โบรกฯ คัด 7 หุ้น “Top Pick” เน้นธีมผลงานเทิร์นอะราวด์-กำไรโต!

โบรกฯ คัด 7 หุ้น “Top Pick” เน้นธีมผลงานเทิร์นอะราวด์-กำไรโต!

“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ได้ทำการสำรวจบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์โนมูระพัฒนะสิน ที่ได้มีการรวบรวมหุ้นของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่มีปัจจัยบวกโดดเด่น และเป็นหุ้น Top Pick ที่มีผลประกอบการแข็งแกร่ง ,แนวโน้มเทิร์นอะราวด์ ประกอบด้วยหุ้นดังต่อไปนี้ SCB,STEC,TASCO,STPI,SABINA,AMANAH,CPF กองทุนรวม :BTP,TMB50,T-LOWBETA

โดย บล.โนมูระ พัฒนะสิน ระบุในบทวิเคราะห์  โดยมองว่าสัญญาณนโยบายการเงินผ่อนคลายของธนาคารกลางสําคัญ นําโดย FED ECB และ PBOC หนุนสภาพ คล่องในตลาดการเงินเพิ่มจิตวิทยาเชิงบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงโลก โดยเฉพาะตลาด EM-Asia ที่มีแรงหนุน จากการลดดอกเบี้ยของ FED และเศรษฐกิจฝังยุโรปเริมมีเสถียรภาพจะทําให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า กระตุ้น Fund flow ไหลเข้า

รวมไปถึงประเทศที่เศรษฐกิจขนาดใหญ่ของเอเชียอย่างจีนจะใช้เครื่องมือทั้งการเงิน และการคลังอย่างเต็มรูปแบบเพื่อช่วยลดความเสี่ยงเศรษฐกิจจีนชะลอตัวจากสงครามการค้า นอกจากนี้ราคาน้ำมันดิบขาขึ้น หนุน Sentiment บวกต่อเอเชียเพิ่มเติม ประเมินซึมซับความเสียงของความขัดแย้งทางการค้าไปมากแล้ว แม้ว่ามีโอกาส 65% ทีสหรัฐฯจะเรียกเก็บภาษีสินค้านําเข้าจากจีนอีก วงเงิน 3 แสนล้านเหรียญฯ

อย่างไรก็ดี มองว่านักลงทุนรับรู้ความเสียงดังกล่าวและปรับ Position ไปมากแล้ว จึงประเมินตลาดหุ้นโลกผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว แต่ตลาดจะกลับมาให้ความสําคัญ ต่อโอกาสที่เศรษฐกิจจะเติบโตจากนโยบาย Easing มากกว่า แนะนําสะสมหุ้นจีนและอาเซียนจากโอกาสเศรษฐกิจโตระยะยาว นักลงทุนประเมินเศรษฐกิจโลกโตช้าลง ส่งผลอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯอายุ 10 ปี ลดลงสู่ระดับ 1.95% ต่ำสุดในรอบกว่า 3 ปี สะท้อนทิศทางดอกเบี้ยขาลงเพิ่มความน่าสนใจต่อตลาดตราสารหนี และอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่ปัจจัยดังกล่าวยังทําให้ Valuation ของตลาดหุ้นถูกลง โดยเราชอบตลาดหุ้นจีนและ ASEAN มากสุดจากโอกาสเติบโตทางเศรษฐกิจระยะยาว

Earnings Outlook: เป็นบริษัททีมีความครบเครื่อง และมี Product champions ล่าสุดประสบความสําเร็จมาก จาก Collection ใหม่ “Seamless fit” เปิดตัวปลายก.พ. จะส่ง ผลบวกเต็มไตรมาสในไตรมาส 2/62 พร้อมกับด้านอัตรากําไรทีดี ขึนมาก จากการเพิมสัดส่วน Outsource ซึง Margin สูง คาดกําไรปกติไตรมาส 2/62 ที่ 120 ลบ. (+25% จากปีก่อน, +26% จากไตรมาสก่อน) ภาพทั้งปี +19% ทํา newhighต่อเนืองเป็นปีที่ 9

