SET ผันผวน-เสี่ยงมีแรงขายทำกำไรชู 18 หุ้นเน้นกลุ่มรับผลดีกนง.ลดดอกเบี้ย

นักวิเคราะห์มองดัชนีหุ้นไทยวันนี้ยังมีโอกาสปรับขึ้นต่อเนื่องและมีความเสี่ยงที่จะปรับตัวลดลงกรอบจำกัด อย่างไรก็ตาม ระยะสั้นอาจส่งผลให้มีแรงขายทำกำไรในหุ้นที่ราคาปรับขึ้นสูง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้านี้ ณ เวลา 9.13 น. ค่าเงินบาทล่าสุดอยู่ที่ 32.36 บาทต่อเหรียญ ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลดลงในช่วงเช้าวันนี้ ตามทิศทางของตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (17 เม.ย.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลว่ากรีซอาจผิดนัดชำระหนี้ในเดือนหน้า ขณะที่ข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐได้หนุนความเป็นไปได้ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้

นักวิเคราะห์มองดัชนีหุ้นไทยวันนี้ยังมีโอกาสปรับขึ้นต่อเนื่องและมีความเสี่ยงที่จะปรับตัวลดลงกรอบจำกัด อย่างไรก็ตาม ระยะสั้นอาจส่งผลให้มีแรงขายทำกำไรในหุ้นที่ราคาปรับขึ้นสูง

สำหรับหุ้นเด่นวันนี้ ได้แก่ SAWAD, MTLS, THANI, ASK, GCAP, TISCO, KKP, VNG, PTT, IFEC, TSR, BJCHI, AI, ITD, UNIQ, NWR, TASCO และ TPIPL

 

บล.ธนชาต ระบุในบทวิเคราะห์ (20 เม.ย.) ว่า แม้ตลาดหุ้น Dow Jones และยุโรป ปรับลดลงแรงเมื่อคืนวันศุกร์จากความกังวลปัญหาหนี้กรีซ แต่คาดการปรับลดลงของ SET จะจำกัดที่ 1,550 +/- จุด และแนะนำ “ซื้อ” เป้าหมายระยะ 1-3 เดือนที่ 1,600-1,620 จุด จาก 1) ล่าสุดธนาคารกลางจีนลด RRR ลง 1% กระตุ้นเศรษฐกิจ  2) การอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญสัปดาห์นี้ เปิดทางเก็งกำไรเลือกตั้งต้นปีหน้า 3) ม.44 หนุนการเบิกจ่ายงบประมาณลงทุนรัฐบาล

แนะนำ “ซื้อ” SAWAD คาดกำไร 1Q15 เติบโตแกร่งจากการขยายสาขาที่เพิ่มขึ้น ต้นทุนการเงินลดลงมากจากการออกหุ้นกู้ และจะขึ้นเครื่องหมาย XR+XW วันที่ 29 เม.ย. นี้ ประเมินแนวต้านที่ 41.75 บาท นอกจากนี้คาดว่าจะมีแรง “เก็งกำไร” ประเด็นการประชุม กนง.วันที่ 29 เม.ย.นี้ ซึ่งถ้ามีการลดดอกเบี้ยจะเป็นปัจจัยหนุนหุ้นกลุ่ม MICRO Finance อย่าง MTLS THANI ASK GCAP รวมไปถึงกลุ่ม Hire Purchase อย่าง TISCO KKP

 

บล.เอเซีย พลัส ระบุในบทวิเคราะห์ (20 เม.ย.) จีนลด RRR มากกว่าคาด น่าจะสร้าง sentiment เชิงบวกต่อตลาดหุ้นเอเชีย หลังจากที่ตลาดหุ้นจีนและฮ่องกง ให้ผลตอบแทนชนะตลาดหุ้นเอเชียอย่างมากในสัปดาห์ที่ผ่านมา วันนี้จึงยังเน้นหุ้น Global Play และเลือก VNG ([email protected]) และ PTT([email protected]) เป็น Top Picks เช่นเดิม

 

บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ (20 เม.ย.) ว่า ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ ราคาปรับขึ้นสูง แรงจูงใจขายทำกำไรสั้น

ประเมินว่ายังอยู่ในช่วงเพื่อซื้อหุ้น แม้ว่าระยะสั้นนี้ ตลาดอาจกังวลการปรับลดลงของตลาดหุ้นในเขตตะวันตก เนื่องด้วยเกิดความกังวลอีกครั้งว่ากรีซจะจัดการกับหนี้ของตนอย่างไร อาจส่งผลให้มีแรงขายทำกำไรระยะสั้นในหุ้นที่ราคาปรับขึ้นสูง

