Daily View – P.M. – บล.กสิกรไทย

Tactical Move

เดินเกมกลยุทธ์บ่าย

SET Index ปรับเพิ่มขึ้น 0.85 จุด (0.05%) ปิดภาคเช้าที่ 1,610.64 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 27,320.79 ล้านบาท

Most Positive Impact: CPALL (+1.1 จุด), CPF (+0.42 จุด), EA (+0.36 จุด)

Most Negative Impact: PTTEP (-1.94 จุด), AOT (-1.74 จุด), IVL (-0.41 จุด)

ตลาดหุ้นไทยได้รับแรงหนุนจากกลุ่มพาณิชย์(+1.76 จุด) อาหาร(+0.91 จุด) และกลุ่มธนาคาร(+0.47 จุด) ส่วนกลุ่มที่ปรับตัวลดลง ได้แก่ กลุ่มขนส่ง(-1.75 จุด) พลังงาน(-0.72 จุด)

แนวโน้มตลาดบ่าย

หลังจากสหรัฐฯรายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตประจำเดือน พ.ค. ออกมาที่ 50.6 ต่ำกว่าตลาดคาดค่อนข้างมาก ซึ่งสะท้อนความกังวลต่อภาคธุรกิจจากสงครามการค้า ระยะต่อไปทางการจีนจะมีการรายงานดัชนี PMI ภาคการผลิต ประจำเดือนพ.ค. หากมีทิศทางอ่อนแอลงเหมือนของทางฝั่งสหรัฐฯคาดจะเป็นปัจจัยช่วยให้การเจรจาการค้าสหรัฐฯ-จีนมีความแข็งกร้าวลดลง

มุมมองตลาดบ่ายนี้ มองว่านักลงทุนตอบรับบรรยากาศเชิงลบเรื่องประเด็นขัดแย้งต่างๆของสหรัฐฯ-จีนไประดับหนึ่งแล้ว นอกจากนี้จะเห็นได้ว่ามีการสลับเงินลงทุนจากหุ้นที่ได้รับผลกระทบข้อพิพาทการค้าและราคาน้ำมัน มายังหุ้นกลุ่ม domestic เช่น CPALL CPF สะท้อนให้เห็นว่าหุ้นที่อิงกับการบริโภคในประเทศยังน่าสนใจ และเราคาดว่ากลุ่มนี้จะได้ประโยชน์หากมีการจัดตั้งรัฐบาลได้น่าจะมีมาตรการกระตุ้นการบริโภคออกมาเพราะการเติบโตเศรษฐกิจช่วงนี้พึ่งพึงการส่งออกได้ยาก ทั้งนี้คาดว่าช่วงบ่ายตลาดยังคงแกว่ง sideway ในกรอบ 1,600-1,620 ระหว่างรอดูเสถียรภาพของรัฐบาล

กลยุทธ์การลงทุนทยอยสะสมหุ้นกลุ่มต่อไปนี้ 1) กลุ่มหุ้นที่อิงการบริโภคในประเทศ CPALL BJC HMPRO CPF 2) กลุ่มหุ้นที่อิงกับโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค AMATA STEC BGRIM DTAC 3) กลุ่มปันผลสูง ได้ประโยชน์จากเทรนดอกเบี้ยขาลง และมีเงินไหลเข้าจากกองทุนตราสารหนี้หลังโดนเก็บภาษี 15% ได้แก่ JASIF TFFIF ABPIF QH ADVANC INTUCH

ประเด็นเศรษฐกิจที่น่าติดตามสัปดาห์หน้า วันพฤหัสฯติดตามดัชนี GDP ไตรมาส1 ของสหรัฐ โดยตลาดคาดการณ์ที่ 3.1% QoQ วันศุกร์จะมีการรายงาน PMI ภาคการผลิตของจีนประจำเดือนพ.ค. ตัวเลขคาดการณ์อยู่ที่ 50.5

หุ้นแนะนำ ADVANC AMATA