PR9 กางแผนปี69 ดึง AI-หุ่นยนต์ผ่าตัดยกระดับ “ศูนย์แพทย์เฉพาะทาง” ดันรายได้โต Double Digit

PR9 โชว์ผลงานปี 68 โตแกร่ง กวาดรายได้ 5,341 ล้านบาท หนุนกำไร 823 ล้านบาท จ่อทุ่มงบปี 69 กว่า 700 ล้านบาท ดึง AI และหุ่นยนต์ผ่าตัดยกระดับศูนย์แพทย์เฉพาะทาง มุ่งเจาะตลาดต่างชาติดันรายได้โตต่อเนื่อง


นางสาวขมาภรณ์ ธัมพิพิธ รองกรรมการผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีและการเงินและฝ่ายบริหาร บริษัท โรงพยาบาลพระรามเก้า จำกัด (มหาชน) หรือ PR9 เปิดเผยภาพรวมธุรกิจผ่านงาน Opportunity Day จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2569 โดยระบุว่า ผลประกอบการของโรงพยาบาลตลอด 5 ปีที่ผ่านมามีการเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วยอัตราเฉลี่ย 15.3%

สำหรับภาพรวมปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้รวม 5,341 ล้านบาท เติบโต 13.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน มีกำไรขั้นต้น (Gross Profit) อยู่ที่ 1,930 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 36.1% ปรับตัวดีขึ้นจากปี 2567 ส่งผลให้มีกำไรสุทธิ (Net Profit) ทั้งปีอยู่ที่ 823 ล้านบาท (อัตรากำไรสุทธิ 15.4%) เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่ทำได้ 713 ล้านบาท (อัตรากำไรสุทธิ 15.2%)

ทั้งนี้ หากพิจารณาเฉพาะช่วงไตรมาส 4/2568 บริษัทฯ มีรายได้ 1,409 ล้านบาท เติบโต 10.4% จากปีก่อน แบ่งเป็นสัดส่วนรายได้ผู้ป่วยนอก (OPD) 55% (เติบโต 3.3%) และผู้ป่วยใน (IPD) 44% (เติบโต 22.8%) ขณะที่โครงสร้างรายได้ตามประเภทผู้ชำระเงินในไตรมาส 4 ประกอบด้วย กลุ่มชำระเงินเอง (Self-pay) 60% (เติบโต 7.3%) กลุ่มประกัน 24% (เติบโต 0.2%) และกลุ่มคู่สัญญา 16% ซึ่งเติบโตโดดเด่นถึง 69.3% จากปีก่อนที่มีสัดส่วนเพียง 10% ด้านสัดส่วนรายได้ตามสัญชาติ แบ่งเป็นคนไทย 76% (เติบโต 5.3%) และต่างชาติ 24% (เติบโต 35.8%) ซึ่งสะท้อนการเติบโตในทุกมิติ

สำหรับภาพรวมทั้งปี 2568 สัดส่วนรายได้ OPD อยู่ที่ 54% (เติบโต 4.8% จากจำนวนผู้เข้ารับบริการที่เพิ่มขึ้น 1.5% และรายได้ต่อบิลเพิ่มขึ้น 3.2%) ขณะที่ IPD อยู่ที่ 46% (เติบโตสูงถึง 26.8% จากจำนวนวันนอนพักรักษาตัวที่เพิ่มขึ้น 15.1% และรายได้ต่อวันนอนเพิ่มขึ้น 10.1%) ด้านกลุ่มผู้ชำระเงินรวมทั้งปี กลุ่ม Self-pay มีสัดส่วน 61% (แม้สัดส่วนจะลดลงจากปี 2567 ที่ระดับ 66% แต่ในเชิงมูลค่าปรับเพิ่มขึ้น 4.4%) กลุ่มประกัน 24% (เติบโต 2.9%) และกลุ่มคู่สัญญา 14% (เติบโตพุ่งทะยาน 144.2%) ในส่วนของรายได้ตามสัญชาติทั้งปี เป็นคนไทย 74% (เติบโต 1.7%) และต่างชาติ 26% (เติบโตสูงถึง 73%)

