LIT วางเป้ารายได้ปี 62 โต 20% เน้นบุกลูกค้าทุกกลุ่มดันยอดปล่อยสินเชื่อพุ่ง 1.3 หมื่นลบ.

LIT วางเป้ารายได้ปี 62 โต 20% เน้นบุกลูกค้าทุกกลุ่มดันยอดปล่อยสินเชื่อพุ่ง 1.3 หมื่นลบ.

นายสมพล เอกธีรจิตต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลีซ อิท จำกัด (มหาชน) หรือ LIT เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/62 บริษัทมีรายได้รวมเท่ากับ 112 ล้านบาท ลดลง 2 ล้านบาท หรือ -1.75% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนมีรายได้รวม 114 ล้านบาท ขณะที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 32.62 ล้านบาท ลดลง 4.16 ล้านบาท หรือ -11.31% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 36.78 ล้านบาท ในขณะที่พอร์ตลูกหนี้สินเชื่ออยู่ที่ 2,582 ล้านบาท และมียอดปล่อยสินเชื่ออยู่ที่ 2,432 ล้านบาท

“ภาพรวมของทิศทางกลยุทธ์ปี 2562 บริษัทฯจะมุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน (Sustainable Growth) และมุ่งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน (Increase Competitiveness) ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการความเสี่ยง (Risk Management) ภายใต้แผนการดำเนินธุรกิจระยะยาว (Road Map 2561 – 2563)

โดยในปี 2562 บริษัทมีเป้าหมายที่จะเติบโตในเชิงของรายได้เฉลี่ยปีละประมาณ 10-20%  และบริษัทฯได้มีการปรับกลยุทธ์ทางการตลาด เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยบริษัทฯได้สร้างทีมการตลาดเพื่อบุกและรองรับการให้บริการในกลุ่มลูกค้าเฉพาะทาง ซึ่งแต่ละทีมจะมีผู้บริหารที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละกลุ่มลูกค้าอยู่แล้ว ทำให้สามารถคัดเลือกผลิตภัณฑ์ทางการเงินของบริษัทที่มีความหลากหลายได้ตรงความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี พร้อมทัพเสริมดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งที่จะคอยให้การสนับสนุนเพื่อช่วยเจาะตลาดลูกค้าที่ต้องการสินเชื่อในรูปแบบออนไลน์

ทั้งนี้ เพื่อขยายฐานลูกค้าในทุกกลุ่มอุตสาหกรรมทั้งในส่วนลูกค้าที่เป็นภาครัฐและภาคเอกชนขนาดใหญ่  ซึ่งน่าจะเห็นความชัดเจน รวมถึงผลของการปรับโครงสร้างในครั้งนี้ ตั้งแต่ไตรมาส 2/62 เป็นต้นไป” นายสมพล กล่าว

นอกจากนี้ บริษัทฯ มุ่งเน้นเรื่องการแก้ปัญหา NPLs โดยมีการจัดตั้งบจ. ลิท เซอร์วิส แมเนจเม้นท์ (บริษัทย่อย) โดยมีจุดประสงค์เพื่อแยกธุรกรรมการวิเคราะห์ข้อมูลสินเชื่อ (Credit Control) ให้สามารถวิเคราะห์และอนุมัติสินเชื่อได้อย่างอิสระ ทั้งนี้ ก็เพื่อพัฒนาและยกระดับการวิเคราะห์ข้อมูลสินเชื่อของบริษัทฯให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งๆ ขึ้นต่อไป

บริษัทฯยังคงเป้าหมายการเติบโตรายได้ปีนี้อยู่ที่ระดับ 10-20% โดยคาดว่าจะมียอดปล่อยสินเชื่อใหม่ประมาณ 1.3 หมื่นล้านบาท และถือว่าเป็นการเติบโตต่อเนื่อง สามารถทุบสถิติสูงสุดตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอได้อีกครั้ง ซึ่งบริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาสินเชื่อใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าเอสเอ็มอี

ขณะเดียวกัน บริษัทมีการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเข้มงวด โดยมีนโยบายตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญในสัดส่วน (Reserve) 6-7% ของยอดลูกหนี้คงเหลือสุทธิจากหลักประกัน นอกจากนี้ ถึงแม้ว่าบริษัทจะเพิ่มการสำรองหนี้สงสัยจะสูญในอัตราที่สูงขึ้น  แต่ด้วยความมุ่งมั่น และความพยายามของบริษัทที่จะยกระดับผลงานให้ดีอย่างต่อเนื่อง และมีกำไรสุทธิสูงขึ้น เหนือการตั้งสำรองอยู่ตลอด เพื่อต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน