sideway แต่ฝรั่งยังซื้อ

ดัชนีตลาดหุ้นเคลื่อนไหวในกรอบแคบ หรือ sideway ทั้งเอเชีย รวมถึงของประเทศไทย

ลูบคมตลาดทุน : ธนะชัย ณ นคร

ดัชนีตลาดหุ้นเคลื่อนไหวในกรอบแคบ หรือ sideway ทั้งเอเชีย รวมถึงของประเทศไทย

เมื่อวันศุกร์ตลาดหุ้นก็เคลื่อนไหวแบบนี้แหละ

ต่างจากก่อนหน้านี้ที่ดัชนีจะปิดตลาดในแดนบวกมาเกือบต่อเนื่อง

ของไทยนั้น หุ้นเริ่มวิ่งขยับขึ้นมาอย่างจริงจังเมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา วันนั้นดัชนีบวก 16.42 จุด (ปิด 1,626.91 จุด)

หลังจากนั้น ตลาดจะปิดในแดนบวกเป็นส่วนใหญ่ และเฉลี่ยต่อวันมากกว่าสิบจุดขึ้นไป

บรรดานักวิเคราะห์ดูสัญญาณทางเทคนิค แล้วมองว่า แนวต้านแรกคือ 1,680 – 1685 จุด และหากผ่านไปได้ จะมาเจอต้านที่ 1,700-1,710 จุด

ต่อจากนั้นก็คือ 1,720 จุด

และเมื่อวานนี้ดัชนีก็ปิดบริเวณนี้ คือ 1,716 จุด

ดัชนีเคลื่อนไหวในแดนบวก และลบสลับกันไปตลอดวัน เพราะไม่มีปัจจัยบวกเข้ามาหนุน

ตอนนี้มีอยู่ 3 เรื่องที่นักลงทุนเฝ้ารอความชัดเจน และจับตาดูอยู่

เริ่มจากการประชุมของกลุ่ม G20 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 28 – 29 มิ.ย.นี้

ทว่าไฮไลต์ของการประชุมในครั้งนี้ กลับเป็นการพบกันระหว่าง “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดี สหรัฐฯ และ “สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีของประเทศจีน

จนถูกวิพากษ์วิจารณ์กันว่า การพบปะกันของ 2 ผู้นำครั้งนี้ แย่งซีนของ G20 ไปซะงั้น

เรื่องต่อมาที่นักลงทุนเฝ้าติดตาม

อยู่ประเทศไทยเรานี่เอง

นั่นคือ การประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. ในวันพุธที่ 26 มิถุนายน 2562

ขณะนี้ดอกเบี้ยนโยบายของไทยอยู่ที่ระดับ 1.75% โดยเพิ่งจะถูกปรับเพิ่มมาเพียง 1 ครั้ง (0.25%) และมีการคาดหมายกันว่าในปีนี้ กนง.อาจจะขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้ง

ทว่า เศรษฐกิจทั่วโลกไม่ได้เป็นไปอย่างที่คาดหมายกันไว้

ธนาคารกลางของหลายประเทศเริ่มส่งสัญญาณว่า อาจจะ “ปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย” ของตนเองลงมา

รวมถึงธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ด้วย

ทำให้บรรดานักการเงิน และนักวิเคราะห์ต่างคาดกันไปว่า ธปท. เองนั้น ก็น่าจะปรับลดดอกเบี้ยลงมาเช่นกัน และไม่อาจฝืนแรงกระเพื่อมเศรษฐกิจโลกได้

หาก ธปท.ปรับลดอกเบี้ยจริง ๆ

นั่นก็น่าจะส่งผลบวกกับหลายธุรกิจ ที่ต้นทุนการดำเนินงานจะลดต่ำลง

แต่ยังมีนักวิชาการมองว่า ธปท.ไม่น่าจะปรับลด และอาจจะคงดอกเบี้ย 1.75% ไปแบบยาว ๆ เลยก็ได้

เพราะธปท. หวั่นเรื่องของหนี้ครัวเรือนอาจจะสูงขึ้น

นี่ก็เป็นข้อมูลเกี่ยวกับดอกเบี้ยของเรา มาเล่าสู่กันฟังแบบคร่าว ๆ

ส่วนเรื่องสุดท้ายที่นักลงทุนจับตา คือปัญหาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ยืนท้าชก ท้าต่อยกันอยู่

สมมุติว่า หากทั้งคู่ไม่สามารถอดทน อดกลั้นต่อปัญหาระหว่างกันได้ และเกิดการสู้รบขึ้นมา นั่นอาจทำให้เกิดความผันผวนของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก และปัญหาอื่นๆ  จะตามมาอีกเพียบ

นอกจาก 3 เรื่องที่ว่านี้

ในปลายสัปดาห์นี้ ตลาดหุ้นไทย ยังคงต้องระวังการปิดโพสิชั่นของ TFEX ด้วย โดยเฉพาะราคาหุ้นในกลุ่ม SET50 อาจเผชิญกับความผันผวนอย่างมาก

แม้หุ้นไทยจะแกว่งในกรอบแคบ ๆ

แต่ยังมีประเด็นน่าสนใจว่า นักลงทุนต่างชาติยังซื้อสุทธิต่อเนื่อง

อย่างเมื่อวานนี้ซื้ออีกกว่า 4,064 ล้านบาท

ทำให้ตั้งแต่วันที่ 1 – 24 มิ.ย. ต่างชาติซื้อหุ้นไทยแล้วกว่า 35,874 ล้านบาท

และหากนับจากต้นปีมาจนถึงเมื่อวานนี้ (24 มิ.ย.) ต่างชาติซื้อสุทธิ 29,838 ล้านบาท และแนวโน้มจะยังซื้อต่อเนื่อง (อาจมีบางวันสลับขายบ้าง)

สภาธุรกิจตลาดทุนไทย ประเมินว่า ต่างชาติน่าจะซื้อสุทธิต่อไปอีก เฉลี่ยเดือนละกว่า 1 หมื่นล้านบาท

และจนถึงสิ้นปีน่าจะซื้อเพิ่มรวมอีก 6 หมื่นล้านบาท