ย่ำฐานเพื่อไปต่อ

*หากเข้าใจรูปแบบการเล่นหุ้นในช่วงที่กองทุนตัวแสบลุยซื้อหุ้นไม่เว้นในแต่ละวัน ย่อมเข้าใจเหตุผลที่ทำให้ดัชนีทรุดตัวลงมาปิดที่ 1,636.63 จุด ลบไป 6.97 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.44 หมื่นล้านบาทได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งบางคนอาจมองเป็นเรื่องที่น่าเสียวไส้สุด ๆ แต่สำหรับความคิดเห็นของ “โมนิก้า” กลับมองเป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ ของการเล่นหุ้นในเที่ยวนี้ เพราะทำให้อะไรหลายอย่างไม่เว่อร์วังจนเกินไปนะซี

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

*หากเข้าใจรูปแบบการเล่นหุ้นในช่วงที่กองทุนตัวแสบลุยซื้อหุ้นไม่เว้นในแต่ละวัน ย่อมเข้าใจเหตุผลที่ทำให้ดัชนีทรุดตัวลงมาปิดที่ 1,636.63 จุด ลบไป 6.97 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.44 หมื่นล้านบาทได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งบางคนอาจมองเป็นเรื่องที่น่าเสียวไส้สุด ๆ แต่สำหรับความคิดเห็นของ “โมนิก้า” กลับมองเป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ ของการเล่นหุ้นในเที่ยวนี้ เพราะทำให้อะไรหลายอย่างไม่เว่อร์วังจนเกินไปนะซี

*หากมองให้ดีจะเห็นประเด็นที่ “โมนิก้า” วางไว้เป็นข้อ ๆ อย่างชัดเจน ไล่เรียงตั้งแต่ เกมเปลี่ยนตลอดเวลา! ซึ่งเป็นผลมาจากสถานการณ์ที่ดูเหมือนจะย่ำแย่ลงไปทุกวัน กลับมีแรงซื้อจำนวนมากเข้ามาดันหุ้นขึ้นมาอีกรอบ ถัดจากนั้นเป็นการตั้งคำถามให้นักเล่นคิดตามกันนิดหนึ่งว่า 1,620 จุดเปลี่ยน? ซึ่งได้คำตอบออกมาอย่างเป็นทางการว่า ถูกต้องครับ..บบ!

*โดยล่าสุดเป็นการเปิดหัวข้อพูดคุยในเชิงวิชาการมากหน่อย พร้อมกับขันอาสาอธิบายให้แมงเม่าฟังว่า จุดตั้งฐานมีความสำคัญในแง่ของการเล่นเร็ว และยังเป็นตัวบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ทุกคนรู้ว่า เมื่อดัชนีอ่อนตัวลงมาใกล้กับแนวรับ 1,620 จุดอีกรอบ นักเล่นต้องตัดสินใจทันทีระหว่าง “กระโจนใส่” กับ “ถอยให้ห่าง” เพื่อทำให้การเล่นหุ้นในเที่ยวนี้มีอรรถรสมากขึ้นไงล่ะคะ

*เมื่อองค์ประกอบรอบด้านไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ “โมนิก้า” ถึงมองการอ่อนตัวของดัชนีในระหว่างวันเป็นเพียงแค่การย่ำฐานเพื่อไปต่อ โดยบทพิสูจน์ดังกล่าวต้องใช้เวลามากหน่อยในการทำให้แรงเทขายสะเด็ดน้ำอย่างเป็นทางการ เดี๊ยนถึงภาวนาให้การทดสอบดังกล่าวจบลงโดยเร็ว เพราะหวังจะได้เห็นดัชนีขึ้นไปยืนเหนือระดับ 1,650 จุดในเร็ว ๆ นี้นะซี

*เหมือนกับอาการของหุ้นพานทองแท้ PTT กำลังติดหล่มอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งที่ชาวหุ้นทั่วบ้านทั่วเมืองยกให้เป็นหุ้นน่าลงทุนแห่งปี เหตุไฉน..ราคาหุ้นถึงทิ้งตัวลงจากระดับ 57.50 บาทลงมาเรื่อย ๆ จนวานนี้ยืนปิดที่ 48.50 บาท ลบไป 0.25 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อ 3.57 พันล้านบาทอย่างง่ายดาย “โมนิก้า” ถึงมองเป็นจุดที่นักเล่นต้องตั้งสติให้ดีกันนิดหนึ่ง หลังราคาหุ้นเริ่มตั้งฐานย่อม ๆ ให้เห็นแล้ว จึงเชื่อว่าหุ้นจะเด้งกลับขึ้นไปหายอดเดิมในไม่ช้าเจ้าค่ะ

