CPT กับเกมแย่งอำนาจ

ทุกครั้งที่อาจารย์ “ได้ยิน ได้ฟัง” ความขัดแย้งของผู้คนในแวดวง “ตลาดเงิน ตลาดทุน” มักมีการสาดโคลนใส่กันแบบไม่ยั้งมือ ซึ่งบางเรื่องก็เกินเลยความเป็นจริงไปค่อนข้างมาก และมักเป็นการพูดความจริงเพียงครึ่งเดียวเป็นประจำ ก็เลยไม่มีใครรู้ความจริงที่เกิดขึ้นมีอะไรบ้าง!

ตีแผ่บจ.ดัง

คุณอนุวัติ จากอ่อนนุช กรุงเทพฯ พูดถึงข่าวลือในหมู่นักลงทุนมีการพาดพิงถึงกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ 2 กลุ่มของหุ้น CPT หรือ บริษัท ซีพีที ไดร์ แอนด์ เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ในทำนองแตกคอกันอย่างหนัก ซึ่งเป็นผลมาจากความคิดของคน “รุ่นใหม่” กับ “รุ่นเก่า” ไม่ตรงกัน จนนำไปสู่การขายหุ้นทิ้งของกลุ่มตระกูล “ปีปทุม” ขณะที่กลุ่ม “หลิมประเสริฐ” ไม่ได้เทกแอ็กชั่นอะไรออกมาเลย มันทำให้ภาพของหุ้นตัวนี้กลายเป็นการ “แย่งชิงอำนาจ” และ “เกมราคาหุ้น” มากกว่าการทำธุรกิจอย่างจริงจัง จึงอยากให้อาจารย์วิเคราะห์ถึงอนาคตของหุ้นตัวนี้ด้วยครับ

 

ทุกครั้งที่อาจารย์ “ได้ยิน ได้ฟัง” ความขัดแย้งของผู้คนในแวดวง “ตลาดเงิน ตลาดทุน” มักมีการสาดโคลนใส่กันแบบไม่ยั้งมือ ซึ่งบางเรื่องก็เกินเลยความเป็นจริงไปค่อนข้างมาก และมักเป็นการพูดความจริงเพียงครึ่งเดียวเป็นประจำ ก็เลยไม่มีใครรู้ความจริงที่เกิดขึ้นมีอะไรบ้าง!

เมื่ออาจารย์ไม่สามารถหยั่งรู้ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทุกขั้นตอน และไม่อยากเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแบบไร้เหตุผล ก็จำเป็นต้องพูดถึงเหตุการณ์เก่า ๆ ที่เคยเจอในตลาดหุ้น เพื่อทำให้นักลงทุนเข้าใจถึงสาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น “ตกหนัก” ขณะเดียวกันก็สามารถอธิบายถึงการ “ขึ้นแรง” ของหุ้นในบางจังหวะเวลาเกิดจากอะไร เพื่อตัวนักลงทุนจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของเกม “แย่งชิงอำนาจ” นะครับ

ประเด็นข้างต้นเป็นหัวใจหลักของการวิเคราะห์สถานการณ์ความขัดแย้งของกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ 2 กลุ่มที่ถือหุ้น CPT เพราะมันสื่อให้เห็นว่า การที่หุ้นทิ้งตัวลงหนักน่าจะมาจากกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ทิ้งหุ้นลงมาเรื่อย ๆ และเมื่อตรวจสอบย้อนกลับไปพบว่า เมื่อวันที่ 6 มี.ค. 2561 “อภิชาต ปีปทุม” ถือหุ้นมากเป็นอันดับ 1 ซึ่งเป็นการถืออยู่ทั้งสิ้น 158.50 ล้านหุ้น หรือ 17.61%

ขณะที่รายงานการถือหุ้นล่าสุดจาก ก.ล.ต. เมื่อวันที่ 5 ก.พ. 2562 มีข้อมูลชี้แจงเป็นหลักฐานว่า “อภิชาติ ปีปทุม” ได้ขายหุ้นออกไปเมื่อวันที่ 8 ม.ค. 2562 เป็นจำนวน 0.51% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ และทำให้ภายหลังถือหุ้นเหลือแค่ 89.46 ล้านหุ้น หรือ 9.49%

สิ่งที่ต้องคิดถัดมาคือ ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา หุ้นขึ้นแรงได้อย่างไร ? ในเมื่อยังมีเสียงร่ำลือถึงความขัดแย้งของผู้บริหาร “รุ่นเก่า” กับ “รุ่นใหม่” ? ออกมาตลอดเวลา

อาจารย์เลยขอใช้พื้นที่ตรงนี้อธิบายปรากฏการณ์ดังกล่าวว่า กลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ทั้ง 2 กลุ่มคงเคลียร์ปัญหาคาใจกันจบแล้ว และคงมีการพูดคุยถึงการซื้อหุ้นยกล็อตจากอีกฝั่งหนึ่ง เพื่อไม่ให้สภาพของหุ้นในกระดานเละเทะมากเกินไป ต่อจากนั้นก็คงเป็นการแยกทางกันเดินแบบถาวร โดยทั้งหมดเป็นเรื่องที่อาจารย์เคยประสบพบเจอมาในอดีต เลยนำมาเล่าสู่กันฟังเพื่อเป็นเกร็ดความรู้ในการลงทุนครับ

อีกอย่างที่นักลงทุนต้องคิดล่วงหน้าก็คือ ทุกครั้งที่กลุ่มผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทมีการ “แยกตัว” ออกไปอย่างถาวร มักมีการจัดตั้งบริษัทใหม่ขึ้นมา “แข่งขัน” ด้วยเป็นประจำ ซึ่งทำให้เสน่ห์ความน่าสนใจของหุ้น CPT ในระยะยาวลดลงไปอย่างมีนัยสำคัญ เพราะตัวเลขกำไรมีสิทธิ์ไม่โตโดดเด่นเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้วนั่นเอง

ประเด็นดังกล่าวถูกตอกย้ำด้วยผลประกอบการด้านล่าง ซึ่งแสดงให้เห็นความถดถอยของกำไรเมื่อเข้ามาในตลาดหุ้นเมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 2560 ซึ่งตอนนั้นบริษัททำกำไรได้ค่อนข้างโดดเด่น แต่ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2561 กลับทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวัง

ด้วยเหตุนี้อาจารย์ถึงมองไม่เห็นว่า CPT มีความน่าสนใจ (กลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ไม่มีใครออกมาชี้แจงข่าวลือเลยสักคน) แถมมองไปข้างหน้าก็มีแต่อุปสรรคขัดขวางเต็มไปหมด ส่งผลให้หุ้นตัวนี้เป็นได้แค่เพียงหุ้นเก็งกำไรสั้น ๆ นะครับ

สภาแมงเม่า : ดร.สมชาย