ชง 11 หุ้นมีปัจจัยหนุนกำไรฟื้น-งบ Q1 สวยSET แกว่งแคบ-เก็งต่างชาติเข้าซื้อหุ้นไทยต่อ

นักวิเคราะห์มองดัชนีหุ้นไทยวันนี้แกว่งตัวอยู่ในกรอบแคบ เนื่องจากตลาดยังรอการประกาศผลประกอบการกลุ่ม Real Sector ในช่วงเดือนหน้า ขณะเดียวกันกระแสทุนต่างชาติสะสมหุ้นต่อ หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐล่าสุดคาดว่าว่าเฟดจะไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้านี้ ณ เวลา 9.08 น. ค่าเงินบาทล่าสุดอยู่ที่ 32.58 บาทต่อเหรียญ ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ โดยได้รับแรงหนุนจากตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ปิดบวกเมื่อวันศุกร์ (24 เม.ย.) เนื่องจากผลประกอบการของบริษัทขนาดใหญ่ออกมาในเชิงบวก

นักวิเคราะห์มองดัชนีหุ้นไทยวันนี้แกว่งตัวอยู่ในกรอบแคบ เนื่องจากตลาดยังรอการประกาศผลประกอบการกลุ่ม Real Sector ในช่วงเดือนหน้า ขณะเดียวกันกระแสทุนต่างชาติสะสมหุ้นต่อ หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐล่าสุดคาดว่าเฟดจะไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ย

สำหรับหุ้นเด่นวันนี้ ได้แก่ KTB, KBANK, TOP, TPIPL, SAMART, SAMTEL, VNG,RCL,PTT, TASCO และ WHA

 

บล.ธนชาต ระบุในบทวิเคราะห์ (27 เม.ย.) ว่าแม้มีประเด็นเลื่อนเลือกตั้ง แต่ SET แข็งแกร่ง ทำให้โอกาสในการซื้อในระดับต่ำ 1,520 +/- จุด ลดลง โดยเราแนะนำ “ซื้อ” ในช่วงที่ SET “พักฐาน” ในปัจจุบัน โดยมีแนวรับไม่ต่ำกว่า 1,520 จุด ขณะที่คงเป้าหมายระยะ 1-3 เดือนข้างหน้าที่ 1,600-1,620 จุด ต่อไป จาก 1) ความชัดเจนทางการเมืองที่เพิ่มขึ้นหลังร่างรัฐธรรมนูญภายใน ก.ค.นี้ 2) 2) สภาพคล่องในประเทศยังสูง 3) ดอกเบี้ยต่ำ ติดตาม กนง. 29 เม.ย.นี้

แนะนำ “ซื้อ” SAMART ราคาปัจจุบันต่ำกว่ามูลค่าธุรกิจ ICT ที่ 32 บาท และคาดความชัดเจนธุรกิจ พลังงานจะค่อยๆ ชัดเจนมากขึ้นในช่วง 1-3 เดือนข้างหน้า และ “เก็งกำไร” SAMTEL ธุรกิจกลับมาฟื้นตัวชัดจากจำนวนงานที่เพิ่มขึ้น คาดเซ็นสัญญาโครงการ APPS และโครงการ Digital Apco RTP Phase I รวมมูลค่า 7.3 พันล้านภายใน 3Q15 ขณะที่ทางเทคนิคฟื้นตัวชัด เป้าหมาย 28.75 บาท

 

บล.เอเซีย พลัส ระบุในบทวิเคราะห์ (27 เม.ย.) ท่ามกลางปัญหาที่มีอยู่รอบด้าน แต่เชื่อว่าผลกำไรรายหุ้น (Real sector) ที่พลิกฟื้นจากขาดทุนมาเป็นกำไรในปีนี้เช่น พลังงานและปิโตรเคมี ตามราคาน้ำมันที่ฟื้นตัว และที่กำไรโดดเด่นใน 1Q58 จะชนะ SET ได้ (VNG([email protected]) และ RCL([email protected])) วันนี้เลือก PTT([email protected]) เป็น Top Pick

 

บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ (27 เม.ย.) ว่า ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ แกว่งขึ้นกรอบจำกัด

คาด SET วันนี้บวกกรอบแคบ/แกว่งตัว หนุนโดยทุนต่างชาติสะสมหุ้นต่อ หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐล่าสุด ย้ำมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์ KGI ว่าเฟดจะไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ย โดย core durable orders มี.ค.ติดลบเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกัน และมีส่วนกดดันให้ Consensus มอง GDP สหรัฐไตรมาส1/58 โตเพียง 1.1%