*เช่นเดียวกับในรายของ AOT มีตัวเลขดี ๆ คอยซัพพอร์ตตลอดเวลา แต่ทันทีที่กองทุนตัวแสบไม่เล่น ฝรั่งขี้นกไม่เอา ปอบผีฟ้าถอยฉาก ราคาหุ้นก็ทรุดโทรมลงอย่างเห็นได้ชัด โชคดีที่วานนี้หุ้นสามารถยืนปิดที่ระดับราคา 64.75 บาท ลบไป 0.75 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.71 พันล้านบาท ซึ่งเป็นการปิดเหนือเส้น 200 วันได้แบบฉิวเฉียด เลยไม่มีอะไรที่แย่ลงไปกว่าเดิม และมีลุ้นเด้งกลับเหมือนกันพะยะค่ะ

*ส่วนรายที่เด้งกลับขึ้นมาก่อนใครเพื่อนอย่างพ่อดอกมะลิ JAS ยังคงเป็นช็อตที่น่าสนใจสำหรับพวกขาลุยไม่เสื่อมคลาย เพราะราคาเป้าหมายของการวิ่งขึ้นรอบนี้มองได้ถึงระดับ 5.80 บาท ขณะที่ราคาปิดวานนี้ยืนอยู่ที่ระดับ 5.15 บาท บวกไป 0.23 บาท หรือขึ้นไป 4.70% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 475 ล้านบาท มันยังมีแก๊ปให้ทุกคนเข้ามาตะลุมบอนได้อย่างเต็มที่ จึงกลายเป็นหุ้นที่น่าจับตาดูมากเหลือเกินในเที่ยวนี้นะจ๊ะ

*สำหรับรายที่มากับเกมการเงินอย่างหุ้น MK น่าจะเป็นช็อตที่ทำให้ทุกคนอ้าปากค้างกันเป็นแถว เพราะเป็นการเข้าทำในทีเผลอตอนทุกคนหลับหมด มาเห็นอีกทีตอนอสังหาริมทรัพย์ค่ายศุภาลัยประกาศทำเทนเดอร์ฯ ในราคาหุ้นละ 4.12 บาท หุ้นเลยวิ่งขึ้นมาปิดที่ 4.08 บาท บวกไป 0.78 บาท หรือขึ้นไป 23.65% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 480 ล้านบาท ถือเป็นการปิดเกมที่ยอดเยี่ยมเลยนะ “เฮียประทีป” ส่วนเที่ยวนี้ใครรวยจากดีลดังกล่าวบ้าง..ลองไปดีดลูกคิดกันเอาเองนะคะ

*เมื่อเรื่องทั้งหมดลงเอยแบบรวบรัดตัดตอน เดี๊ยนมองไปทางไหนเลยมีแต่คำว่า win-win แถมทุกอย่างมีคำอธิบายเยอะแยะไปหมดแบบนี้ “โมนิก้า” จึงขอสันนิษฐานการทรุดตัวลงของหุ้น SPALI ลงมายืนอยู่ที่ระดับ 24.50 บาท ลบไป 1 บาท หรือลงไป 3.90% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 442 ล้านบาท น่าจะเป็นเรื่อง sell on fact มากกว่าความกังวลที่บริษัทต้องไปกู้เงินมาซื้อหุ้นกระมัง!..อิอิอิ

*ส่วนหุ้นอีกตัวที่เคาะขวากันหนุบหนับ จนแมงเม่ากระโจนเข้าเล่นกันสนุกสนาน ก่อนหุ้นจะปิดไปที่ระดับ 3.42 บาท บวกไป 0.38 บาท หรือขึ้นไป 12.50% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 87 ล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นช็อตของการซื้อกลับเพื่อดันหุ้นขึ้นมาตั้งฐานเหนือระดับราคา 3.50 บาท โดยมีเป้าหมายหลักอยู่ที่ระดับราคา 4 บาท (แมงลือเม้าท์ให้ฟัง) มันเป็นเกมที่แมงเม่าต้องนั่งบวกลบคูณหารให้ดีก่อนลุยนะจ๊ะคนดี

*หากมองแพตเทิร์นดังกล่าวไม่ออกจริง ๆ “โมนิก้า” ขอแนะนำให้แฟนคลับหันมามองการขยับตัวของหุ้น CHAYO เพื่อเป็นไกด์นำทางการเคาะขวารัว ๆ เพราะการขยับตัวของหุ้นส่วนใหญ่อยู่ที่ระดับ 3.70-4.00 บาท แม้จะมีบางจังหวะเด้งขึ้นไปไกล และลงไปลึกกว่ากรอบราคาดังกล่าว แต่สุดท้ายก็ขยับขึ้นมาอยู่ในกรอบเดิมอยู่ดี เดี๊ยนถึงถามนักเล่นอีกครั้งว่า การขึ้นมาปิดที่ 3.90 บาท บวกไป 0.12 บาท หรือขึ้นไป 3.20% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 137 ล้านบาท มีนัยมากน้อยเพียงใดสำหรับการเล่นเที่ยวนี้นะคะ