BLA สิงโตกินหนอน

ยังจำกันได้มั้ย สำหรับภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องยิ่งใหญ่ของ วอลท์ ดิสนีย์ The Lion King ที่มากับเพลงภาษาซูลู ... ฮาคูนา มะทาท่า.. โดยท่านป้า เอลตัน จอห์น

แฉทุกวัน ทันเกมหุ้น

ยังจำกันได้มั้ย สำหรับภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องยิ่งใหญ่ของ วอลท์ ดิสนีย์ The Lion King ที่มากับเพลงภาษาซูลู … ฮาคูนา มะทาท่า.. โดยท่านป้า เอลตัน จอห์น

ตอนหนี่งในเรื่องนั้น ซิมบ้า สิงโตตัวเอกในเรื่องตกระกำลำบากไปให้ แมวป่า ทีโมน และหมูป่าพุมบ้า เลี้ยงดู…. ด้วยหนอน เพราะว่าแถบนั้น ไม่มีสัตว์อื่นให้กิน

ซิมบ้าโตมาด้วยการกินหนอน จนเป็นหนุ่ม… แต่นั่นคือรอยด่างในชีวิต เพราะผิดธรรมชาติของสิงโต ที่ต้องกินเนื้อ ไม่ใช่หนอน

เช่นกัน คนรวยระดับมหาเศรษฐีในตระกูลใหญ่หัวแถวของวงการเงินมายาวนาน อย่าง 2 พี่น้องรุ่นที่สองของตระกูลโสภณพนิช นายชัย และ นายเชิดชู… ใครจะเชื่อว่าจะตามรอยของซิมบ้า แสดงพฤติกรรมทำนองเดียวกันในการขายหุ้นหิ้ง ด้วยข้อมูลวงใน ด้วยเศษเงินเพียงน้อยนิด

แต่…ก็เป็นไปแล้ว เกิดขึ้นแล้ว แถมมีใบเสร็จยืนยันเสียอีก

ซิมบ้าได้อายกันไปเลย… กลับป่าสะวันน่าไม่ถูก !!!!

คำสั่งลงวันที่ 16 มิถุนายน 2560 ที่กระจายทั่วเมืองไทย กลายเป็น ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ ของสำนักงาน ก.ล.ต. ระบุว่า ได้มีมาตรการลงโทษทางแพ่งกับอดีตผู้บริหารของบมจ.กรุงเทพประกันชีวิต (BLA) และผู้ถือหุ้นใหญ่ รวม 5 ราย เป็นบุคคลธรรมดา 4 ราย และนิติบุคคล 1 ราย กรณีอาศัยข้อมูลภายในหรือ อินไซเดอร์ เทรดดิ้ง ขายหุ้น บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ BLA ได้แก่

(1) นายฉัตรชัย โชตนาการ กรรมการตรวจสอบหลายบริษัท

(2) นายเชิดชู โสภณพนิช  กรรมการ BLA และ ประธานกรรมการ บลจ.บัวหลวง จำกัด

(3) บริษัท วัฒนโสภณพนิช จำกัด  ของตระกูลโสภณพนิช

(4) บมจ.กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI

(5) นายชัย โสภณพนิช  ประธาน BKI และกรรมการ BLA

บทลงโทษคือ เรียกให้ชำระค่าปรับทางแพ่งรวม 3,765,000 บาท และส่งคืนผลประโยชน์รวม 1,750,150 บาท

ในข้อกล่าวหา ก.ล.ต.ระบุว่า ได้รับข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จึงตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า ระหว่างไตรมาส 2 และไตรมาส 3 ของปี 57 พบว่า BLA ได้รับผลกระทบจากการประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธปท. ในเดือนมีนาคม 2457 ทำให้ BLA ต้องเพิ่มเงินสำรองเบี้ยประกันชีวิตให้เพียงพอตามเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนด

การตั้งสำรองเงินเพิ่มดังกล่าวส่งผลกระทบต่อ  BLA อย่างมีนัยสำคัญ คือทำให้กำไรสุทธิในไตรมาส 2 ของปีนั้น เหลือเพียงจำนวน 168.79 ล้านบาท โดยลดจากไตรมาสก่อนหน้าที่มีกำไรสุทธิ 1,096.04 ล้านบาท และทำให้บริษัทขาดทุนสุทธิในไตรมาส 3/57 จำนวน 880.59 ล้านบาท

