SET หลังสงกรานต์ยังผันผวน จับตาแบงก์ไทยเปิดงบฯ Q1/60

SET หลังสงกรานต์ผันผวน จับตาแบงก์ไทยเปิดงบฯ Q1/60 สัปดาห์นี้ จัดทัพ 9 หุ้นเด็ดมีโอกาสพลิกกลับ KBANK, BBL, TMB, PTTEP, IVL, KCE WICE BGRIM TVO

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้นักวิเคราะห์ฯ คาดดัชนีหุ้นไทยเช้านี้อาจจะปรับตัวขึ้นได้แต่ยังอยู่ในกรอบจำกัด แม้ตลาดจะคลายความกังวลต่อสถานการณ์ซีเรีย หลังสหรัฐฯและชาติพันธมิตรโจมตีซีเรียเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา แต่เป็นการโจมตีในขอบเขตจำกัด ขณะเดียวกันนักลงทุนยังรอดูตัวเลข GDP ในไตรมาส 1/61 ของจีนที่จะประกาศออกมาในเช้าวันนี้

รวมถึงการทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 1/61 กลุ่มธนาคารของไทยที่จะเริ่มออกมาในสัปดาห์นี้ รวมถึงโอกาสที่สหรัฐฯอาจจะประกาศคว่ำบาตรอิหร่าน-รัสเซียรอบใหม่ด้วย

โดย ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ยังอยู่ในแดนบวกและแดนลบ ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจจีนหลายรายการที่จะมีการเปิดเผยในวันนี้ ได้แก่ ยอดค้าปลีกเดือนมี.ค. การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนมี.ค. การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรเดือนมี.ค. และผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 1/2561

ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดวันนี้ที่ 21,801.83 จุด ลดลง 33.70 จุด, -0.15% ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีนเปิดวันนี้ที่ 3,112.97 จุด เพิ่มขึ้น 2.32 จุด, +0.07% ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดวันนี้ที่ 30,354.89 จุด เพิ่มขึ้น 39.30 จุด, +0.13% ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันเปิดวันนี้ที่ 10,953.51 จุด ลดลง 1.04 จุด, -0.01% ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เปิดวันนี้ที่ 2,459.39 จุด เพิ่มขึ้น 1.90 จุด, +0.08% ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์เปิดวันนี้ที่ 3,505.31 จุด เพิ่มขึ้น 8.12 จุด, +0.23% ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซียเปิดวันนี้ที่ 1,874.11 จุด ลดลง 4.65 จุด, -0.25%

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่นักลงทุนให้ความสนใจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างเดือนมี.ค., การผลิตภาคอุตสาหกรรม-การใช้กำลังการผลิตเดือนมี.ค., รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และดัชนีการผลิตเดือนเม.ย.จากเฟดฟิลาเดลเฟีย

 

โดย นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยจะขยับขึ้นต่อในเช้านี้ หลังคลายความกังวลต่อสถานการณ์ซีเรีย แต่การฟื้นตัวของดัชนีน่าจะยังอยู่ในกรอบจำกัด เนื่องจากนักลงทุนยังรอดูการประกาศตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในไตรมาส 1/61 ของจีนในช่วงเช้าวันนี้ โดยตลาดคาดการณ์ว่า GDP จะขยายตัวราว 6.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งชะลอตัวลงจากระดับเติบโต 6.8% ในไตรมาส 4/60 ซึ่งหากออกมาตามคาดก็จะยังเป็นเชิงบวกต่อตลาดเพราะยังมี GDP เติบโตในระดับสูงอยู่

นอกจากนี้นักลงทุนยังรอดูตัวประกาศงบการเงินไตรมาส 1/61 กลุ่มแบงก์ของไทยที่จะเริ่มทยอยออกมาในสัปดาห์นี้ โดยภาพรวมมองว่าจะเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบรายไตรมาส แต่อาจจะลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งตลาดยังจับตามองการตั้งสำรองฯมาตรฐานบัญชีใหม่ IFRS9 ของกลุ่มแบงก์ด้วย

ขณะเดียวกันแม้สถานการณ์ซีเรียอาจจะจบลง แต่นักลงทุนยังจับตาความเป็นไปได้ที่สหรัฐจะประกาศคว่ำบาตรรัสเซียรอบใหม่เพื่อตอบโต้การใช้อาวุธเคมีในซีเรีย รวมถึงจับตาความเห็นเชิงนโยบายต่างๆ ของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่มีออกมาต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมาด้วย

