19 หุ้นจิ๋วราคาพุ่งแรง!! ปี 2561

นับว่าในช่วงปี 2561 ที่ผ่านมา เสน่ห์ของหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ค่อนข้างหดหายไป จากภาพรวมการซื้อขายเบาบาง ประกอบกับหุ้นส่วนใหญ่โดนเทขายออกมา ฉุดให้ภาพรวมดัชนี mai ตลอดทั้งปีปรับตังลง 183.93 จุด หรือลงไป 34.04%  

เส้นทางนักลงทุน

นับว่าในช่วงปี 2561 ที่ผ่านมา เสน่ห์ของหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ค่อนข้างหดหายไป จากภาพรวมการซื้อขายเบาบาง ประกอบกับหุ้นส่วนใหญ่โดนเทขายออกมา ฉุดให้ภาพรวมดัชนี mai ตลอดทั้งปีปรับตังลง 183.93 จุด หรือลงไป 34.04%

ดังนั้น การที่จะหาว่าหุ้นตัวไหนในกลุ่มตลาด เอ็ม เอ ไอ ปรับตัวขึ้น แทบงมเข็มในมหาสมุทร!!!

“ข่าวหุ้นธุรกิจ” จึงทำการสำรวจหุ้นกลุ่มตลาด เอ็ม เอ ไอ ที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นชนะดัชนี พบว่ามีเพียง 18 ตัว จากหุ้นทั้งหมด 159 ตัว

สำหรับหุ้นราคาปรับตัวขึ้น ได้แก่ OCEAN, UREKA, PIMO, XO, TITLE, FOCUS, SEAOIL, NINE, MOONG, SWC, TMW, BKD, META, SMART, SELIC, TNH, COLOR และ CPR ตามลำดับ

บริษัท โอเชี่ยน คอมเมิรช จำกัด (มหาชน) หรือ OCEAN โดยราคาปิด ณ วันที่ 29 ธ.ค. 2560 ที่ระดับ 0.74 บาท ขณะที่ราคาปิด ณ วันที่ 28 ธ.ค. 2561 ที่ระดับ 3.60 บาท บวกไป 2.86 บาท หรือขึ้นไป 386.49% นับเป็นการปรับตัวขึ้นร้อนแรงหลังจากมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เมื่อบริษัทมีการจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนให้ “ชัชชญา ไตรตระกูลชัย” เจ้าของบริษัท ละแมน้ำปาล์ม จำกัด โดยมีจำนวน 482.57 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 0.80 บาท คิดเป็นมูลค่า 386.05 ล้านบาท         ประกอบกับปัจจัยบวกต่อเนื่อง หลังบริษัทได้รับออเดอร์ซื้อขายน้ำมันปาล์มดิบกว่า 100 ล้านบาท หลังจากเริ่มดำเนินธุรกิจซื้อขายน้ำมันปาล์มดิบชนิด A (Crude Palm Oil type A หรือ CPOA) ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2561 ที่ทาง OCEAN ก้าวเข้าสู่ธุรกิจน้ำมันปาล์ม

นอกจากนี้ มองว่านโยบายการแก้ปัญหาเรื่องราคาน้ำมันปาล์มต่ำของรัฐบาล มีส่วนช่วยชาวสวนและผู้ประกอบการทุกรายได้อย่างดี ซึ่งมองว่าในช่วงต้นปี 2562 นี้ ราคาปาล์มจะปรับตัวขึ้น เป็นผลดีต่อทุกฝ่าย รวมทั้งบริษัทที่จะได้รับออเดอร์มากขึ้น ทำให้มั่นใจว่า ด้วยปริมาณการค้าที่จะได้รับในช่วงต้นปี หรือในไตรมาสแรกของปี 2562 จะทำให้บริษัทมีออเดอร์การค้าที่หนาแน่นและมีผลกำไรให้เห็นอย่างแน่นอน

บริษัท ยูเรกา ดีไซน์ จำกัด (มหาชน) หรือ UREKA โดยราคาปิด ณ วันที่ 29 ธ.ค. 2560 ที่ระดับ 0.66 บาท ขณะที่ราคาปิด ณ วันที่ 28 ธ.ค. 2561 ที่ระดับ 2.10 บาท บวกไป 1.44 บาท หรือขึ้นไป 218.18% โดยราคาหุ้นปรับตัวขึ้นคึกคักนับตั้งแต่เดือนสิงหาคมเรื่อยมา จากปัจจัยพื้นฐานหนุนอย่างชัดเจน หลังจากจับธุรกิจออโตเมชั่นแล้ว อะไร ๆ ก็ดูดีไปหมด ซึ่งผลประกอบการเริ่มพลิกมีกำไรจากไตรมาส 2/2561 เป็นต้นมา และผลประกอบการ 9 เดือนปี 2561 ออกมาสุดประทับใจพลิกเป็นกำไร 14.65 ล้านบาท หรือเติบโต 129.04% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

