มุมมองของสายพิราบ

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวความเคลื่อนไหวที่ทำให้ถือเป็นข่าวดีสำหรับการเก็งกำไรและเกิดมุมมองเชิงบวกมากกว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา

พลวัตปี 2019 : วิษณุ โชลิตกุล

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวความเคลื่อนไหวที่ทำให้ถือเป็นข่าวดีสำหรับการเก็งกำไรและเกิดมุมมองเชิงบวกมากกว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา

ข่าวดีทั้งหลายอาทิ รมว.คลังสหรัฐ นายมนูชิน เริ่มต่อสายคุยนายอี้ กัง ตัวแทนเจรจาการค้าจีนระลอกใหม่สหรัฐฯ ยกเลิกขึ้นภาษีเม็กซิโก ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ออกมาระบุสหรัฐฯ เป็นพันธมิตรที่ดีต่อจีนและรัฐมนตรีน้ำมันซาอุฯ แย้มมีโอกาสขยายเวลาลดกำลังการผลิตน้ำมันถือเป็นข่าวดีธรรมดาเมื่อเทียบกับข่าวดีกว่าอย่างการส่งสัญญาณว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างเร็วที่สุดในเดือนหน้าหลังการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานที่อ่อนแอเกินคาดของสหรัฐ ฯ

เฟด จะประชุมกำหนดนโยบายการเงินในวันที่ 18-19 มิ.ย. ขณะที่ FedWatch ซึ่งเป็นเครื่องมือวิเคราะห์ภาวะการซื้อขายสัญญาฟิวเจอร์อัตราดอกเบี้ยสหรัฐของ CME Group บ่งชี้ว่านักลงทุนคาดการณ์ว่ามีโอกาส 79% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างเร็วที่สุดในเดือนกรกฎาคมและหลังจากนั้นมีโอกาส 90% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายนและโอกาสมากกว่า 80% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนธันวาคม

นักวิเคราะห์ประเมินว่าท่าทีที่แสดงออกถึงชัยชนะของสายพิราบในเฟด (ที่สอดรับกับท่าทีของ ECB) สังเกตได้ชัดเจนอย่างมากนับแต่ที่นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด กล่าวเมื่อสัปดาห์ก่อนว่าเฟดกําลังจับตามองพัฒนาการทางเศรษฐกิจในขณะนี้และจะ “ดําเนินการในสิ่งที่ต้องทํา” เพื่อให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจดําเนินต่อไป

ท่าทีของเฟด ผสมกับข้อมูลทางเศรษฐกิจทั้งที่เป็นปฐมภูมิและทุติยภูมิทำให้นัก “อ่านริมฝีปากเฟด” และนักลงทุนสถาบันในนิวยอร์กตีความว่านายพาวเวล อาจต้องการส่งสัญญาณว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและยังสอดคล้องกับที่นายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานเฟดสาขาเซนต์หลุยส์กล่าวว่า เฟดจําเป็นต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเร็ว ๆ นี้เพื่อกระตุ้นเงินเฟ้อและเพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่เศรษฐกิจจะเผชิญภาวะขาลงอันเนื่องมาจากสงครามการค้าที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น

นอกจากนี้นายพาวเวลยังเปิดเผยว่า เครื่องมือที่เฟดเคยใช้ในช่วงที่เกิดวิกฤตการณ์ซึ่งได้แก่การกำหนดให้อัตราดอกเบี้ยอยู่ใกล้ 0% และการเข้าซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) มีแนวโน้มที่จะถูกนำมาใช้อีกครั้งหนึ่ง

อีกด้านหนึ่งของเหรียญบอนด์ยีลด์ หรืออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี อันเป็นมาตรฐานสำคัญของเศรษฐกิจมหภาคดิ่งลงต่ำกว่าระดับ 2.06% แตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 2 ปีในวันนี้ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปีปรับตัวลงสู่ระดับ 2.572% ส่งผลให้นักลงทุนพากันเข้าซื้อพันธบัตรในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยหลังการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานสหรัฐที่อ่อนแอเกินคาด

กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นเพียง 75,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ค. โดยต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 180,000 ตำแหน่งและต่ำกว่าระดับ 224,000 ตำแหน่งในเดือนเม.ย.

นับเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 4 เดือนที่การจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นน้อยกว่า 100,000 ตำแหน่งตัวเลขดังกล่าวส่งผลให้ตัวเลขอัตราการว่างงานทรงตัวที่ระดับ 3.6% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 50 ปีในตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงานลดลงสู่ระดับ 3.1%

ทั้งนี้ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงนับเป็นข้อมูลที่ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) ให้ความสำคัญเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเงินเฟ้อ

การตีความของ Fedwatch ล่าสุดเกิดผลพวงเกิดขึ้นทันทีค่าดอลลาร์สหรัฐอ่อนลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตราและยังได้รับแรงกดดันจากข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอของสหรัฐ

ข่าวดีจากข้อมูลลบที่ทำให้ตลาดเก็งกำไรกลับมาคึกคักส่งผลต่อตลาดหุ้นและตลาดทุนไทยเชิงบวกเพราะจะทำให้ทุนเก็งกำไรพากันหนีตายเข้ามามากซึ่งนอกจากไทยมีทุนสำรองเงินตราต่างประเทศแข็งแกร่งแล้วส่วนหนึ่งยังเป็นเพราะบรรดาทุนเก็งกำไรต่างชาติต่างรู้ทัน “จุดอ่อน” อำนาจรัฐไทยได้ดีว่ากระทรวงการคลังไม่มีอำนาจควบคุมนโยบายการเงินที่อยู่ในกำมือเทคโนแครตอย่างผู้บริหารธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และธปท.ก็มีขีดจำกัดในการแทรกแซงค่าบาท

ข้อจำกัดสำคัญของธปท.ในการบริหารระบบอัตราแลกเปลี่ยนลอยตัวเสมือนถูกผูกมัดมือชกทำให้บรรดาผู้จัดการกองทุนเก็งกำไรข้ามชาติหรือฟันด์โฟลว์ที่เชื่อกันว่าเตรียมเงินก้อนใหญ่ระดับ 8 หมื่นล้านบาทเพื่อเข้ามาในตลาดตราสารหนี้และตลาดหุ้นไทยสบช่องพากันเร่งซื้อเงินบาทเพื่อนำมาถือหลักทรัพย์ที่กล่าวมาจนล่าสุดค่าบาทแข็งสุดในรอบ 2 เดือนและล่าสุดต่ำกว่า 31.30 บาทต่อดอลลาร์ด้วย

คาดว่าการไหลข้าวของฟันด์โฟลว์ที่ค่อนข้างมากและบาทแข็งจากผลพวงการลดดอกเบี้ยนโยบายของเฟด ถึง 3 ครั้งในครึ่งหลังของปีนี้จะส่งผลตลอดครึ่งหลังของปีนี้จนอาจทะลุทะลวงข้ามเส้นสัญญาณทางเทคนิคสำคัญยืนเหนือ 1,700 ไม่ยากเย็นนักในเดือนมิถุนายนนี้อีกครั้ง

ชัยชนะของมุมมองสายพิราบของบรรดานายธนาคารกลางทุกครั้งเป็นข่าวดีเสมอสำหรับนักลงทุนในหุ้น

อย่าได้แปลกใจที่สถานการณ์ตลาดหุ้นไทยครึ่งหลังปีนี้ ฟันด์โฟลว์จะไหลเข้าเพิกเฉยต่อผลประกอบการบริษัทแม้เศรษฐกิจจะไม่ดีเอาเสียเลย