ดาวโจนส์ปิดบวก 72 จุด ตลาดคาดเฟดยังไม่ปรับขึ้นดบ.

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อคืนนี้ (2 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนเชื่อว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายการเงินในเดือนก.ย. หลังสหรัฐเปิดเผยข้อมูลจ้างงานนอกภาคเกษตรที่น่าผิดหวัง

สำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่า ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปรับตัวเพิ่มขึ้น 72.66 จุด หรือ 0.39% ปิด (2 ก.ย.) ที่ 18,491.96 จุด, ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 9.12 จุด หรือ 0.42% ปิดที่ 2,179.98 จุด และดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 22.69 จุด หรือ 0.43% ปิดที่ 5,249.90 จุด

ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลดลงหลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 151,000 ตำแหน่งในเดือนส.ค. ขณะที่อัตราการว่างงานทรงตัวที่ระดับ 4.9% นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า การจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 180,000 ตำแหน่งในเดือนส.ค. และอัตราการว่างงานจะลดลงสู่ระดับ 4.8% ขณะที่ภาคเอกชนมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 126,000 ตำแหน่งในเดือนส.ค. ขณะที่ภาครัฐจ้างงานเพิ่มขึ้น 25,000 ตำแหน่ง

ขณะเดียวกัน ตัวเลขรายได้ต่อชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน ซึ่งเป็นข้อมูลที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเงินเฟ้อ ได้เพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนส.ค. ส่วนตัวเลขอัตราการเข้าสู่ตลาดแรงงานของสหรัฐอยู่ที่ระดับ 62.8%

นักวิเคราะห์จับตาการรายงานข้อมูลการจ้างงานอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินความเคลื่อนไหวของเฟดในการตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย นอกจากนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐยังได้รับปัจจัยหนุนจากรายงานของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐที่ระบุว่า ตัวเลขการขาดดุลการค้าของสหรัฐลดลงมากกว่าคาดในเดือนก.ค. โดยได้แรงหนุนจากการส่งออกที่พุ่งขึ้นสูงสุดในรอบ 10 เดือน

ทั้งนี้ สหรัฐมีตัวเลขขาดดุลการค้าลดลง 11.6% ในเดือนก.ค. สู่ระดับ 3.95 หมื่นล้านดอลลาร์ หลังจากเพิ่มขึ้น 3 เดือนติดต่อกัน นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า สหรัฐจะขาดดุลการค้าลดลงสู่ 4.27 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนก.ค.

หุ้นคาร์นิวัล คอร์ป ลดลง 4.7% เนื่องจากนักวิเคราะห์ของบริษัทมอร์แกน สแตนลีย์ ได้ปรับลดน้ำหนักการลงทุนในหุ้นของบริษัท ด้านหุ้นลูลูเลมอน แอตลีตติกา อิงค์ ร่วงลง 11% หลังเปิดเผยการคาดการณ์ผลประกอบการณ์ที่ต่ำกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนวิตกว่า ตลาดเสื้อผ้านักกีฬาอาจจะชะลอตัวลง