สำหรับราคาน้ำมันดิบที่ปรับลดลงเมื่อคืนนี้ จากความคลายกังวลต่อสถานการณ์ซีเรีย แต่ราคาน้ำมันดิบก็นับว่ายังทรงตัวในระดับสูงสุดรอบ 3 ปี และโอกาสที่สหรัฐฯจะทำการคว่ำบาตรอิหร่านรอบใหม่ ซึ่งนับว่ายังเป็นความขัดแย้งทางการเมืองอยู่ก็มีโอกาสที่จะทำให้ราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งไม่น่ากระทบต่อการลงทุนหุ้นกลุ่มพลังงานมากนัก รวมถึงการที่ผู้ถือหุ้นของ PTT อนุมัติการแตกพาร์ซึ่งคาดว่าจะมีผลในเดือนพ.ค.นั้น แม้ตลาดจะรับรู้ไปแล้ว แต่ก็เชื่อว่ายังเป็นปัจจัยหนุนตลาดได้บ้าง

“วอลุ่มวันนี้น่าจะกลับเข้ามาสู่ปกติ เพราะนักลงทุนน่าจะกลับเข้าสู่ตลาดหลังจากผ่านพ้นช่วงสงกรานต์ และสถานกาณณ์ซีเรียก็ไม่ได้ลุกลาม น่าจะกระตุ้นนักลงทุนให้เริ่มกลับเข้ามาก็จะทำให้บรรยากาศคึกคักขึ้น”นายอภิชาติ กล่าว

พร้อมให้แนวรับบริเวณ 1,758 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,770-1,772 และ 1,780-1,785 จุด

 

ด้าน บล.เคทีบี (ประเทศไทย) คาดดัชนีฯ สัปดาห์นี้มีโอกาสเดินหน้าต่อในกรอบ 1,740-1,780 จุด หลังผ่านช่วงวันหยุดยาว ทั้งนี้แม้มีกรณีสหรัฐฯโจมตีซีเรียเข้ามาทำให้ตลาดผันผวนไปตามสถานการณ์ แต่ด้วยมุมมองในทางบวกต่อราคาน้ำมันที่อาจสูงขึ้นต่อ และตลาดรับผลบวกจากสหรัฐฯ-จีน ที่น่าจะมีการเจรจาการค้ากันมากกว่าที่จะเร่งปรับขึ้นภาษี ส่วนการลงทุนสัปดาห์นี้ยังต้องกระจุกอยู่ในหุ้นบางกลุ่ม

โดยกลุ่มขนาดใหญ่ที่คาดจะเป็นบวกต่อ คือธนาคาร-น้ำมัน-ปิโตรเคมี-ส่งออก อาทิ KBANK, BBL, TMB, PTTEP, IVL, KCE และ WICE รวมถึงหุ้นที่ราคาปรับตัวลงมากก่อนหน้านี้ และมีโอกาสที่จะพลิกกลับ คือ BGRIM และ TVO

 

อย่างไรก็ตาม บล.ฟินันเซีย ไซรัส คาด SET วันนี้อ่อนตัวลงในช่วงแรก อิงจากตลาดหุ้นเพื่อนบ้านที่ปรับตัวลง รวมถึงราคาน้ำมันดิบที่ขยับลง อย่างไรก็ตามเชื่อว่ากรอบการลบจะไม่กว้างนักและมีโอกาสเห็นการฟื้นตัวระหว่างวัน โดยประเมินว่าผลกระทบเชิงลบจากประเด็นโจมตีซีเรียจะจำกัดเนื่องจากไม่ได้ทำให้เกิดการเผชิญหน้าระหว่างสหรัฐฯและรัสเซียตามที่กังวล

ขณะเดียวกันจากปัจจัยต่างประเทศที่ยังมีความไม่แน่นอนจึงยังมองว่าหุ้นในกลุ่ม Domestic และ Defensive น่าจะเคลื่อนไหวได้แข็งแกร่งกว่าตลาด สำหรับหุ้นเด่นเดือน เม.ย. ประกอบด้วย BDMS, CPN, ERW, KBANK, SYNEX