เปิด 20 หุ้น SET โคม่าหนัก! งบฯ Q2/61 ถังแตกไม่เลิก!

เปิดรายชื่อ 20 หุ้น SET โคม่าหนัก! งบฯ Q2/61 ถังแตกไม่เลิก! นำโดย ACC, THRE, CGH, RPC และASIA

“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ได้ทำการสำรวจข้อมูล และทำการคัดเลือกบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ที่ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 2/61 สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย.61 โดยครั้งนี้อาศัยข้อมูลมาจากบริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ โดยนายสุเชษฐ์ สุขแท้ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานค้าบริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์

สำหรับครั้งนี้จะเลือกนำเสนอข้อมูลบริษัทจดทะเบียนที่ผลประกอบการขาดทุนเพิ่มขึ้นในกลุ่ม SET มีทั้งหมด 20 ตัว อาทิ ACC, THRE, CGH, RPC, ASIA, APEX, CCP, GJS, SPACK, MPIC, SPPT, U, SMM, CI, MATI, GEL, OHTL, MCOT, WR และ SOLAR อย่างไรก็ตามการนำเสนอข้อมูลประกอบการลงทุนอาจได้ไม่ครบทั้งหมดดังนั้นครั้งนี้จะขอเลือกนำเสนอเพียง 5 อันแรกของตารางโดยเรียงจากขาดทุนเพิ่มขึ้นมากสุดไปหาน้อยสุดดังนี้

 

อันดับ 1 บริษัท แอดวานซ์ คอนเนคชั่น คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ACC รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/61 (รวมบริษัทย่อย) สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย.61 พลิกขาดทุนสุทธิ 10.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,044.05% จากปีก่อนขาดทุน 0.25  ล้านบาท

เนื่องจากรายได้จากการขายและบริการไตรมาส 2/61 ลดลงมาอยู่ที่ 53.58 ล้านบาท จากปีก่อนอยู่ที่ 91.60 ล้านบาทอ อีกทั้งค่าใช้จ่ายในการบริหารไตรมาส 2/61 เพิ่มขึ้นเป็น 20.78 ล้านบาท เทียบปีก่อน 15.70 ล้านบาท

สำหรับบริษัทดำเนินธุรกิจผลิตและออกแบบพัดลมซึ่งมีโคมไฟประกอบเข้ากับพัดลมเป็นเครื่องตกแต่ง ภายใต้เครื่องหมายการค้า Sunlight, COMPASS EAST และAir-le-ganceผลิตภัณฑ์ทุกชนิดได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยเพื่อสร้างความมั่นใจว่าลูกค้าจะได้รับสินค้าที่ดีและมีคุณภาพสูง

อันดับ 2 บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ จำกัด (มหาชน) หรือ THRE รายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2/2561 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2561 ขาดทุนสุทธิ 131.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 782.08% จากปีก่อนขาดทุน 14.91 ล้านบาท เนื่องจากรายได้รวมไตรมาส 2/61 ลดลงอีกทั้งค่าใช้จ่ายในการเนินงานเพิ่มขึ้นมาก

นายโอฬาร วงศ์สุรพิเชษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า บริษัทคาดว่าในปี 62 อาจมีผลกำไรได้ หลังเชื่อว่าผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในปีนี้ เนื่องจากปีหน้าเชื่อว่าผลกระทบจากสัญญาประกันภัยต่อช่วงระยะยาวกับบริษัทรับประกันภัยต่อต่างประเทศ 9 โครงการที่ทำให้เกิดการขาดทุนจะปรับลดลง

ขณะที่ปีนี้คาดว่าจะมีสัญญาที่ครบอายุราว 10-20% จากสัญญาทั้งหมด และทยอยหมดอายุสัญญาในปี 62 จำนวนมาก และบริษัทคาดว่าสัญญาประกันภัยต่อ 9 โครงการจะครบอายุทั้งหมดในปี 63 แต่ทั้งนี้ความสามารถในการทำกำไรจะต้องพิจารณาจากปัจจัยอื่นร่วมด้วย

บริษัทยังตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยต่อรับปีนี้เติบโต 7-8% จากปีก่อนอยู่ที่ 4,903 ล้านบาท โดยเริ่มเห็นแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2/61 อย่างไรก็ตาม ช่วงครึ่งหลังของปีนี้ยังมีการแข่งขันที่ค่อนข้างรุนแรง โดยเฉพาะราคาประกันภัยรถยนต์ในปัจจุบันที่ส่งผลกระทบมาถึงธุรกิจประกันภัยต่อ โดยมองว่าบริษัทขนาดกลาง-เล็กยังมีการแข่งขันที่รุนแรงอยู่ ขณะที่บริษัทประกันภัยขนาดใหญ่หลายแห่งเริ่มมีการประคองราคา อย่างไรก็ดี ขณะนี้ยังมีเวลาพิจารณาผลกระทบอีกประมาณ 2-3 เดือน

ปัจจุบัน ตลาดรับประกันภัยต่อมีมูลค่ารวม 6 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นตลาดต่างประเทศมูลค่าราว 5 หมื่นล้านบาท ส่วนที่เหลือในประเทศอีก 1.2 หมื่นล้านบาท  ซึ่งบริษัทมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่  5 พันล้านบาท

นอกจากนี้ บริษัทตั้งเป้าปี 61 จะมีรายได้จากต่างประเทศราว 50 ล้านบาท จากแผนขยายธุรกิจไปยังกลุ่มประเทศ CLMV มากขึ้น ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างการมองหาพันธมิตรใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องโดยเน้นรับประกันภัยต่อสินเชื่อส่วนบุคคลเป็นหลัก ซึ่งบริษัทมองเห็นโอกาสในการขยายธุรกิจไปยังเวียดนามและฟิลิปปินส์ จากมองว่าเป็นตลาดที่ค่อนข้างใหญ่และเติบโตได้จากมีจำนวนประชากรสูง จากปัจจุบันมีการร่วมมือกับพันธมิตรบริษัทรับประกันภัยต่อในกัมพูชา

อันดับ 3 บริษัท คันทรี่ กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ CGH รายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2/61 (รวมบริษัทย่อย) สิ้นสุดวันที่ 31 มิ.ย. 61 ขาดทุนสุทธิ 38.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 644.61% จากปีก่อนขาดทุน 5.14 ล้านบาทเนื่องจากค่าใช้จ่ายรวมไตรมาส 2/61 เพิ่มขึ้นเป็น 161.50 ล้านบาท

โดยบริษัทดำเนินธุรกิจหลักโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ที่ประกอบธุรกิจการเงิน โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ คันทรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ซึ่งประกอบธุรกิจหลักทรัพย์เป็นบริษัทแกน

อันดับ 4 บริษัท อาร์พีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ RPC รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/61 (รวมบริษัทย่อย) สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย.61 ขาดทุนสุทธิ 27.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 343.16% จากปีก่อน 6.20 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารไตรมาส 2/61เพิ่มขึ้นเป็น 795.91 ล้านบาท จากปีก่อน 619.45 ล้านบาท

สำหรับบริษัทประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) โดยมีธุรกิจพลังงานเป็นธุรกิจหลัก (เดิม) ประกอบธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันขนาด 17,000 บาร์เรลต่อวัน บริหารคลังน้ำมัน 1 แห่ง เพื่อจัดจำหน่ายน้ำมันดีเซล เบนซิน 91 แก๊สโซฮอลล์ 91 แก๊สโซฮอลล์ 95 แก๊สโซฮอลล์ E85 เคมีภัณฑ์ และน้ำมันเตา รวมถึงค้าปลีกน้ำมันสำเร็จรูป

อันดับ 5 บริษัท เอเชียโฮเต็ล จำกัด (มหาชน) หรือ ASIA รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/61 (รวมบริษัทย่อย) สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย.61 ขาดทุนสุทธิ 14.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 109.35% จากปีก่อน 6.99 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทมีต้นทุนขายและบริการไตรมาส 2/61 เพิ่มขึ้นเป็น 238.27 ล้านบาท จากปีก่อน 224.28 ล้านบาท

สำหรับบริษัทดำเนินธุรกิจประเภทโรงแรมโดยให้บริการด้านห้องพักและภัตตาคาร ศูนย์การค้าให้เช่า และพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

 

*ทั้งนี้ข้อมูลที่มีการนำเสนอข้างต้น เป็นเพียงข้อแนะนำจากข้อมูลพื้นฐานเพื่อประกอบการตัดสินใจของนักลงทุนเท่านั้น และมิได้เป็นการชี้นำ หรือเสนอแนะให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆการตัดสินใจซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ของผู้อ่าน ไม่ว่าจะเกิดจากการอ่านบทความในเอกสารนี้หรือไม่ก็ตาม ล้วนเป็นผลจากการใช้วิจารณญาณของผู้อ่าน

คำค้น