้ำเล่า ดีลว่าด้วยสีต่างๆ ที่เกิดขึ้น ยังไงก็ไม่สามารถทำลายการทำงานร่วมกันของสีน้ำเงินกับแดงลงได้ หากจะอธิบายในแง่ของเสียงในสภา หรือความเป็นปึกแผ่นก็อย่างที่เห็น เหนือสิ่งอื่นใดก็คือเรื่องที่ไม่มีใครสามารถพูดได้โดยเฉพาะแกนนำ รู้เพียงแค่ว่าต้องช่วยกันทำงานเพื่อบ้านเมืองเท่านั้นจบ
ส่วนคดีฮั้วสว.ที่ยังมีคนบางกลุ่มคาดหวังว่าจะสามารถนำไปสู่การดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดได้นั้น ถ้าประเมินการทำงานของกกต.ตั้งแต่ต้น ก็จะเห็นแนวโน้มของผลที่จะออกมา แม้แต่การชี้แจงเรื่องที่สังคมจับตามอง ยังใช้วิธีการออกเป็นเอกสารข่าวสื่อสารแบบทางเดียว แต่อย่างหนึ่งที่ยืนยันมาก็คือ รายละเอียดของสำนวนจะแล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคมนี้ และ กกต.จะนัดประชุมเพื่อลงมติตามอำนาจหน้าที่และกระบวนการที่กฎหมายกำหนด
จากเอกสารแจ้งข่าวดังกล่าวมีวรรคทองที่ต้องขีดเส้นใต้ก็คือ การประชุมแต่ละครั้ง กกต.ได้พิจารณารายละเอียดแห่งสำนวนอย่างรอบด้านและรอบคอบ เพื่อให้การวินิจฉัย ตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ครบถ้วน สมบูรณ์ โดยคำนึงถึงความถูกต้อง ความเป็นธรรม ตลอดจนสิทธิของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเป็นสำคัญ มันคือการแก้ต่างเรื่องความล่าช้าจนถูกมองว่ามีการยื้อคดี เช่นเดียวกับการถูกกังขาเรื่อง ความเกรงใจต่อผู้มีพระคุณอย่างสว.ที่เป็นผู้เลือกคนมานั่งเป็นกกต.ชุดปัจจุบันถึง 4 คน
หากการทำงานที่ผ่านมาได้สร้างความศรัทธา เชื่อมั่นต่อประชาชน คงไม่ได้เห็นข้อความที่กกต.แจกแจงเหมือนแก้ตัวผ่านเอกสารข่าวที่ว่า สำนักงาน กกต.ขอยืนยันเพื่อสร้างความมั่นใจแก่สังคม การพิจารณาคดีดังกล่าวดำเนินการเป็นไปโดยอิสระ ปราศจากการชี้นำหรือการแทรกแซงจากบุคคลหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง โดยยึดถือข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และบทบัญญัติแห่งกฎหมายเป็นหลักอย่างเคร่งครัด ผลที่ออกมาและเหตุผลที่ใช้อธิบายต่อมติในวันข้างหน้า จะเป็นตัวบ่งชี้ว่า องค์กรบริหารจัดการเลือกตั้งของประเทศนั้นมีความน่าเชื่อถือเพียงใด
อรชุน