โดยกลุ่มที่เติบโตสูงสุดคือชาวอาหรับที่โตถึง 748% (เฉพาะไตรมาส 4 โต 217%) กลุ่ม CLMV โต 14% (เฉพาะไตรมาส 4 โต 17% นำโดยผู้ป่วยเมียนมาในกลุ่มโรคยาก เช่น ไต หัวใจ สมอง มะเร็ง) ขณะที่กลุ่มชาวจีนปรับตัวลดลงเล็กน้อยตามทิศทางการท่องเที่ยว ด้านอัตราการครองเตียง (Occupancy Rate) ในไตรมาส 4 ภาพรวมอยู่ที่ 73% ปรับตัวดีขึ้นจากระดับ 60% ในปีก่อน โดยห้อง ICU มีอัตราการใช้สูงถึง 76% และห้องพักผู้ป่วยปกติ (Ward) อยู่ที่ 69% ส่งผลให้สินทรัพย์รวมของบริษัทเติบโต 9.8% พร้อมอัตราส่วนทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น

ด้าน นายแพทย์วิทยา วันเพ็ญ รองกรรมการผู้อำนวยการ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ และสำนักงานแผนยุทธศาสตร์ PR9 ได้อัปเดตแผนธุรกิจประจำปี โดยระบุว่า PR9 ยังคงเดินหน้าด้วย 4 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ Global Standard มุ่งเน้นศูนย์การแพทย์ 5 ด้าน (ไต, หัวใจ, สมอง, การผ่าตัดผ่านกล้อง, กระดูกและข้อ) การบริการระดับ World Class Hospitality การบริหารจัดการภายในแบบ Efficiency with Collaboration และการทำ Digital Transformation โดยในปีนี้ได้มีการลงทุนนำเข้าหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด Da Vinci ซึ่งมีความแม่นยำสูงและปลอดภัย เข้ามาติดตั้งแล้วเสร็จและเตรียมเปิดให้บริการในช่วงปลายไตรมาส 1/2569 รวมทั้งมีแผนจัดซื้อเครื่องเอกซเรย์หลอดเลือดระบบ 2 ระนาบ (Biplane Angiography) เครื่องที่ 2 เข้ามาเสริมทัพในช่วงกลางปี และเครื่องปรับความดันบรรยากาศสูง (Hyperbaric Oxygen Therapy) เพิ่มเติมอีก 1 เครื่องในไตรมาส 3

สำหรับไทม์ไลน์การพัฒนาพื้นที่และบริการในปี 2569 ในช่วงไตรมาส 1 ได้มีการเพิ่มห้องผ่าตัดอีก 3 ห้อง (รวมมี 8 ห้องที่อาคาร A, 3 ห้องที่อาคาร B และเพิ่มห้องผ่าตัดเฉพาะทางเลสิกที่ชั้น 9 อีก 1 ห้อง) เปิดให้บริการ Ward 12 อาคาร A ที่ปรับปรุงใหม่ ย้ายศูนย์ไตเทียมพรีเมียมที่เป็นห้องเดี่ยวทั้งหมดขึ้นมาที่ชั้น 5

ส่วนไตรมาส 2 เตรียมเปิดใช้ระบบข้อมูลโรงพยาบาล (HIS) สำเร็จรูป และระบบ ERP ใหม่ ที่มีการนำ AI อย่างเทคโนโลยีแปลงเสียงเป็นข้อความ (Speech-to-text) มาช่วยแพทย์บันทึกข้อมูลเพื่อลดขั้นตอนการทำงานและผลักดันสู่การเป็นโรงพยาบาลไร้กระดาษ (Paperless) ตอบโจทย์ ESG พร้อมเตรียมเปิดคลินิกทางเลือกใหม่สำหรับการล้างไตทางช่องท้อง (Peritoneal Dialysis) ซึ่งคาดว่าจะเป็นโรงพยาบาลเอกชนแห่งแรกๆ ที่เปิดให้บริการนี้

