PIMO พีอี 127 เท่า?

ประเด็นของหุ้นน้องใหม่ไฟแรงของตลาด mai เป็นเรื่องที่คนในวงการตลาดหุ้นเข้าใจเป็นอย่างดีว่า หุ้นส่วนใหญ่มักจะร้อนแรงสุด ๆ ในวันแรก ต่อจากนั้นมักมีอาการโรยราไปตามสภาพเป็นประจำ และกว่าจะฟื้นตัวขึ้นมาได้อีกทีต้องรอจนกว่าตัวเลขกำไรจะซัพพอร์ตเข้ามาจริง ๆ

ตีแผ่บจ.ดัง

คุณอาทิตย์ จากบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ พูดถึงสถานการณ์ของหุ้น PIMO หรือ บริษัท ไพโอเนียร์ มอเตอร์ จำกัด (มหาชน) เป็นอะไรที่มาเร็วไปเร็วมาก ๆ เพราะถ้าดูจากการซื้อขายหุ้นบนค่า P/E 127 เท่า ก็เป็นการซื้อขายที่สูงเกินไปจริง ๆ จึงสงสัยการไล่ราคาหุ้นแต่ละครั้งมาจากพื้นฐานของบริษัทดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหรือเปล่า ? เลยต้องรบกวนอาจารย์ไขข้อข้องใจที่เกิดขึ้นด้วยครับ

 

ประเด็นของหุ้นน้องใหม่ไฟแรงของตลาด mai เป็นเรื่องที่คนในวงการตลาดหุ้นเข้าใจเป็นอย่างดีว่า หุ้นส่วนใหญ่มักจะร้อนแรงสุด ๆ ในวันแรก ต่อจากนั้นมักมีอาการโรยราไปตามสภาพเป็นประจำ และกว่าจะฟื้นตัวขึ้นมาได้อีกทีต้องรอจนกว่าตัวเลขกำไรจะซัพพอร์ตเข้ามาจริง ๆ

เหล่านี้เป็นเหตุการณ์ที่อาจารย์เห็นมานักต่อนัก จนพูดได้เต็มปากเต็มคำว่า หุ้นในตลาด mai หาของจริงยากเหลือเกิน!

เนื่องจากการขึ้นในแต่ละรอบมักมีข่าวลือผสมโรงด้วยเป็นประจำ ทำให้คนที่เข้าลงทุนมักเล่นเก็งกำไรสั้น ๆ เพื่อลดความเสี่ยงของพอร์ต เพราะการขึ้นส่วนใหญ่เป็นลักษณะมาแค่วันเดียว แต่ในขณะเดียวกันก็มีหุ้นบางตัวทะยานขึ้นเป็นเวลานานได้เช่นกัน

สำหรับกรณีของหุ้น PIMO หรือ บริษัท ไพโอเนียร์ มอเตอร์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายมอเตอร์สำหรับเครื่องปรับอากาศ มอเตอร์กำลังสำหรับอุตสาหกรรม และเครื่องสูบน้ำ ปั๊มหอยโข่ง และมอเตอร์สำหรับสระและสปา โดยแบ่งเป็นการผลิตตามคำสั่งจ้างผลิต (OEM) และการผลิตจัดจำหน่ายภายใต้ตราสินค้า Pioneer Motor ซึ่งเป็นตราสินค้าของบริษัทเองนั้น อาจารย์มองเป็นธุรกิจพื้น ๆ ยังไม่มีอะไรโดดเด่น

ที่สำคัญหากมองย้อนกลับไปยังผลงานของบริษัทในงวด 6 เดือน ปี 2561 มีตัวเลขรายได้รวมที่ระดับ 295.34  ล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ระดับ 7.79 ล้านบาท หรือกำไรต่อหุ้น 0.01 บาท ย่อมเป็นตัวแปรที่ทำให้อาจารย์รู้สึกไม่สบายใจอย่างมากที่เห็นกำไรของบริษัทมีเพียงเท่านี้

ถึงกระนั้นต้องยอมรับข้อเท็จจริงที่ว่า การลงทุนในหุ้นเป็นการมองไปในอนาคต เรื่องในอดีตไม่มีส่วนทำให้ราคาหุ้นหมดความน่าสนใจ เพราะเมื่อหุ้นตอบรับกับข่าวร้ายเสร็จสรรพเรียบร้อย ก็เป็นจังหวะที่หุ้นจะทะยานขึ้นอย่างร้อนแรงอย่างมีนัยสำคัญครับ

ถึงกระนั้นก็สามารถประเมินราคาเป้าหมายเบื้องต้นได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นหลักคิดง่าย ๆ ที่อาจารย์ชอบแนะนำนักลงทุนให้ไปประยุกต์ใช้เป็นประจำก็คือ ตั้งสมมติฐานกำไรปี 2561 ใกล้เคียงกับปี 2560 ก็จะได้กำไรต่อหุ้นที่ระดับ 0.05 บาท ต่อจากนั้นนำไปเทียบกับการเทรดของหุ้นบนค่า P/E 40 เท่า ก็จะได้ราคาเป้าหมาย 2 บาทเป็นจุดสูงสุดของการเล่นเที่ยวนี้นั่นเอง

นั่นหมายความว่าทุกคนกำลังเชื่อว่า ผลงานในปี 2561 ของหุ้น PIMO น่าจะออกมาดีกว่าปี 2560 จึงไล่ซื้อหุ้นแบบบ้าระห่ำ จนค่าพี/อีของหุ้นพุ่งขึ้นไปถึง 127 เท่า และถ้าคิดเป็นตัวเลขกำไรต่อหุ้นกลม ๆ ซึ่งเป็นการเทียบบนค่าพี/อี 40 เท่า กำไรต่อหุ้นควรอยู่ที่ระดับ 0.11 บาท (ราคาหุ้นจะยืนแถว 4.40 บาท) ขณะที่ครึ่งปีแรกกำไรต่อหุ้นทำได้ในระดับ 0.01 บาท ซึ่งเป็นระดับที่ห่างไกลจากเป้าหมายมาก ๆ

บทสรุปเรื่องนี้ตามความคิดของอาจารย์อยู่ที่ว่า ในเมื่ออะไรหลายอย่างยังไม่ชัดเจน ก็อย่าไปให้ความสำคัญกับ PIMO เลยดีกว่า เพราะหุ้นของจริงที่เห็นมาหลายครั้ง เขามักทำผลงานได้ดีขึ้นอย่างสม่ำเสมอ และไม่จำเป็นต้องออกมานั่งลุ้นกำไรไตรมาสต่อไตรมาสหรอกครับ

สภาแมงเม่า : ดร.สมชาย