ศักยภาพของมดแดง

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่มีประวัติอายุน้อยสุด ออกโรงเปิดเผยด้วยความมั่นใจในศักยภาพของ ธปท.ในการบริหารการเงิน

พลวัตปี 2019 : วิษณุ โชลิตกุล

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่มีประวัติอายุน้อยสุด ออกโรงเปิดเผยด้วยความมั่นใจในศักยภาพของ ธปท.ในการบริหารการเงิน

ความมั่นใจมากมายนี้ เป็นเรื่องปกติ เพราะวิกฤตต้มยำกุ้ง ผู้บริหาร ธปท.เมื่อปี 2540 ยังคงยืนกรานกระต่ายขาเดียวว่า ไม่มีปัญหา ก่อนที่จะประกาศลอยตัวค่าเงินบาท และเข้าสารภาพมอบตัวขอรับความช่วยเหลือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ด้วยตัวเลขเงินทุนสำรองเงินตราหายไป 5.9 แสนล้านบาท จากการต่อสู้ปกป้องต่อการโจมตีค่าบาทโดยกองทุนจอร์จ โซรอส

คราวนี้ ความมั่นใจว่าผลงานจะไม่เลวร้ายเหมือนอดีตแน่ ยังไม่ผ่านการพิสูจน์ แต่การออกโรงมาปลอบขวัญเร็วกว่ากำหนด จะเป็น “กินปูนร้อนท้อง” หรือ “รุกเชิงกลยุทธ์” ต้องติดตามกัน

เพราะไม่ใช่เรื่องวางเฉยหรือธรรมดาแน่นอน

ธปท.ประเมินว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของไทยปีนี้ จะขยายตัวได้ประมาณ 4% ต่ำลงเล็กน้อยเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม โดยเฉพาะความเสี่ยงด้านต่างประเทศ เช่น ผลกระทบของมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ-จีน ที่อาจมากกว่าที่คาด การขยายตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าอาจต่ำกว่าที่ประเมินไว้ จากการที่สหราชอาณาจักรอาจออกจากสหภาพยุโรปโดยไม่มีข้อตกลง หรือในกรณีที่เกิดความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์

ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้ เนื่องจากกำลังซื้อในประเทศยังขยายตัวไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะรายได้ภาคเกษตร ด้านการใช้จ่ายภาครัฐอาจต่ำกว่าที่คาด จากข้อจำกัดในการเบิกจ่ายและการดำเนินโครงการลงทุนของภาครัฐ

การประเมินการบริโภคที่ต่ำลงนี้ไม่มีความชัดเจนว่ารวมการเลื่อนเลือกตั้งออกไปหรือไม่ ถ้าไม่รวม จะต้องลดลงไปอีกแน่นอน

แม้จะมีมุมมองเชิงลบ แต่ ธปท.ยังมองว่าจีดีพีของไทยยังขยายตัวสอดคล้องกับศักยภาพ แม้ว่าจะมีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น โดยพร้อมที่จะใช้เครื่องมือต่าง ๆ ที่มี เพื่อดูแลระบบเศรษฐกิจให้เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้

ธปท.ยอมรับโดยดุษณีว่า ไทยเป็นประเทศเปิดขนาดเล็ก แม้จะแข็งแกร่งจากทุนสำรองเงินตราที่เพียงพอ แต่ต้องยอมรับว่า เศรษฐกิจโลกชะลอลงจริง และยังมีปัจจัยเสี่ยงมาจากหลายรูปแบบ

กรณีของอัตราเงินเฟ้อที่ต่ำกว่ากรอบเป้าหมาย นายวิรไท ระบุว่า ในปัจจุบันหากดูพัฒนาการจะพบว่าเงินเฟ้อมีความยืดหยุ่นมากขึ้น และสถานการณ์ในปัจจุบันพบว่าระยะเวลาที่เงินเฟ้อจะเข้ากรอบเป้าหมายนั้นยาวขึ้น เนื่องจากการพัฒนาในเรื่องเทคโนโลยีที่ส่งผลกระทบต่อสินค้าทุกประเภทไม่เฉพาะสินค้าไอทีที่ถูกลงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงราคาพลังงานด้วย อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำกว่ากรอบเป้าหมายนั้น ไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวล เนื่องจากเกิดจากโครงสร้างที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะในด้านของเทคโนโลยี การเข้าสู่ยุคอีคอมเมิร์ซ เป็นต้น

