ยอดสูงต่ำลง

*สถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยเปลี่ยนแปลงเร็วมาก จนทำให้เดี๊ยนตั้งหลักแทบไม่ทัน เพราะดัชนีขึ้นมายืนที่บริเวณ 1,800 จุดได้ไม่ทันไร ถัดมาอีกวันก็โดนถล่มจนไม่หลงเหลือความแข็งแกร่ง ก่อนจะลงเอยด้วยการปิดที่ 1,790.14 จุด ลบไป 11.14 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.36 หมื่นล้านบาท เหมือนเป็นการสะท้อนภาพให้นักเล่นหุ้นได้รู้ว่า อะไรหลายอย่างยังไม่นิ่งเหมือนที่ควรจะเป็นพะย่ะค่ะ

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

*ประเด็นดังกล่าวทำให้ “โมนิก้า” ต้องเท้าความกลับไปถึงข้อมูลทางสัญญาณเทคนิคที่บอกให้รู้ว่า ยอดสูงสุดของการเด้งกลับแต่ละรอบเริ่มต่ำลง ซึ่งเห็นได้จากเหตุการณ์ในช่วง 2 ครั้งที่ผ่านมา ตอนครั้งแรกวิ่งขึ้นไปปิดจุดสูงสุดได้อยู่แถว 1,835 จุด (ถัดมาอีกวันวิ่งขึ้นไปแตะ 1,852 จุด แต่ลงมาปิดแถว 1,830 จุด) ส่วนครั้งที่สองวิ่งขึ้นไปปิดจุดสูงสุดได้อยู่แถว 1,816 จุด..จำกันได้ไหมคะ

*ส่วนเหตุการณ์สดๆ ร้อนๆ ครั้งที่สามคือ ดัชนีวิ่งขึ้น 3 วันติด พร้อมกับขึ้นมายืนปิดที่ 1,801 จุด แต่วานนี้กลับไม่สามารถรักษาฐานที่มั่นได้เหมือนกับที่ผู้คนคาดหวัง จึงทำให้ทฤษฎีภูเขา 3 ลูกต่ำลง ถูกนำมาพูดถึงอีกครั้งอย่างแพร่หลาย “โมนิก้า” ถึงอยากให้แฟนคลับเข้าใจเหตุผลที่ทำให้นักลงทุนกลุ่มต่างๆ หันมาเล่นสั้นกันมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะไม่มีอะไรมาการันตีว่าดัชนีจะวิ่งขึ้นไปยืนเหนือ 1,850 จุดได้ในเร็ววันเจ้าค่ะ

*เมื่อหลายอย่างยังไม่โอเค และยังมีเรื่องต้องคิดมากมาย หุ้นแกนหลักเลยโดนถล่มอย่างไร้เหตุผล ทั้งที่เห็นกันอย่างทนโท่ว่า มีข่าวดีเต็มประตูหน้าต่าง แต่ดันโดนเทหนักกันถ้วนหน้า “โมนิก้า” ถึงรู้สึกไม่สบายใจที่นักเล่นบางรายปรับอารมณ์ตัวเองให้รับกับความผันผวนไม่ได้สักที ซึ่งมันหมายถึงจังหวะการเล่นหุ้นเที่ยวนี้มีโอกาสพลาดพลั้งสูงเลยทีเดียวนะจะบอกให้

*เหมือนกับเหตุการณ์ที่หุ้น PTT ถูกเทขายจนราคาหุ้นทรุดลงมายืนอยู่ที่ 572 บาท ลบไป 16 บาท หรือลงไป 2.70% ด้วยมูลค่าการซื้อ 1.10 หมื่นล้านบาท ทั้งที่เห็นกันอยู่เต็ม 2 ลูกตาว่า วันนี้จะเทรดพาร์ใหม่ 1 บาทอย่างเป็นทางการ และมีการวางราคาเป้าหมายขั้นต่ำไว้ที่บริเวณ 60 บาท อีกทั้งประวัติเก่าๆ ของหุ้นขนาดใหญ่ที่มีการแตกพาร์แล้วรุ่งก็มีให้เห็นเยอะแยะไปหมด หรือแม้กระทั่งราคาน้ำมันดิบในไตรมาส 1 พุ่งขึ้นแรง จึงอยากให้คนเล่นไปคิดกันเองว่า ควรซื้อหุ้นพี่เบิ้มตัวนี้หรือเปล่า?

