HMPRO โตมั่นคง

มีการวิเคราะห์กันว่า HMPRO จะยังกำไรงวดไตรมาส 3 ปี 2561 เติบโตได้เป็นตัวเลขสองหลัก แม้ว่าอัตราการเติบโตจากสาขาเดิม (SSSG) จะไม่ถึงกับน่าตื่นเต้นสักเท่าไร เพราะอาจทรงตัวจากงวดเดียวกันของปีก่อน (ด้วยจากฐานปีที่แล้วสูง)

คุณค่าบริษัท

มีการวิเคราะห์กันว่า บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO จะยังกำไรงวดไตรมาส 3 ปี 2561 เติบโตได้เป็นตัวเลขสองหลัก แม้ว่าอัตราการเติบโตจากสาขาเดิม (SSSG) จะไม่ถึงกับน่าตื่นเต้นสักเท่าไร เพราะอาจทรงตัวจากงวดเดียวกันของปีก่อน (ด้วยจากฐานปีที่แล้วสูง) แต่ในไตรมาสนี้มีแรงผลักดันจากสาขาที่เพิ่มขึ้น เน้นจำหน่ายสินค้าแบรนด์ตนเองเพื่อเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น และดอกเบี้ยจ่ายลดจากการทำรีไฟแนนซ์

ขณะเดียวกัน จะมีการเพิ่มจำนวนสาขาในรูปแบบ HomePro S จำนวน 4 แห่งในงวดไตรมาส 4 ปี 2561 บริษัทจะไม่เน้นเปิดสาขามาก ๆ แต่เน้นความสามารถการทำกำไรมากกว่า

ไปในทิศทางเช่นเดียวกับไตรมาส 2 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2561 ที่บริษัทมีรายได้รวมขยับขึ้นมาอยู่ที่ 16,464.72 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อน 15,773.43 ล้านบาท เป็นผลจากรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมของธุรกิจโฮมโปร และโฮมโปรที่ประเทศมาเลเซีย รวมถึงการเติบโตของยอดขายจากสาขาใหม่ทั้งธุรกิจโฮมโปร เมกา โฮม และโฮมโปรที่ประเทศมาเลซีย ส่งผลให้บริษัทมีกำไรขยับขึ้นมาอยู่ที่ 1,312.56 ล้านบาท หรือ 0.10 บาทต่อหุ้น จากงวดเดียวกันของปีก่อน 1,131.20 ล้านบาท หรือ 0.09 บาทต่อหุ้น

ขณะที่ผลการดำเนินงานงวดหกเดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2561 บริษัทมีรายได้รวมขยับขึ้นมาอยู่ที่ 32,365.05 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อน 31,046.04 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทมีกำไรขยับขึ้นมาอยู่ที่ 2,561.03 ล้านบาท หรือ 0.19 บาทต่อหุ้น จากงวดเดียวกันของปีก่อน 2,177.43 ล้านบาท หรือ 0.17 บาทต่อหุ้น สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทยังรักษายอดขายได้ดีอยู่

อย่างไรก็ตาม HMPRO ยังคงเป็นบริษัทในกลุ่มค้าปลีกที่เหมาะกับการลงทุนในระยะยาว เนื่องจากบริษัทมีผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างต่อเนื่องและมั่นคง

นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส คาดว่างวดปี 2562 คาดว่าการเติบโตกำไรจะมีแรงผลักดันมาจากการเพิ่มยอดขายและประสิทธิภาพการทำกำไร โดยเฉพาะการเลือกตั้ง จะทำให้มีข้อดีคือ เงินสะพัด กำลังซื้อดีขึ้น นักลงทุนต่างประเทศมั่นใจไทยมากขึ้น การลงทุนภาคเอกชนจะดีตามมา

ทั้งนี้คงคำแนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาพื้นฐาน 17.50 บาท ราคาปิดมีส่วนเพิ่มได้อีก 13%

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่

  1. บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) 3,975,878,432 หุ้น 30.23%
  2. บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) 2,613,023,098 หุ้น 19.87%
  3. บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด 761,659,126 หุ้น 5.79%
  4. นายนิติ โอสถานุเคราะห์ 621,415,762 หุ้น 4.73%
  5. สำนักงานประกันสังคม 403,143,712 หุ้น 3.07%

รายชื่อกรรมการ

  1. นายมานิต อุดมคุณธรรม ประธานคณะกรรมการบริหาร, กรรมการ
  2. นายคุณวุฒิ ธรรมพรหมกุล กรรมการผู้จัดการ, กรรมการ
  3. นายนพร สุนทรจิตต์เจริญ กรรมการ
  4. นายรัตน์ พานิชพันธ์ กรรมการ
  5. นางสุวรรณา พุทธประสาท กรรมการ