ขณะที่ไตรมาส 3 จะเป็นช่วงรับมอบอุปกรณ์ Biplane และ Hyperbaric และในไตรมาส 4 จะดำเนินการปรับปรุงพื้นที่ไตเทียมและ ICU/CCU เดิม เพื่อยกระดับเป็น ICU/CCU รูปแบบใหม่ รวมถึง Neuro ICU บริเวณชั้น 11 นอกจากนี้ โรงพยาบาลยังได้ขยายเวลาทำการคลินิกเฉพาะทางในข่วงเย็น เปิดศูนย์ฝึกอบรมแพทย์ผ่าตัดกระดูกและข้อ และเตรียมเปิดศูนย์ภูมิแพ้เต็มรูปแบบในช่วงไตรมาส 1-2 พร้อมเดินหน้ารับผู้ป่วยแปลงเพศชาวต่างชาติอย่างต่อเนื่อง

พร้อมกันนี้ นพ.วิทยา เปิดเผยเพิ่มเติมว่า คาดการณ์เป้าหมายการเติบโตในปี 2569 วางกรณีฐานที่ดีที่สุด (Best Case) ไว้ที่ตัวเลขสองหลัก (Double Digit) และกรณีแย่ที่สุด (Worst Case) ในระดับหลักเดียว (Single Digit) ปัจจัยบวกคือสังคมผู้สูงอายุที่ทำให้เกิดความต้องการรักษาโรคซับซ้อนเพิ่มขึ้น (เตรียมพร้อมทั้ง MRI, Biplane รวมถึงการผ่าตัดข้อเข่า-กระดูกสันหลัง) และกระแสผู้ป่วยต่างชาติที่มองหาความคุ้มค่าทางการแพทย์ (Value for money)

ขณะที่ปัจจัยลบคือภาวะเศรษฐกิจไทยที่อาจส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้ป่วยบางกลุ่ม ทำให้โรงพยาบาลยังไม่มีนโยบายปรับขึ้นราคาค่าบริการ ด้านงบลงทุนรวมปีนี้ตั้งไว้ที่ประมาณ 700 ล้านบาท แบ่งเป็นการสร้างหอพักพยาบาล 200 ล้านบาท (คาดแล้วเสร็จต้นปี 2570) ระบบ HIS/ERP ซึ่งจะตัดค่าใช้จ่ายประมาณ 10 ปี และการซื้อเครื่องมือแพทย์ใหม่ สำหรับงบการตลาดจะควบคุมสัดส่วนให้ใกล้เคียงเดิม แต่โยกเงินทุนจากตลาดที่อยู่ตัวแล้วไปเปิดตลาดใหม่ เช่น UAE, ซาอุดีอาระเบีย, โอมาน, บังกลาเทศ และอินโดนีเซีย ส่วนเทศกาลรอมฎอนมองว่าไม่กระทบต่อผู้ป่วยในมากนัก แต่อาจมีผลกับผู้ป่วยนอกเพียงเล็กน้อย

ส่วนกรณีค่าเงินบาทแข็งค่า โรงพยาบาลระบุว่ากลุ่มคู่สัญญา (Contract) ไม่ได้รับผลกระทบเนื่องจากเรียกเก็บเงินเป็นสกุลบาท ส่วนกลุ่มชำระเงินเองได้มีโปรโมชันเสริมเพื่อช่วยเหลือลูกค้า สำหรับสาเหตุที่รายได้กลุ่มประกันโตชะลอตัวในไตรมาส 4 เป็นผลจากโรคระบาดกลุ่มทางเดินหายใจและไข้หวัดที่น้อยกว่าปีก่อน ขณะที่รายได้ผู้ป่วยต่างชาติที่ดูแผ่วลงเล็กน้อยเป็นเพียงผลจากฤดูกาล (Seasonality) เนื่องจากช่วงพีกคือไตรมาส 3 ด้านสิทธิประโยชน์จาก BOI สิ้นสุดลงแล้วในปี 2567-2568 ส่วนประเด็นความเสี่ยงจากราคาทองคำที่ปรับขึ้นกำลังศึกษาทางกฎหมายเพื่อหาทางออก และสำหรับนโยบายจ่ายเงินปันผล โรงพยาบาลมีการปรับ Payout Ratio สูงขึ้นต่อเนื่อง แต่ยังสำรองกระแสเงินสดส่วนหนึ่งไว้สำหรับรองรับแผนการลงทุนขยายกิจการที่อยู่ระหว่างการศึกษา

Back to top button