*ถ้าคิดไม่ออกขอให้แฟนคลับมองไปที่เสือนอนกิน AOT ก่อนหน้าที่จะมีการแตกพาร์ไฉไลขนาดไหน? วันนี้หลังจากแตกพาร์ไฉไลกว่าเดิมจริงไหม? “โมนิก้า” คงไม่ต้องอธิบายอะไรให้มากความอีกต่อไป เพราะการบวกสวนภาวะตลาดหุ้นขึ้นมาปิดที่ 71 บาท บวกไป 1 บาท หรือขึ้นไป 1.40% ด้วยมูลค่า 3.49 พันล้านบาท น่าจะเป็นการสะท้อนคุณภาพหุ้นตัวนี้ได้เป็นอย่างดี ซึ่งมันก็เกี่ยวกับการแตกพาร์โดยตรงนะจ๊ะ

*ส่วนในรายของ IVL ทะยานขึ้นมาปิดที่ 61 บาท บวกไป 1.50 บาท หรือขึ้นไป 2.50% ด้วยมูลค่า 3.42 พันล้านบาท พร้อมกับทำ all time high น่าจะเป็นผลพวงมาจากผลงานในไตรมาส 1 ออกมาดี แรงซื้อถึงไหลเข้ามาไม่ขาดสาย จนหลายคนมองเป้าบนแถวราคา 68 บาทเป็นที่ตั้งแบบนี้ “โมนิก้า” มองเป็นช็อตตามกระแสที่ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง เพราะโดยพื้นฐานหุ้นขึ้นไปยืนแถวนั้นได้สบายๆ อยู่แล้วเจ้าค่ะ

*สำหรับในรายของ HMPRO กลายเป็นหุ้นอีกหนึ่งตัวที่สร้างปรากฏการณ์หน้าใหม่ได้อย่างประทับใจ หลังหุ้นขึ้นมาปิดที่ 15.40 บาท บวกไป 0.40 บาท หรือขึ้นไป 2.70% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.16 พันล้านบาท แถมเป็นการทำ all time high ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่หนาแน่น “โมนิก้า” ย่อมเชื่อว่า หุ้นมีโอกาสทะยานขึ้นไปอีก เพราะกระแสเริ่มจุดติดอีกครั้งแล้วน่ะซี (ไปไม่ไหว ก็ขายทิ้ง ง่ายๆ แค่นี้เอง)..อิอิอิ

*เช่นเดียวกับคนที่เข้ามาเล่นหุ้นร้อน DIGI จนทะยานขึ้นมาปิดที่ 0.69 บาท บวกไป 0.09 บาท หรือขึ้นไป 15% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 64 ล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นช็อตของการคาดหวังรุ่งอรุณวันใหม่สดใสเสมอ จึงเห็นพวกมือดีเข้ามาดันหุ้นกันอย่างสนุกสนาน อีกทั้งกลุ่มคนที่ถูกพาดพิงไม่ออกมาพูดอะไรเลยสักอย่าง เท่ากับเป็นการกระพือข่าวให้ใหญ่โตมโหฬารขึ้นไปอีก หุ้นถึงขึ้นไม่ยอมหยุดสักที!..งานนี้บอกได้แค่ว่า ขายเมื่อความจริงปรากฏชัวร์เจ้าค่ะ

*ไหนๆ มาในโทนความหวังกันแล้ว “โมนิก้า” ขอเม้าท์ถึง “หุ้นร้อนแต่ชื่อเย็น” อย่างเช่น KOOL เพื่อชี้ให้เห็นการเล่นเที่ยวนี้ ยังใช้มุกเดิมๆ เพื่อสร้างสีสันให้กับคนที่เข้ามาตะลุมบอน จึงอย่าแปลกใจที่เห็นหุ้นขึ้นมายืนปิดที่ 2.48 บาท บวกไป 0.16 บาท หรือขึ้นไป 6.90% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 54 ล้านบาท เดี๊ยนถือเป็นช็อตของพวกขาลุยอย่างแท้จริง ใครรู้ตัวไม่ใช่นักเล่นแนวนี้..รีบถอยให้ห่างเลยดีกว่านะจ๊ะ