ก่อนที่ BLA จะเปิดเผยงบการเงินทั้งสองงวดต่อประชาชนทั่วไปผ่านระบบของ ตลท.ปรากฏหลักฐานว่า กรรมการ ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของ BLA หลายราย ซึ่งล่วงรู้ข้อมูลภายในดังกล่าว ได้ขายหุ้น BLA ในบัญชีตนเองหรือสั่งให้ขายในบัญชีของนิติบุคคลที่ตนเองมีอำนาจจัดการ โดยพบว่าก่อนการเปิดเผยงบการเงินไตรมาส 2/57 นายฉัตรชัย ที่ปรึกษาของกรรมการผู้จัดการใหญ่ BLA ได้ขายหุ้น BLA รวม 29,000 หุ้น นายเชิดชู ประธานกรรมการบริหารของ BLA ขายหุ้น BLA จากบัญชีตนเอง รวม 800,000 หุ้น และจากบัญชีบริษัท วัฒนโสภณพนิช จำกัด รวม 200,000 หุ้น

ในขณะที่เวลาต่อมา ก่อนที่ BLA จะเปิดเผยงบการเงินไตรมาส 3 ปี 2557 นายชัย ซึ่งยามนั้นเป็นทั้ง ประธานกรรมการของ บมจ.กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI  และ กรรมการของ BLA ได้สั่งให้ขายหุ้น BLA ที่ถือในบัญชี BKI จำนวน 200,000 หุ้นด้วย

รู้ก่อนว่าจะกำไรลด และขาดทุนหนัก เลยขายก่อนใคร…..

ถ้าดูจากกราฟราคาย้อนหลัง (ดูกราฟประกอบ) การขายหุ้นทิ้งของบุคคลทั้ง 5 ที่ถูกกล่าวโทษ เกิดขึ้นในช่วงราคาของ BLA อยู่ระหว่าง 60.00-70.00 บาท อันเป็นช่วงสูงสุด ในรอบ10 ปีมานี้ ก่อนที่จะร่วงหนักในเวลาต่อมาใต้ 50.00 บาท

ก.ล.ต.ระบุว่า การกระทำของบุคคลและนิติบุคคลทั้ง 5 ราย ผิดทั้งคดีอาญา และ แพ่ง แต่ผู้ถูกกล่าวโทษได้ยินยอม “มอบตัว รับสารภาพครึ่งราคา” โดยทำบันทึกยินยอมรับมาตรการลงโทษทางแพ่งและปฏิบัติตามบันทึกยินยอมดังกล่าวครบถ้วนแล้ว โดย (1) นายฉัตรชัย ชำระค่าปรับทางแพ่ง จำนวน 500,000 บาท (2) นายเชิดชู ส่งคืนผลประโยชน์ จำนวน 350,900 บาท และชำระค่าปรับทางแพ่ง จำนวน 1,000,000 บาท (3) บริษัท วัฒนโสภณพนิช จำกัด ส่งคืนผลประโยชน์ จำนวน 299,250 บาท และชำระค่าปรับทางแพ่ง จำนวน 500,000 บาท  (4) บมจ.กรุงเทพประกันภัย ส่งคืนผลประโยชน์ จำนวน 1,100,000 บาท และชำระค่าปรับทางแพ่ง จำนวน 1,265,000 บาท และ (5) นายชัย ชำระค่าปรับทางแพ่ง จำนวน 500,000 บาท

นอกจากการถูกลงโทษด้วยมาตรการลงโทษทางแพ่งดังกล่าว ก.ล.ต.สั่งห้ามมิให้นายฉัตรชัย นายเชิดชูและนายชัย เป็นกรรมการและผู้บริหารของบริษัทที่มีมหาชนเป็นผู้ถือหุ้น เป็นเวลา 1 ปี  รวมทั้งสั่งห้ามนายเชิดชูและนายชัยมิให้เป็นบุคลากรในธุรกิจตลาดทุน เป็นเวลา 3 ปีด้วย

เรียกว่า ถอนยวงโสภณพนิชชนิด ไม่ไว้หน้ากันเลยทีเดียว

งานนี้ ผู้ถูกลงโทษ หนึ่งในสาม อย่าง นายชัย  โสภณพนิช ได้ออกมาชี้แจงทันควันเช่นกันว่า การขายหุ้น BLA ที่ BKI มีอยู่ออกจากมือไปเป็นจำนวน 2 แสนหุ้น จากทั้งหมด 78.544 ล้านหุ้นในราคาหุ้นละ 58.25 บาทนั้น เป็นการปฏิบัติงานตามปกติ จากการตัดสินใจของสำนักการลงทุนของ BKI  ไม่ใช่ตนเองสั่งการให้ขาย

