หุ้นชนะดัชนีเดือน ก.ค. 61

ภาพรวมตลาดหุ้นไทยเดือนกรกฎาคม 2561 นับว่าเป็นเดือนแห่งความสดใส เพราะตลอดทั้งเดือนดัชนีปรับตัวขึ้น 106.21 จุด หรือขึ้นไป 6.66% ถือเป็นแรงซื้อเก็งกำไรหลังจากผลประกอบการกลุ่มพาณิชย์ประกาศออกมาดีกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ ทำให้มีการเก็งกำไรบริษัทจดทะเบียนอย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญช่วงปลายเดือนกรกฎาคม ทางนักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับมาซื้อสุทธิหุ้นไทย

เส้นทางนักลงทุน

ภาพรวมตลาดหุ้นไทยเดือนกรกฎาคม 2561 นับว่าเป็นเดือนแห่งความสดใส เพราะตลอดทั้งเดือนดัชนีปรับตัวขึ้น 106.21 จุด หรือขึ้นไป 6.66% ถือเป็นแรงซื้อเก็งกำไรหลังจากผลประกอบการกลุ่มพาณิชย์ประกาศออกมาดีกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ ทำให้มีการเก็งกำไรบริษัทจดทะเบียนอย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญช่วงปลายเดือนกรกฎาคม ทางนักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับมาซื้อสุทธิหุ้นไทย

กรณีดังกล่าวส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) สามารถปรับตัวขึ้นร้อนแรงชนะดัชนีตลาดหุ้น อย่างแข็งแกร่งอยู่หลายตัว ทั้งนี้ (ยกมาเพียงราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นกว่า 20%) ได้แก่ ASIAN, MK, NUSA, THE, RML, PERM, SAWAD, B, SGP, MALEE, TRC, JAS, PLE, BEC, ESSO, WORK, PTL, TCCC, RS, SINGER, SQ, MTC และ BIG เป็นต้น

ส่วนราคาหุ้นของแต่ละตัวปรับตัวขึ้น สาเหตุนั้นมีปัจจัยอะไรบวก ดูตัวอย่างจาก 5 อันดับแรก “ราคาหุ้นพุ่งแรง” ดังนี้

1.บริษัท ห้องเย็นเอเชี่ยน ซีฟู้ด จำกัด (มหาชน) หรือ ASIAN โดยวันที่  31 ก.ค. 2561 ราคาหุ้นอยู่ที่ 8 บาท ขณะที่วันที่ 29 มิ.ย. 2561 ราคาหุ้นอยู่ที่ 5 บาท เพิ่มขึ้น 3 บาท หรือเปลี่ยนแปลง 60% สำหรับการไล่ราคาหุ้นที่ขึ้นพุ่งปรี๊ดเนื่องจากบริษัทได้รับประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่าเฉพาะในช่วงไตรมาส 2/2561 ค่าเงินบาทอ่อนค่ากว่าช่วงไตรมาส 1/2561 น่าจะได้เห็นกำไรสวยเนื่องจากบริษัทมีธุรกิจส่งออก ประกอบกับบริษัทยังต้องเดินหน้าลุยงาน เร็ว ๆ นี้มีแผนรุกตลาดต่างประเทศเพิ่มอีก

2.บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) หรือ MK โดยวันที่ 31 ก.ค. 2561 ราคาหุ้นอยู่ที่ 4.50 บาท ขณะที่วันที่ 29 มิ.ย. 2561 ราคาหุ้นอยู่ที่ 2.98 บาท เพิ่มขึ้น 1.52 บาท หรือเปลี่ยนแปลง 51.01% ซึ่งเป็นผลจากการเก็งกำไรจากประเด็นที่ทาง SPALI มีการประกาศทำเทนเดอร์ฯ ไว้ระดับราคา  4.10 บาทต่อหุ้น

นอกจากนี้ บริษัทมีปัจจัยบวกในส่วนด้านการพัฒนาโครงการเพื่อการขายในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทฯ วางแผนเปิดโครงการใหม่อีก 5 โครงการ รวมมูลค่า 4,540 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการบ้านเดี่ยวรวม 3 โครงการ และโครงการทาวน์โฮมรวม 2 โครงการในทำเลศักยภาพ อาทิ กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก, กรุงเทพฯ ตอนเหนือ และกรุงเทพฯ-ปทุมธานี

3.บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน) หรือ NUSA โดยวันที่ 31 ก.ค. 2561 ราคาหุ้นอยู่ที่ 0.31 บาท ขณะที่วันที่ 29 มิ.ย. 2561 ราคาหุ้นอยู่ที่ 0.21 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท หรือเปลี่ยนแปลง 47.62% ซึ่งการปรับตัวขึ้นของราคาครั้งนี้เป็นการเก็งกำไรตามสัญญาณเทคนิคระหว่างช่วงมีการปรับตัวขึ้นนั่นเอง

4.บริษัท เดอะ สตีล จำกัด (มหาชน) หรือ THE โดยวันที่ 31 ก.ค. 2561 ราคาหุ้นอยู่ที่ 3.66 บาท ขณะที่วันที่ 29 มิ.ย. 2561 ราคาหุ้นอยู่ที่ 2.52 บาท เพิ่มขึ้น 1.14 บาท หรือเปลี่ยนแปลง 45.24% ซึ่งการปรับตัวขึ้นของราคาเป็นการเก็งกำไรตามสัญญาณเทคนิคที่เป็นขาขึ้นต่อเนื่อง อาจเป็นเพราะนักลงทุนมองว่าผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2561 จะเติบโตต่อเนื่องจากไตรมาส 1/2561 ปัจจัยแรกรับผลดีจากราคาเหล็กในตลาดโลกมีทิศทางสูงขึ้น ภายหลังสหรัฐอเมริกาปรับเพิ่มกำแพงภาษีนำเข้าเหล็ก

5.บริษัท ไรมอน แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ RML โดยวันที่ 31 ก.ค. 2561 ราคาหุ้นอยู่ที่ 1.45 บาท ขณะที่วันที่ 29 มิ.ย. 2561 ราคาหุ้นอยู่ที่ 1.03 บาท เพิ่มขึ้น 0.42 บาท หรือเปลี่ยนแปลง 40.78% ซึ่งการปรับตัวขึ้นของราคาเป็นการเก็งกำไรตามสัญญาณเทคนิคที่เป็นขาขึ้นต่อเนื่อง

ส่วนบริษัทที่เหลือดูจากตารางประกอบ เนื่องด้วยราคาหุ้นปรับตัวขึ้นเท่าไร

นับว่าการปรับตัวของราคาหุ้นไปในทิศทางตลาดหุ้นที่สดใสแล้ว ในแต่ละตัวก็มีการเก็งกำไรไปในประเด็นที่แตกต่าง เช่นจากข่าวดีในตัวธุรกิจ ผลประกอบการที่คาดออกมาดี หรือกระทั่งการไล่ราคาตามสัญญาณเทคนิคนั่นเอง

ทั้งนี้ หุ้นดังกล่าวยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อได้ในช่วงถัดไป หากมีปัจจัยบวกสนับสนุนต่อเนื่อง!!