สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 11 มิ.ย. 2562

สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 11 มิ.ย. 2562

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (11 มิ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากดัชนีดาวโจนส์ทำสถิติปิดในแดนบวกติดต่อกันยาวนานถึง 6 วัน นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่มเติม

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,048.51 จุด ลดลง 14.17 จุด หรือ -0.05% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,885.72 จุด ลดลง 1.01 จุด หรือ -0.03% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,822.57 จุด ลดลง 0.60 จุด หรือ -0.01%

 

ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเมื่อคืนนี้ (11 มิ.ย.) เป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน โดยได้แรงหนุนจากการที่รัฐบาลจีนได้ออกมาตรการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น ซึ่งช่วยหนุนหุ้นกลุ่มทรัพยากรพื้นฐาน ขณะที่ตลาดคลายวิตกเกี่ยวกับความตึงเครียดด้านการค้า หลังสหรัฐเลื่อนเก็บภาษีนำเข้าสินค้าของเม็กซิโก และตลาดยังได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า

ดัชนี Stoxx Europe 600 บวก 0.69% ปิดที่ 380.89 จุด

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,408.45 จุด เพิ่มขึ้น 25.96 จุด, +0.48% ขณะที่ ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 12,155.81 จุด เพิ่มขึ้น 110.43 จุด หรือ +0.92% และ ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,398.45 จุด เพิ่มขึ้น 22.91 จุด หรือ +0.31%

 

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (11 มิ.ย.) โดยหุ้นกลุ่มเหมืองแร่นำตลาดปรับตัวขึ้น หลังมีรายงานข่าวว่า รัฐบาลจีนได้ออกมาตรการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,398.45 จุด เพิ่มขึ้น 22.91 จุด หรือ +0.31%

 

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดขยับขึ้นเพียงเล็กน้อยเมื่อคืนนี้ (11 มิ.ย.) ท่ามกลางความวิตกกังวลที่ว่า การชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลกอาจส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมัน ขณะที่นักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายก่อนที่สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) จะเปิดเผยรายงานสต็อกน้ำมันดิบในวันนี้

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 1 เซนต์ หรือ 0.02% ปิดที่ 53.27 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนส.ค. ปิดทรงตัวที่ 62.29 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (11 มิ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนกลับเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลง นอกจากนี้ การอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ยังเพิ่มความน่าดึงดูดให้กับสัญญาทองคำ

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 1.90 ดอลลาร์ หรือ 0.14% ปิดที่ 1,331.20 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 10.1 เซนต์ หรือ 0.69% ปิดที่ 14.74 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนก.ค. พุ่งขึ้น 9.10 ดอลลาร์ หรือ 1.13% ปิดที่ 814.30 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 2.40 ดอลลาร์ หรือ 0.2% ปิดที่ 1,389.20 ดอลลาร์/ออนซ์

 

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินยูโรและปอนด์ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (11 มิ.ย.) หลังจากทางการสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ขยับขึ้นเพียงเล็กน้อยในเดือนพ.ค. นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังได้รับแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่มเติม

ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1332 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1315 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.2722 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2689 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.6959 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6957 ดอลลาร์สหรัฐ

อย่างไรก็ดี ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 108.49 เยน จากระดับ 108.42 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9918 ฟรังก์ จากระดับ 0.9895 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ  1.3286 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3270 ดอลลาร์แคนาดา