การเมืองดับเศรษฐกิจ

หอการค้าเพิ่งเผยดัชนีความเชื่อมั่น เดือน พ.ค.62 ต่ำสุดในรอบ 15 เดือน ด้วยปัจจัยลบหลายอย่าง นอกจากสงครามการค้า การส่งออกลดลง ข้อสำคัญคือการเมืองยังไม่มีเสถียรภาพ

ทายท้าวิชามาร : ใบตองแห้ง

หอการค้าเพิ่งเผยดัชนีความเชื่อมั่น เดือน พ.ค.62 ต่ำสุดในรอบ 15 เดือน ด้วยปัจจัยลบหลายอย่าง นอกจากสงครามการค้า การส่งออกลดลง ข้อสำคัญคือการเมืองยังไม่มีเสถียรภาพ

ข้อหลังดูท่าจะสมหวังได้ยาก แม้ภาคธุรกิจหวังกันว่า การที่สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ กลับมาพร้อมทีมสี่กุมาร จะผลักดันมาตรการกระตุ้นต่าง ๆ แม้ราคาพืชผลการเกษตรจะอยู่ในมือประชาธิปัตย์ แต่ต่างคนต่างก็อยากสร้างผลงาน คงแข่งกันลดแหลกแจกแถมไม่อั้น

นั่นคือฝั่งโลกสวย แต่ความเป็นจริง ปัญหาเสถียรภาพการเมือง ไม่ใช่แค่รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ เรื่องใหญ่กว่านั้นคือปัญหาความชอบธรรม การสืบทอดอำนาจที่ตรงข้ามกับคำว่าสง่างาม ตั้งพวกพ้องญาติพี่น้องมาเป็น 250 ส.ว.โหวตให้ตัวเอง กวาดต้อนนักการเมืองที่พวกตนเคยร้องยี้ มาจัดสรรปันเก้าอี้ ซ้ำการเลือกตั้งที่จัดโดย กกต.ก็ไม่เป็นที่ยอมรับของประชาชน มีปัญหามากมายตั้งแต่ประกาศผลมาถึงสูตรทศนิยม

นี่ทำให้เกิดแรงต้านกว้างขวาง เกิดวิบัติศรัทธาในตัวผู้นำ ยิ่งกว่ารัฐบาลรัฐประหารด้วยซ้ำไป คนไม่พอใจก็กว้างขึ้น แรงขึ้น คนจำนวนหนึ่งที่เคยยอมรับหรือเฉย ๆ กับข้ออ้างรัฐประหารเพื่อความสงบ ก็เริ่มรับไม่ได้กับการทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองมีอำนาจต่อ

แน่ละว่าแรงต้านยังไม่ถึงขั้นก่อม็อบไล่ คนจำนวนหนึ่งก็ยังอยากให้เวลารัฐบาลบริหารเศรษฐกิจ แต่มันจะไม่ง่าย เพราะคนที่ไม่เชื่อถือก็จะไม่ร่วมมือ แอนตี้ วิพากษ์วิจารณ์ ยกตัวอย่างประยุทธ์จะแนะนำหนังสือ ก็โดนสำนักพิมพ์แอนตี้ โครงการต้องล้มไป ขนาดดาราโพสต์ไม่สนใจการสืบทอดอำนาจ ยังโดนดราม่า หนังเปิดตัวเจ๊งสนิท แม้อาจเจ๊งเพราะเหตุอื่น แต่ต่อไปใครจะร่วมงานอีเวนต์ที่ทำเนียบต้องคิดหนัก

เรื่องต่าง ๆ ที่รัฐบาลรัฐประหารทำไว้ ก็จะผุดกลับมาหลังหมด ม.44 เช่นปัญหาประมง ที่สมาคมจะออกมาเรียกร้องให้แก้ไข ความเดือดร้อนของประชาชนจำนวนมาก จากมาตรการยุค คสช.ซึ่งถูกกลบไว้ เมื่อนายกฯ ยังเป็นคนเดิมก็รับไป

นี่รวมไปถึงวิบัติของระบอบ ความไม่เชื่อถือองค์กรอิสระ อย่าง ป.ป.ช. ซึ่งโดน ส.ส.ถาม ยืมนาฬิกาเพื่อนต้องแจ้งบัญชีทรัพย์สินหรือไม่ แถมยังตีตกคดีเมียเนวิน ชิดชอบ ใช้เงิน อบจ. 20 ล้าน ขนคนไปเชียร์ทีมบุรีรัมย์ ทั้งที่ สตง.ให้จ่ายเงินคืน

รัฐบาลปกติ ไม่ต้องรับผิดชอบองค์กรอิสระ แต่รัฐบาลนี้ องค์กรอิสระวินิจฉัยอะไรที่เป็นผลดีกับรัฐบาล เป็นผลร้ายกับฝ่ายค้าน ก็จะถูกชี้มาที่ประยุทธ์ทั้งสิ้น เพราะทุกองค์กรแต่งตั้งในยุค คสช. กระทั่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญก็ยืดอายุโดยคำสั่ง คสช. หลังจากนี้ยิ่งแล้วใหญ่ เพราะสรรหาแต่งตั้งโดย 250 ส.ว.

ขณะที่กองทัพ ก็เป็นเสาค้ำหลักของรัฐบาล 6 ผบ.เหล่าทัพเป็นทั้ง ส.ว.และกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ กอ.รมน.จะเข้ามาเป็นรัฐซ้อนรัฐ คุมความมั่นคง คุมอำนาจปกครอง เมื่อหมด ม.44 ท่าทีของผู้นำเหล่าทัพ ที่ชอบออกมาแข็งกร้าว พฤติกรรมของทหาร ความมีอภิสิทธิ์ งบประมาณ จะมีผลต่อรัฐบาลโดยตรง

รัฐบาลนี้ไม่เพียงเริ่มต้นด้วยเสียงปริ่มน้ำ หากคะแนนนิยมก็ปริ่มจมูก ไม่มีความชอบธรรม เพียงแต่ประชาชนจำใจไม่มีทางเลือก บางคนยังคิดว่าถ้าเศรษฐกิจดีขึ้นจะพอไปรอดได้ แต่การเมืองการยอมรับของประชาชนเป็นปัจจัยสำคัญทางเศรษฐกิจ ไม่ใช่แมวสีดำหรือสีขาวก็จับหนูได้

แก้เศรษฐกิจได้ดีก็แล้วไป เสมอตัว แต่ย่ำแย่เมื่อไหร่ น่าดู กระแสประชาชนจะสะท้อนกลับสู่ 19 พรรคร่วมรัฐบาล ที่ทางใครทางมันอยู่แล้ว อยู่ร่วมกันด้วยการปั่นค่าตัวเท่านั้น