ธปท. ระบุว่า เงินเฟ้อต่ำเป็นปัจจัยที่อยู่เหนือการควบคุมและมีความผันผวนสูง ดังนั้น เมื่อพิจารณา จะพบว่า ความกังวลที่เงินเฟ้อต่ำกรอบล่างไม่ได้กังวลมาก กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อหากธนาคารกลางจะพิจารณาจะดูที่เงินเฟ้อจะถึงเพดานข้างบน หรือสูงมากกว่า เพราะหากเงินเฟ้อสูงมาก จะกระทบต่อสังคม ศักยภาพ และเศรษฐกิจ แต่หากเงินเฟ้อต่ำกว่ากรอบล่างไปบ้าง และเป็นปัจจัยจากซัพพลาย

ที่น่าสนใจคือท่าทีเดือนนี้ของ ธปท.เปลี่ยนจากเมื่อเดือนที่ผ่านมา ที่มีการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย พร้อมกับออกคำอธิบายยืดยาวถึงข้อดีสารพัดของการขึ้นดอกเบี้ยว่ามีจุดเด่นเพราะ

แก้ปัญหาผลข้างเคียง คือ 1. ด้านเสถียรภาพของระบบการเงินที่มีจุดเปราะบาง เพราะเมื่อดอกเบี้ยต่ำ คนก็หาผลตอบแทนที่สูงขึ้น (Search for yield) และคนจะประเมินความเสี่ยงต่ำกว่าที่ควร จนอาจกระทบกับเสถียรภาพการเงิน 2. ปัญหาหนี้ปัจจุบันทั่วโลกมีอัตราหนี้ต่อ GDP สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ไม่ว่าจะหนี้ภาครัฐ ภาคเอกชน หนี้บริษัท และหนี้ภาคครัวเรือน โดยในส่วนของประเทศไทยมีปัญหาเรื่องหนี้ภาคครัวเรือน เพราะผลตอบแทนจากการออมมันต่ำมาก ไม่มีแรงจูงใจให้คนออม และต้นทุนของเงินมันถูกกิจกรรมที่ส่งเสริมให้คนเป็นหนี้เลยมีมากกว่า

ที่สำคัญยามนั้น ธปท.มองว่า ปัจจุบันสภาพคล่อง (เงิน) ในระบบยังมีสูง ดังนั้นดอกเบี้ยอย่าง MOR MLR MRR ไม่ควรจะได้รับผลกระทบโดยตรง และคาดการณ์ไว้ว่า ในภาวะที่มีสภาพคล่องส่วนเกินอยู่สูง อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารไม่ควรจะขยับ เพราะแบงก์ยังมีการแข่งขันสูง ทำให้ผลกระทบกับภาคประชาชนไม่น่าจะเกิดขึ้น เนื่องจากค่างวดในการผ่อนชำระยังเท่าเดิม

ปัจจุบันประชาชน 1 ใน 3 ของทั้งระบบ ใช้ดอกเบี้ยลอยตัว อย่างสินเชื่อบ้านส่วนใหญ่เป็นดอกเบี้ยคงที่ ส่วนดอกเบี้ยสินเชื่อบัตรเครดิตจะอยู่ในระดับที่กำหนดไว้ไม่เพิ่มขึ้น แต่อาจจะเกิดผลกระทบกับดอกเบี้ยเงินกู้ที่ให้บริษัทขนาดใหญ่จะไม่ถูกลงกว่านี้ ขณะเดียวกัน เชื่อว่าดอกเบี้ยเงินออมในธนาคารจะเพิ่มขึ้น

ปรากฏว่าประเมินผิด เนื่องจากล่าสุดบรรดาธนาคารพาณิชย์ทยอยขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากมากขึ้น สะท้อนว่าสภาพคล่องในตลาดเริ่มเหือดหายไป

ท่าทีที่เปลี่ยนไปมารวดเร็วใน 1 เดือน ทำให้คำประกาศแสดงความเชื่อมั่นในศักยภาพของนโยบายการเงินลดลงแบบมีนัยสำคัญ เพราะ ธปท.เองก็ยอมรับว่าเศรษฐกิจไทยมีขนาดเล็ก ต้องคล้อยตามเศรษฐกิจโลกอย่างกลมกลืน

มดแดง ในนิทานอีสป อาจจะเอาชนะช้างที่มารุกรานได้ แต่ในความเป็นจริงไม่ง่ายเลย