6 หุ้นพร้อมแก้มือ

ในความมืดมิดย่อมมีแสงสว่าง ถือเป็นคำพูดที่ทำให้ “โมนิก้า” เกิดความตื่นตัวทุกครั้ง และมักนำมาใช้กับเรื่องตลาดหุ้นเป็นประจำ


ในความมืดมิดย่อมมีแสงสว่าง ถือเป็นคำพูดที่ทำให้ “โมนิก้า” เกิดความตื่นตัวทุกครั้ง และมักนำมาใช้กับเรื่องตลาดหุ้นเป็นประจำ โดยเฉพาะในเวลาที่งบไตรมาส 1 และงบไตรมาส 2 พ่นพิษจนราคาหุ้นดิ่งลงมารับข่าวร้ายจนสะเด็ดน้ำแบบนี้ เดี๊ยนกลับมองว่าเป็นโอกาสทองฝังเพชรที่นักลงทุนอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ ได้สแกนหา “หุ้นสายพันธุ์อึด” ที่พร้อมจะสลัดคราบรอยช้ำ แล้วเตรียมติดเครื่องวิ่งฉลุยรอบใหม่นะคะ

งานนี้ใครที่กำลังนั่งถอนหายใจเพราะพอร์ตแดง เดี๊ยนบอกเลยว่าอย่าเพิ่งถอดใจ และลองขยับสายตามองหุ้นที่ได้อานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงครึ่งปีหลัง หรือกลุ่มที่ราคากองอยู่ข้างล่างจน Downside จำกัด แต่ Upside เปิดกว้าง เพราะหุ้นพวกนี้พร้อมขึ้นใหม่แบบไม่แคร์ เพราะผ่านจุดต่ำสุดไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนจะมีหุ้นเด่นตัวไหนที่เข้าตากรรมการ..ลองช่วยประเมินกันดูเจ้าค่ะ

รายแรกคงต้องมองไปที่ไส้ในของแม่ไก่ GFPT ซึ่งสะบักสะบอมจนขนร่วงกราว เพราะนอกจากจะเจอปัญหาน้ำท่วมที่ทำเอาระบบขนส่ง และฟาร์มเลี้ยงในบางพื้นที่ปั่นป่วนจนจับไก่ส่งโรงงานแทบไม่ทันแล้ว ยังต้องมาเจอวิกฤตความตึงเครียดในตะวันออกกลางซ้ำเติมลากยาว ดันค่าระวางเรือตู้คอนเทนเนอร์พุ่งกระฉูดจนมาร์จิ้นบาง แต่ที่น่าสนใจคือราคาที่ระดับ 9.70 บาทเป็นการเทรดบน PE 5.40 เท่าแบบนี้..มันต่ำเกินไปหรือเปล่าจ๊ะ

ถ้าจะให้เดี๊ยนเมาท์ต่อถึงภัยธรรมชาติ และปัจจัยภายนอกที่คุมไม่ได้ เดี๊ยนบอกเลยว่า ไม่ได้มีแค่รายข้างต้นที่กำไรชะลอตัว เพราะหันไปมองฝั่งราชายางพาราอย่าง STA ก็อยู่ในสถานการณ์เอลนีโญลากยาวจนผลผลิตหดหาย ต้นทุนน้ำยางสดพุ่งปรี๊ด สวนทางราคาตลาดโลก ทำเอามาร์จิ้นที่ควรจะฟูฟ่อง กลับมีอาการแผ่วลงเรื่อย ๆ และกลายเป็นตัวกดดันราคาหุ้นในกระดาน จนวันนี้ราคาหุ้นเทรดบน PBV 0.58 เท่า และมีปันผลที่ 2.73% แล้วนะคะ

ขยับมาดูอีกหนึ่งรายที่โดนภัยธรรมชาติเล่นงานไม่แพ้กันคือ CKP ซึ่งดูได้จากกำไรไตรมาส 2 ดิ่งลง 83% โดยปัจจัยหลักที่คุมไม่ได้คือ ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำของโรงไฟฟ้าน้ำงึม 2 ลดฮวบไปกว่าครึ่ง ซึ่งเป็นผลมาจากโรงไฟฟ้าทางตอนเหนือเริ่มกักเก็บน้ำ แถมยังโดนผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเข้ามาซ้ำเติมอีกกว่าร้อยล้าน แต่ในไตรมาส 3 สถานการณ์น่าจะดีขึ้นกว่าเดิมนะตัวเอง

ส่วนสายการบินยอดฮิตอย่าง AAV ของคุณ ๆ ท่าน ๆ ก็ยังไม่ฟื้นเหมือนที่คาดหวังสักที! ทั้งที่แฟนคลับลุ้นกันตัวโก่งว่า ท่องเที่ยวฟื้นแล้วจะติดปีกบินฉลุย แต่ดันโดนพิษสงครามขย่มซ้ำแบบมาราธอน ดันราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งทะยานจนค่าตั๋วเครื่องบินเอาไม่อยู่ ต้นทุนน้ำมันเครื่องบินซัดไปเกือบครึ่งของผลดำเนินงาน ผนวกกับไตรมาส 3 เป็นโลว์ซีซั่น ราคาหุ้นก็น่าจะนิ่ง ๆ แบบนี้อีกนาน และต้องไปลุ้นไตรมาส 4 แทนนะนายจ๋า

ส่วนฝั่งอาหารสัตว์อย่าง TFM ก็โดนเอฟเฟกต์ปัจจัยภายนอกขย่มจนงบหดเกือบ 30% แม้ยอดขายจะดูดีตามฤดูกาล แต่ทว่าต้นทุนวัตถุดิบหลักอย่าง “ปลาป่น” ในตลาดโลกกลับพุ่งถึง 50% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ครั้นจะปรับราคาขายขึ้นตามใจชอบ ก็กลัวลูกค้าจะหนีหาย สุดท้ายเลยต้องยอมกลืนเลือดคงราคาเดิมเพื่อรักษาฐานลูกค้า ทำให้มาร์จิ้นโดนบีบจนเหลือบาง ๆ แต่ด้วยพื้นฐานที่เป็นหุ้นปันผลสูง จึงกลายเป็นหุ้นที่เหมาะต่อการทยอยสะสมนะจะบอกให้

ปิดท้ายด้วยหุ้น ALT เพื่อชี้ให้เห็นการขายหุ้นของผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1-3 ให้กับนักลงทุนสถาบันไม่เกิน 5% ถือเป็นช็อตที่ทำให้อีฉันเชื่อว่า หุ้นตัวนี้เตรียมจะวิ่งยาวอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะของมันเห็นกันทนโท่ว่า กำไรของบริษัทต่อจากนี้อีก 2 ปีจะโตต่อเนื่อง “โมนิก้า” ถึงอยากให้นักลงทุนจับตาหุ้นตัวนี้มากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะนักเล่นขาลุย ไม่ควรพลาดช็อตเด็ด ๆ แบบนี้นะคะ

โมนิก้าและทีมงาน

Back to top button