พาราสาวะถี

ภาพจำทางการเมืองที่เพิ่งผ่านไปหมาด ๆ กับลีลากราบตัก ทักษิณ ชินวัตร ของ อนุทิน ชาญวีรกูล ยังไม่ทันจางหาย ภาพใหม่ก็ปรากฏกับการที่เสี่ยหนูใช้วันหยุดสุดสัปดาห์ ก่อนเหินฟ้าไปออสเตรเลีย


ภาพจำทางการเมืองที่เพิ่งผ่านไปหมาด ๆ กับลีลากราบตัก ทักษิณ ชินวัตร ของ อนุทิน ชาญวีรกูล ยังไม่ทันจางหาย ภาพใหม่ก็ปรากฏกับการที่เสี่ยหนูใช้วันหยุดสุดสัปดาห์ ก่อนเหินฟ้าไปออสเตรเลีย ควงพี่ชายสุดที่รักกุนซือใหญ่พรรคภูมิใจไทย เนวิน ชิดชอบ เดินและกินก๋วยเตี๋ยวในตลาดกลางเมืองบุรีรัมย์ เป็นการตอกย้ำเรื่องไม่มีเกาเหลาในค่ายสีน้ำเงิน ส่วนจะมีใครนำไปผูกโยงกับภาพกราบตักในมุมไหนอย่างไร ก็แล้วแต่ความคิดของแต่ละคน แต่ละฝ่าย

ไม่มีอะไรซับซ้อนซ่อนเงื่อน ภายใต้บรรยากาศของความกังขาจากสังคมที่มีต่อรัฐบาล ปมทุจริตสอบท้องถิ่นดูเหมือนจะคลี่คลาย แต่ยังต้องใช้เวลาเพื่ออธิบายให้ทุกอย่างกระจ่างชัดโดยเฉพาะในกระบวนการของป.ป.ช.ตัวการใหญ่ของขบวนการนี้จะจบแค่อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเท่านั้นหรือไม่ ปัญหาที่ทำให้สองผู้นำของพรรคสีน้ำเงินหนักอก แต่ไม่ถึงขั้นหนักใจคงหนีไม่พ้นเรื่องฮั้วเลือกสว. กับกรณีที่ดินเขากระโดง

การปรากฏตัวของเสี่ยหนูที่บุรีรัมย์ ถ้าจะมองในแง่ของการไปให้กำลังใจเนวินก็อาจเป็นไปได้ เพราะหลังจากนั้นหนึ่งวันศาลจังหวัดบุรีรัมย์ได้มีนัดไต่สวนมูลฟ้องที่ผู้นำทางจิตวิญญาณของพรรคสีน้ำเงินได้ยื่นฟ้อง พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ในข้อหาหมิ่นประมาท และแจ้งความเท็จ หลังวีรบุรุษนาแกได้แจ้งความเกี่ยวกับการบุกรุกที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย บริเวณเขากระโดง จุดนี้ก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะ การกัดไม่ปล่อยแบบนี้มันโดนใจสังคมที่ยังคงเคลือบแคลงต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในทุกกระบวนการที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากเป็นเรื่องที่ศาลตัดสินไปแล้วแต่ยังมีการเล่นแร่แปรธาตุกันสารพัด

อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้อาจต้องดูกันยาว ๆ เมื่อมองจากกระบวนท่าของมือกฎหมายฝ่ายสีน้ำเงินที่ใช้ คือเจตนาเตะถ่วง ใช้ทุกช่องทางเพื่อให้เรื่องยืดเยื้อ ที่ไม่แน่ว่าอาจจะลากยาวไปจนกว่าจะหมดสมัยของรัฐบาลเสี่ยหนู ปมฮั้วเลือกสว.ต่างหากเป็นสิ่งที่ภูมิใจไทยจะต้องช่วยกันป่าวประกาศ หรือให้ตัวละครที่เกี่ยวข้องออกมาแสดงความบริสุทธิ์ใจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะ ภายในสิ้นเดือนนี้ถ้าไม่มีบิดพลิ้ว กกต.ที่ได้บอกกับสังคมไปแล้ว จะต้องชี้ขาดว่าจะดำเนินการอย่างไร

เห็นท่วงทำนองในการปฏิเสธไม่มีความเกี่ยวข้องกับรัฐบาลปัจจุบัน หากพรรคประชาชนจะนำมาเป็นประเด็นยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ รวมไปถึงบรรดาลิ่วล้อหรือคนที่อยู่ในข่ายจากสำนวนการสอบสวนคดีที่ดีเอสไอเคยทำร่วมกับคณะอนุกรรมการชุดที่ 26 ของกกต.ก่อนหน้านี้ พอที่จะเข้าใจได้ว่าต่อให้มีความมั่นใจด้วยศักยภาพของแรงหนุนส่งที่ทำให้เสี่ยหนูและพรรคสีน้ำเงินผงาดขึ้นมาครองอำนาจได้ ยังไม่วายที่จะเสียวสันหลังอาจเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองได้