นายชัยระบุว่า  เมื่อ ก.ล.ต.กล่าวหาว่า BKI ได้รับ ผลประโยชน์จำนวน 1,100,000 บาท แล้วตั้งคำถามว่า ตนเองเป็นคนสั่งการ ก็ได้ไปชี้แจงว่า “…ผมมิได้เป็นผู้สั่งการให้มีการขายหุ้นดังกล่าว ….” แต่ ก.ล.ต.ได้แจ้งว่า คำชี้แจงของตนเองไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะหักล้างข้อสันนิษฐานของก.ล.ต.ได้  

นายชัยบอกท้ายสุดว่า ขอยอมรับต่อกฎเกณฑ์ของ ก.ล.ต. โดยดุษณี แต่… ยังเหลือเยื่อใยต่อไป โดยยังคงทำหน้าที่ในตำแหน่งประธานกรรมการมูลนิธิกรุงเทพประกันภัย เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนช่วยเหลือกิจการงานสาธารณประโยชน์แก่สังคมโดยรวมต่อไป

พร้อมกันนั้น ยังเพิ่มเติมว่า BKI ได้ออกระเบียบและข้อพึงปฏิบัติใหม่ในลักษณะ “วัวหายล้อมคอก” เกี่ยวกับการซื้อขายหุ้นของบริษัทฯ กรรมการ และผู้บริหาร เพื่อกำหนดเงื่อนไขและกรอบเวลาในการซื้อขายหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่กรรมการและผู้บริหารมีส่วนเกี่ยวข้อง

สิโรราบง่ายๆ อย่างนี้ … ปัญหาเรื่องสิงโตกินหนอน จึงผ่านไปรวดเร็ว … รอวันลืมเท่านั้น

เพียงแต่เรื่องที่เกิดขึ้นกับราคาหุ้น BLA นี้ ทำให้หลายคนคิดถึงกรณีที่นายชัย เคยถูกลงโทษเมื่อต้นปีที่ผ่านมาโดย ก.ล.ต. ซึ่งเป็นความผิดที่ต่างกรรม ต่างวาระ แต่เงื่อนเวลาใกล้เคียงกันมาก คือการ “ปากสว่าง” เพราะนายชัยเผลอไปเล่าให้ญาติบนโต๊ะอาหารฟังว่า บอร์ดของ BKI อนุมัติจ่ายหุ้นปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้น BKI ในอัตราส่วน 5 หุ้นเดิม ต่อ 2 หุ้นปันผล เพิ่มเติมจากการจ่ายเงินปันผลตามปกติของ BKI จากผลการดำเนินงานประจำปี 2556 แล้ว บุคคลที่ได้ฟังได้ซื้อหุ้น BKI ในวันที่ 24-25 ก.พ. 57 ก่อนที่ข้อมูลดังกล่าวจะถูกเปิดเผยต่อบุคคลทั่วไปในวันที่ 28 ก.พ. 57 เข้าข่าย อินไซเดอร์เทรดดิ้ง ….เต็มๆ

ครั้งนั้นนายชัยต้องจ่ายค่าปรับ 5.0 แสนบาท และลาออกจากกรรมการของ BLA เพราะ BLA ได้รับใบอนุญาตนายหน้าค้า หรือจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ที่เป็นหน่วยลงทุน (LBDU) ซึ่งเป็นบุคลากรในธุรกิจตลาดทุน เข้าข่ายมีลักษณะบุคคลต้องห้ามไปด้วย

เจอเรื่องอินไซเดอร์ ทั้งซื้อ และขาย ในเวลาของการทำผิดใกล้เคียงกันอย่างนี้ ทำบุญถวายโบสถ์กี่วัด ก็ยังไถ่บาปให้หมดไม่ไหว…มีใบเสร็จเห็นๆ

ความผิดนั้น ไม่ได้วัดกันที่ปริมาณ แต่วัดกันที่เจตนา และข้อเท็จจริง

อมพระระดับเกจิวัดไหนมาช่วยพูด มากแค่ไหน ก็หาคนเชื่อยาก … เข้าข่ายคนจะซวย ช่วยยากจริงๆ

ยามนี้ ใครจะกล้ายืนยันว่าสิงโตไม่กินหนอนล่ะ????!!!!

โสภณพนิชพี่น้อง อย่างนายชัยและนายเชิดชู คงต้องควงกันระทม หายหน้าจากตลาดทุนไปอย่างต่ำ 3 ปี ตามคำสั่งเชือด ส่วนจะกลับมาอีกครั้งหลังจากนั้นได้หรือไม่ ก็ตอบยาก… เพราะขึ้นกับว่า เงื่อนไขต่างๆ จะเป็นตามที่ คนจะบัญชา หรือฟ้าจะลิขิต หรือเปล่า

อิ อิ อิ