บริษัท ไพโอเนียร์ มอเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ PIMO โดยราคาปิด ณ วันที่ 29 ธ.ค. 2560 ที่ระดับ 1.91 บาท ขณะที่ราคาปิด ณ วันที่ 28 ธ.ค. 2561 ที่ระดับ 4.88 บาท บวกไป 2.97 บาท หรือขึ้นไป 155.50% เป็นการไล่ซื้อเก็งกำไรเมื่อบริษัทประกาศผลประกอบการช่วงไตรมาส 2/2561 กำไรเพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน และหลังจากนั้นมีการเก็งกำไรของนักลงทุนจากความคาดหวังที่มีกระแสข่าวออกมาระบุว่า PIMO กำลังซุ่มทำดีลร่วมทุนญี่ปุ่น หวังยกระดับธุรกิจมอเตอร์ ให้เทียบชั้นแนวหน้าระดับโลก โดยการร่วมมือทางธุรกิจกับพันธมิตรญี่ปุ่นอาจจะเห็นความชัดเจนได้ในช่วงต้นปี 2562 เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการเจรจา ซึ่งทางญี่ปุ่นค่อนข้างละเอียดมาก และมีขั้นตอนค่อนข้างมาก

บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด (มหาชน) หรือ XO โดยราคาปิด ณ วันที่ 29 ธ.ค. 2560 ที่ระดับ 5.05 บาท ขณะที่ราคาปิด ณ วันที่ 28 ธ.ค. 2561 ที่ระดับ 11.10 บาท บวกไป 6.05 บาท หรือขึ้นไป 119.80% เป็นการเข้าเก็งกำไรจากแรงสนับสนุนจากผลประกอบการของบริษัทเติบโตต่อเนื่องทุกไตรมาส จากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายสินค้ากลุ่มซอสปรุงรสและน้ำจิ้มต่างๆ  ซึ่งเป็นสินค้ากลุ่มหลัก ด้วยปัจจัยสนับสนุนในเรื่องต้นทุนวัตถุดิบหลักลดลง หรือมีการปรับราคาสินค้าเพิ่มขึ้น และมีความสำเร็จของโรงงานแห่งใหม่ที่นิคมอมตะซิตี้

บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TITLE โดยราคาปิด ณ วันที่ 29 ธ.ค. 2560 ที่ระดับ 3.58 บาท ขณะที่ราคาปิด ณ วันที่ 28 ธ.ค. 2561 ที่ระดับ 7.85 บาท บวกไป 4.27 บาท หรือขึ้นไป 119.27% เป็นการไล่ราคาตามสัญญาณเทคนิคอยู่ในช่วงขาขึ้น ประกอบกับการเข้าเก็งกำไรว่าผลประกอบการในไตรมาส 4/2561 จะเติบโตแบบก้าวกระโดด เนื่องจากบริษัทจะทยอยรับรู้รายได้จากการโอนโครงการ The Title หาดในยางเฟส 1 และเฟส 2 ที่ขายไปแล้วเกือบ 100% และมีการรับเงินดาวน์แล้วกว่า 800 ล้านบาท (ตามตัวเลขในงบการเงิน) ซึ่งการรับเงินดาวน์จำนวนดังกล่าว ทำให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าจะมาโอนตามกำหนด เพราะชำระเงินแล้วกว่า 50% ของยอดขาย

นอกจากหุ้นข้างต้นแล้วยังมีหุ้นตัวอื่น ๆ ให้นักลงทุนได้ชม (ดูรายละเอียดจากตารางประกอบ)

สำหรับหุ้นนำเสนอเป็นเพียงราคาปรับตัวขึ้นชนะตลาดฯ ช่วงปี 2561 เท่านั้น ซึ่งเห็นว่ามีส่วนน้อย เนื่องจากหุ้นขนาดเล็กราคาหุ้นมักเหวี่ยงแรง!!! เพราะมักเป็นหุ้นเก็งกำไร…

ดังนั้น การที่จะเข้าไปลงทุนควรดูจังหวะเหมาะสม แบบว่าเข้าเร็ว ออกเร็ว…!!!