จริงอยู่ที่รัฐบาลนี้ตั้งในปี 2569 แต่การเลือกสว.เกิดขึ้นในปี 2567 ทว่าความเป็นจริงก็ต้องไปดูตัวละครที่เกี่ยวข้องในขบวนการ ล้วนแต่เป็นคนที่มีอำนาจทางการเมืองในเวลานั้นจนต่อเนื่องมาถึงปัจจุบันเช่นกัน ทั้งหมดจึงขึ้นอยู่กับว่ากกต.จะชี้ขาดออกมาทางไหน ถ้าไม่มีอะไรที่มัวหมองก็จะเป็นผลดีต่อรัฐบาลซึ่งแนวโน้มมีโอกาสที่จะเป็นอย่างนั้น ดีที่สุดสำหรับคำวินิจฉัยของกกต.ที่จะออกมาคงเป็นแค่การเอาผิดพวกปลาซิวปลาสร้อยมากกว่า

ทุกอย่างต้องว่ากันตามบริบทของการเมืองที่เป็นไป ความไม่ปกติตั้งแต่เกิดรัฐบาลอายุสั้น มันอธิบายได้ถึงทิศทางของบ้านเมืองที่จะเป็นไป ในยุคของรัฐบาลที่นำโดยพรรคที่ได้ชื่อว่าเป็นของทักษิณไม่ว่าจะพลังประชาชนหรือเพื่อไทย ล้วนแต่ถูกชี้นิ้วว่า มีกระบวนการแทรกแซงองค์กรอิสระ ใช้ทุกหนทางในการที่จะขีดกรอบเพื่อสถาปนาอำนาจอันยิ่งใหญ่ขององค์กรเหล่านั้น หลังผ่านการรัฐประหารสองหนโดยเฉพาะหนล่าสุด เห็นกันแล้วว่า นิติสงครามที่เกิดขึ้นสร้างภาพลักษณ์อันสง่างามให้กับองค์กรอิสระทั้งหลายหรือไม่

ยิ่งการปรากฏข่าวหลังพ้นวาระเป็นเลขาธิการ กกต.ของ แสวง บุญมี แล้ว จะมีการผลักดันให้ขึ้นชั้นเป็นกรรมการการเลือกตั้งทันที ถ้าเป็นจริงแล้วเรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการ ปลายทางก็คือสว.ที่จะเป็นผู้เลือก กับข้อครหาสว.สายสีน้ำเงิน เช่นนี้จะทำให้สังคมเชื่อถือกับเรื่องที่เกิดขึ้นในเวลานี้อย่างนั้นหรือ แน่นอนว่า พวกอย่างหนาสายตรงฝ่ายอนุรักษ์นิยม ไม่ได้อินังขังขอบแต่สิ่งเหล่านี้อยู่แล้ว ด้วยแผนการที่วางไว้ยังไงเสียผู้ร่วมขบวนการทั้งหมดจะอยู่ยงคงกระพันแน่นอน

ย้อนกลับไปที่ภาพควงกันหวานชื่อของ 2น. มีการต่อจิ๊กซอว์มายังการโยกย้ายเก้าอี้ใหญ่อย่างปลัดกระทรวง สิ้นเดือนกันยายนนี้ ยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร จะเกษียณจากตำแหน่งปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี แต่ยังไม่มีทีท่าว่าเสี่ยหนูจะตั้งใครมาแทน ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องตัดสินใจอะไรให้ยุ่งยาก คนที่อยู่ในระนาบพร้อมเติบโตมีพร้อม จึงทำให้มองกันว่าหรืออยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อทำตามคำขอของพี่ใหญ่สุดที่รัก นั่นก็คือการโยก อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดมหาดไทยที่อายุราชการเหลืออีก 5 ปีมาเป็นซี 11 ที่ทำเนียบรัฐบาล

จะได้ทำงานใกล้ชิดอนุทินเหมือนที่ทำอยู่เวลานี้ ถ้าเป็นเช่นนั้นถือว่าเป็นไปตามความต้องการของบ้านใหญ่บุรีรัมย์ก่อนหน้า ที่รับปากจะผลักดันให้ นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ได้ขึ้นแท่นปลัดก่อนเกษียณ เป็นการปูนบำเหน็จในฐานะที่รับใช้ใกล้ชิดและทำงานตามสั่งได้บรรลุเป้าหมาย แต่ว่ากันว่าถ้าพี่เนอยากได้เช่นนั้น จำเป็นต้องแลกกับการที่จะไม่ยุ่งกับน้องหนูในการแต่งตั้งอธิบดีทุกกรมในกระทรวงมหาดไทย ถ้าเป็นไปตามนี้แสดงว่าทริปเดินชมตลาดกินก๋วยเตี๋ยวมื้อนั้นจบลงด้วยความหวานชื่น

อรชุน

Back to top button