(ต่ำเกินที่จะพิจารณาขึ้นดอกเบี้ย) ด้านฝั่งยุโรป กรีซไม่สามารถบรรลุข้อตกลงใดๆ กับเจ้าหนี้ได้จากการเจรจาวันที่ 24 เม.ย. คาดแรงกดดันต่อกรีซจะเพิ่มขึ้นอีกครั้งใน พ.ค.ช่วงชำระหนี้ให้ IMF ส่วนปัจจัยภายในไม่เด่น รอประชุมกนง.วันที่ 29 เม.ย. ซึ่งน่าจะคงดอกเบี้ยนโยบายไวที่ 1.75% ไปก่อน ยังคงแนะนำซื้อเก็งกำไร เน้นหุ้นงบไตรมาส 1/58 แข็งแกร่ง

หุ้นเด่นวันนี้ เก็งกำไร KTB หรือ Pair trade: LONG KTB+Short KBANK/TOP

 

บล.แอพเพิล เวลธ์ ระบุในบทวิเคราะห์ (27 เม.ย.) ว่า สำหรับตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา +0.69 %  ปริมาณการซื้อขายชะลอตัวอยู่ระดับ 3.6 หมื่น ลบ.  ต่างชาติยังซื้อสุทธิ 1.1 พัน ลบ. และเริ่มกลับมา Long ใน SET50 Futures จำนวน 1.39 พันสัญญา 

ประเด็นหลักที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้ คือ การประชุม กนง. วันที่ 29 เม.ย. ( คาดคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 1.75 % ) , การประชุม FOMC 28 – 29  เม.ย. กลยุทธ์การลงทุน ประเมินดัชนีหุ้นไทย แกว่งตัวในกรอบ 1,545 – 1,565 จุด  โดยยังแนะนำ เทรดดิ้งระยะสั้น  เนื่องจากตลาดยังรอการประกาศผลประกอบการกลุ่ม Real Sector ในช่วงเดือนหน้า

 

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ระบุในบทวิเคราะห์(27 เม.ย.) คงมุมมองการลงทุนเป็น “กลาง” วันที่ 23 ด้วยกรอบแกว่ง SET INDEX ระหว่าง 1,550-1,565 จุด มูลค่าการซื้อขายเบาบาง เพราะเข้าใกล้ช่วงวันหยุดยาวของตลาดหุ้นไทยอีกครั้งในปลายสัปดาห์นี้

อีกทั้ง ขาดปัจจัยบวกใหม่เข้าหนุนการลงทุน นักลงทุนต่างรอดูการประชุม กนง. วันที่ 29 เม.ย. และตัวเลขเศรษฐกิจเดือนมี.ค. ธปท.รายงานวันที่ 30 เม.ย. เพื่อประเมินภาพรวมเศรษฐกิจใน 1Q58 สะท้อนกลับมายังมูลค่าการซื้อขายที่เบาบางอึกครั้ง

อย่างไรก็ตาม Downside risk ของ SET INDEX ในช่วงนี้เป็นไปอย่างจำกัด เพราะเม็ดเงินทุนต่างชาติรอจังหวะการสะสมหุ้นไทย มากกว่า การลดน้ำหนักการลงทุน เพราะภาพรวมเศรษฐกิจ / งบการเงินของตลาดหุ้นไทย น่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปใน 4Q57

ส่วนสถาบันภายในประเทศ โดยเฉพาะทริกเกอร์ฟันด์ รอขายอยู่ด้านบน 1,580-1,600 จุด มากกว่าบริเวณปัจจุบัน ขณะที่ปัจจัยการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ เป็นกลาง กลายเป็นภาพตลาดของการ “Trading” มากกว่าการลงทุนรอบใหญ่

ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศ อย่างกรณีกรีซ น่าจะเป็นสิ่งที่ตลาดประเมินไว้ก่อนหน้านี้ ดังจะเห็นได้จาก DJIA ปิดบวก ราคาทองคำ ปิดลบ ในคืนวันศุกร์ เชื่อว่ากรีซ และ เจ้าหนี้อียู จะพยายามในการแก้ไขปัญหาและหาข้อสรุปของแผนปฎิรูปเศรษฐกิจได้ก่อนที่กรีซจะขาดสภาพคล่องทางการเงินในช่วงครึ่งหลังของเดือนพ.ค.

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำ “นักลงทุนอาจซื้อเก็งกำไรหุ้นเป้าหมายบางส่วนเพิ่มเติม” เพื่อรอขายทำกำไรบริเวณ 1,580 จุด +/-

Accumulative Buy: TPIPL

Top Pick in 2Q15: ITD / TASCO / TPIPL/ WHA