ขณะที่กลุ่มธนาคารจะได้ประกาศงบไตรมาสหนึ่ง ก็อาจส่งผลให้ตลาดจะรับรู้กำไรไตรมาสหนึ่งของธนาคาร อย่างไรก็ตาม พบว่าเม็ดเงินต่างชาตินั้นได้ทยอยเข้าซื้อหุ้นไทยหลังสงกรานต์ โดยเฉพาะแรงซื้อที่เกิดในหุ้นน้ำมัน นักอ่านกราฟแนะนำว่านัยแห่งดัชนี SET ที่ยืนเหนือแนวรับ 1550 จุดนั้น จะคงไว้ซึ่งแนวโน้มหุ้นขาขึ้น หากเกิดการปรับฐานทางลง ควรจะดำรงอยู่ได้ไม่นาน แนะนำซื้อ

หุ้นเด่นวันนี้ สะสมหุ้นปันผลที่ยังไม่ XD+มีสตอรี่หนุน IFEC, TSR, BJCHI, AI

 

บล.แอพเพิล เวลธ์ ระบุในบทวิเคราะห์ (20 เม.ย.) ว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาปิด -0.20 % โดยต่างชาติยังซื้อสุทธิอีก 1.5 พันล้านบาท และมีสถานะ Long ใน SET50 Futures  4.1 พันสัญญา  แต่สถาบันเป็นขายสุทธิ -1.5 พันล้านบาท  จากทิศทางการรายงานผลประกอบธนาคารที่เริ่มส่งสัญญาการเพิ่มขึ้น NPL 

ประเด็นที่ต้องติดตามสัปดาห์นี้ คือ การประชุม ครม. ที่คาดจะมีคืบหน้าเกี่ยวกับโครงการลงทุนภาครัฐ  กลยุทธ์การลงทุน  วาง Filter แนวรับสำคัญที่ระดับ 1555 จุด หากดัชนียืนได้ ยังคงแนะนำเทรดดิ้งระยะสั้น  โดยมีแนวต้านที่ระดับ 1580 – 1600 จุด ระยะสั้น แนะนำเก็งกำไรกลุ่มรับเหมา  ITD , UNIQ , NWR  ต่อประเด็นความคืบหน้าการลงทุนภาครัฐ ที่จะเข้าที่ประชุม ครม.

 

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ระบุในบทวิเคราะห์(20 เม.ย.) คงมุมมองการลงทุนเป็น “กลาง” วันที่ 18 พร้อมประเมิน SET INDEX แกว่งระหว่าง 1,555-1,570 จุด แรงขายเพื่อทำกำไรในกลุ่มพลังงาน / ปิโตรเคมี บางส่วน หลังราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเริ่มทรงตัว และอาจพักฐานช่วงสั้น เพียงแต่แรงขายใน 2 กลุ่มนี้ ไม่น่าจะหนาแน่น อีกทั้ง DJIA ที่ปิดลบแรง หลุดแนว 18,000 จุดอีกครั้งในคืนวันศุกร์ เป็นตัวแปรกดดันบรรยากาศการลงทุนตลาดหุ้นเอเชียในวันนี้

สำหรับสถานการณ์ในต่างประเทศ ทั้งการเจรจาระหว่าง กรีซ และเจ้าหนี้อียู ยังไม่ได้ข้อสรุป ขณะที่เส้นตายเดินหน้ามาใกล้ยิ่งขึ้น อาจทำให้ตลาดหุ้นยุโรป เผชิญกับแรงกดดันเชิงลบในช่วงสั้นนี้ ด้านทางการจีนที่ประกาศควบคุม Trading – margin ของบริษัททรัสต์ เพื่อเป็นการควบคุมความเสี่ยงในตลาดหุ้นไม่ให้เกิดภาวะฟองสบู่มากเกินไป พร้อมผ่อนคลายนโยบายการเงินด้วยการลด RRR ลงถึง 1.0% จะเป็นบวกต่อภาคเศรษฐกิจที่แท้จริง

อย่างไรก็ตาม ประเมินว่า Donwside risk ของตลาดหุ้นไทยยังเป็นไปอย่างจำกัด ด้วยกระแสเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้าตลาดหุ้น และ Long สุทธิใน SET50 Index Futures อย่างหนาแน่นตลอด 10 วันทำการที่ผ่านมา 56,034 สัญญา การย่อตัว จึงเป็นจังหวะของการทยอยสะสมหุ้นเป้าหมาย หลังแนะให้ขายทำกำไรไปในบริเวณ 1,580 จุด +/- ไปก่อนหน้านี้

ทั้งนี้ นักลงทุนควรติดตามผลการดำเนินงาน 1Q58 ของกลุ่มธนาคาร โดยเฉพาะ KBANK ซึ่งประกาศในวันนี้ หากออกมาใกล้เคียง หรือ สูงกว่า เชื่อว่า SET INDEX จะฟื้นตัวได้ในที่สุด

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำ “นักลงทุนทยอยสะสมหุ้นเป้าหมายบริเวณ 1,555 จุด +/-” หลังขายทำกำไรไปแล้วบริเวณ 1,580 จุด +/-

Speculative Buy: TASCO/ TPIPL