JSP กับอนาคต

คุณภาพด้านผลประกอบการของปี 2561 ของ JSP อาจจะมีทิศทางดีขึ้นจากปีก่อนที่ขาดทุน….โดยบริษัทตั้งเป้ารายได้รวมปีนี้เติบโต 15% แตะ 5,000 ล้านบาท จากปีก่อนที่ทำได้ 4,521.87 ล้านบาท

คุณค่าบริษัท

คุณภาพด้านผลประกอบการของปี 2561 ของ บริษัท เจ. เอส. พี. พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ JSP อาจจะมีทิศทางดีขึ้นจากปีก่อนที่ขาดทุน….โดยบริษัทตั้งเป้ารายได้รวมปีนี้เติบโต 15% แตะ 5,000 ล้านบาท จากปีก่อนที่ทำได้ 4,521.87 ล้านบาท

ทั้งนี้จะมาจากการรับรู้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 4,700 ล้านบาท และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่าจำนวน 300 ล้านบาท ซึ่ง 5 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-พ.ค. 2561) มียอดโอนกรรมสิทธิ์โครงการแล้วจำนวน 1,800 ล้านบาท

ขณะที่ปัจจุบันบริษัทฯมียอดขายรอโอน (Backlog) มูลค่ารวมกว่า 3,100 ล้านบาท แบ่งเป็น โครงการแนวราบและโครงการคอนโดมิเนียม คาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้ในปีนี้ประมาณ 2,000 ล้านบาท โดยยอด Backlog ดังกล่าว บริษัทประเมินว่าน่าจะมียอดปฏิเสธสินเชื่อ (Reject Rate) ประมาณ 30-35% คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,100 ล้านบาท

นอกจากนี้บริษัทฯยังคงเป้าหมายยอดขาย (Presale) รวมปีนี้ไว้ที่ 6,800 ล้านบาท จากในช่วง 5 เดือนแรกที่ผ่านมา มียอดขายแล้วประมาณ 3,300 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการเดิมที่อยู่ระหว่างการขาย

ส่วนการเปิดขายโครงการใหม่ในปีนี้ คาดว่าจะเปิดขายได้ในครึ่งปีหลังนี้เป็นต้นไป โดยบริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ จำนวนรวมทั้งสิ้น 8 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 2.55 ล้านบาท แบ่งเป็น โครงการใหม่ จำนวน 4 โครงการ มูลค่า 1,960 ล้านบาท ได้แก่ โครงการ เจ วิลล่า รัตนาธิเบศร์ บางบัวทอง (บ้านแฝด), เจทาวน์ เอ็กซ์คลูซีพ บางปะกง บ้านโพธิ์ (ทาวน์โฮม), เจซิตี้ บางพระ ฉะเชิงเทรา (ทาวน์โฮม) และ เจ บิช วงแหวนบางใหญ่ (อาคารพาณิย์) รวมถึงจะเปิดโครงการเฟสใหม่ ในโครงการเดิม

อีกจำนวน 4 เฟส มูลค่ารวม 586 ล้านบาท ได้แก่ โครงการ เจ ซิตี้ รัตนาธิเบศร์ บางบัวทอง (อาคารพาณิชย์), เจ เอเวนิว รัตนาธิเบศร์ บางบัวทอง (ทาวน์โฮม), เจ ซิตี้ ศรีราชา-อัญสัมชัญ (อาคารพาณิชย์) และ เจ ซิตี้ ติวานนท์ บางกะดี (บ้านแฝดและบ้านเดี่ยว)

ด้านผลการดำเนินงานไตรมาส 1 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2561 บริษัทมีรายได้รวมทั้งสิ้น 1,044.71 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อน 1,043.61 ล้านบาท เนื่องจากรายได้จากการให้เช่าและบริการเพิ่มขึ้น ส่งผลให้บริษัททำกำไรได้ทั้งสิ้น 46.93 ล้านบาท หรือ 0.011 บาทต่อหุ้น จากงวดเดียวกันของปีก่อน 48.09 ล้านบาท หรือ 0.011 บาทต่อหุ้น ถือว่าเป็นการประคับประคองผลงานดีอยู่

จากโครงการที่มียอดขายที่เพิ่มขึ้นและมีโครงการใหม่ที่เพิ่มขึ้น หากยอดขายไปทิศทางดีจะส่งผลให้ผลประกอบการของ JSP เปลี่ยนแปลงดีขึ้นในช่วงต่อไป

ที่สำคัญทาง JSP จะมีสิ่งใหม่ ๆ ที่เปลี่ยนแปลง เนื่องจากบริษัทมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ โดยมีการเปลี่ยนผู้ถือหุ้นรายใหม่เข้ามาบริหาร อย่าง “ลิขิต ลือสกุลกิจไพศาล” เข้ามาดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ผู้มีความเชี่ยวชาญในด้านการบริหารงานและการระดมทุน พร้อมกับมีวิสัยทัศน์ใหม่ในการขับเคลื่อนองค์กร เจ.เอส.พี. ให้เกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

โดยกำหนดเป้าระยะสั้น คือในปีแรกจะเป็นการปรับฐานให้มีความแข็งแรง มั่นคง และมีสภาพคล่องทางการเงินมากขึ้น อีกทั้งตั้งเป้าภายใน 3 ปีจะสร้างอัตราการเติบโตให้กับบริษัทฯ ไม่ต่ำกว่า 25% และเน้นพัฒนาอสังหาฯ แนวราบเป็นหลัก ภายใต้หลักการดำเนินงาน 3 ทิศทาง ได้แก่ สร้างทรัพย์ ซื้อขายทรัพย์ และพัฒนาทรัพย์

จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญนี้ จะทำให้ JSP เติบโตอย่างแข็งแกร่งได้หรือไม่ ?

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่

  1. นายบุญยง สวาทยานนท์ 635,591,300 หุ้น 15.13%
  2. นายลิขิต ลือสกุลกิจไพศาล 580,000,000 หุ้น 13.81%
  3. นายทนงศักดิ์ มโนธรรมรักษา 478,162,300 หุ้น 11.38%
  4. นายยงศีล รุ่งชีวา 155,439,700 หุ้น 3.70%
  5. นายเกียรติศักดิ์ ไตรตรึงษ์ทัศนา 139,291,300 หุ้น 3.32%

รายชื่อกรรมการ

  1. นายพรชัย ชุนหจินดา ประธานคณะกรรมการบริษัท
  2. นายพรชัย ชุนหจินดา กรรมการอิสระ
  3. นายลิขิต ลือสกุลกิจไพศาล ประธานกรรมการบริหาร
  4. นายลิขิต ลือสกุลกิจไพศาล กรรมการ
  5. นายไพโรจน์ วัฒนวโรดม กรรมการผู้จัดการ