สำหรับประเทศไทยนั้น คาดตลาดมีโอกาสปรับตัวขึ้นปัจจัยภายนอกเป็นบวกจากแนวโน้มผ่อนคลาย นโยบายการเงินของ FED ECB และ PBoC โดยตลาดเอเชียและไทยมัก Outperform ช่วงที่ FED เริมลดดอกเบี้ย 1-2 ครั้ง โดย SET มักขยับขึ้น 13.1 – 22.3% น่าจะทําให้ SET มีโอกาสทําจุดสูงสุดใหม่ได้ช่วงครึ่งปีแรกของปี 63 ด้านปัจจัยในประเทศ คาดความชัดเจน ทางการเมืองหนุนความเชื่อมั่นจากต่างชาติได้ ประกอบกับเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวจากภายใน จากการขับเคลื่อนของรัฐบาล และระบบตัวแทนจะช่วยให้เศรษฐกิจโตกระจายดีขึ้นเพิ่มความน่าสนใจของตลาดหุ้นไทยเพิ่มเติม หุ้น : SCB,STEC,TASCO,STPI,SABINA,AMANAH,CPF กองทุนรวม :BTP,TMB50,T-LOWBETA

Top Pick: SCB “Turnaround Play”

Earnings Outlook: ธุรกิจจะกลับมาน่าสนใจในครึ่งปีหลังของปี 62 เพราะจบช่วง Transformation ทําให้ค่าใช้จ่ายดําเนินงานเพิ่มในอัตราชะลอตัว และคาดสินเชื่อที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันที่ SCB ต้องการรุกในปี 62 จะโตดีขึ้นโดยมองกลยุทธ์ระยะกลาง – ยาว สู่ Digital leader จะเพิ่มความสามารถแข่งขันที่ดี แม้คาดกําไรปีนี้จะโตต่ำเพียงแค่ +4.7%

ด้าน Valuation: มองเป็น Big cap ทียัง Laggard เนื่องจาก โดน MSCI ลดน้ำหนักมาในช่วงก่อนหน้า และผล ประกอบการครึ่งปีแรกของปี 62 โดนกดดัน ขณะที่ราคาหุ้นอยู่ในจุดที่น่าสนใจโดยซื้อขายที่ PBV 1.17 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 1.36 เท่า แนะนํา ซื้อ โดยวางมูลค่าพื้นฐานปี 63 ที่ 164 บาท/หุ้น

 

Top Pick : STEC “Infrastructure Play”

Earnings Outlook: คาดกําไรปกติ 62 ยังเร่งขึ้นอีก 38% จากปีก่อน ตาม Backlog ที่มีสูงสุดในกลุ่มฯ และ Secured รายได้มั่นคง โดยระยะสั้นรายได้ยังเป็นช่วงเร่งตัวทั้งรถไฟฟ้าเหลือง ชมพู ส้ม หนุนคาดกําไรไตรมาส 2/62 จะเติบโตเด่นทั้งจากปีก่อน และจากไตรมาสก่อนจาก Backlog ปัจจุบันสูงถึง 9.9 หมื่นล้านบาท เร่งรับรู้รายได้ขึ้นอีก

ด้าน Valuation: ยังเป็นจุดเข้าลงทุนที่ดี และมีลุ้นผ่านแนว ต้าน 27.75 บาท โดยมี valuation ซื้อขาย P/BV ปี 62 ที่ 3.3 เท่า ยังเหมาะสมจากความสามารถในการทํากําไรสูง, ฐานะการเงินแข็งแกร่ง แนะนํา ซื้อ ลงทุน โดย Consensus วางมูลค่าพื้นฐานปี 62 ที่ 29.86 บาท/หุ้น

ทั้งนี้ บริษัทมี Backlog สูงสุดในกลุ่ม และ Secured รายได้ไปจนถึงปี 63 ผสานกับการจัดตังรัฐบาลจะชัดเจนในเดือนนี้และการที่ทีมบริหารเป็นชุดเดิมจะทําให้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจดําเนินต่อไปได้อย่างไม่สะดุด โดยเฉพาะมาตรการโครงสร้างพื้นฐานที่น่าจะเร่งตัวขึ้น ขณะที่ STEC เป็นบริษัทในกลุ่มรับเหมาทีครบเครื่องทําให้มีโอกาสได้งานสูง

 

Top Pick: TASCO “Infra-Spending Play”

Earnings Outlook: เป็นรายใหญ่ธุรกิจยางมะตอย ด้วย Market share กว่า 40% อยู่ในจุดดีสุดในรอบ 3 ปี จาก ปัจจัยบวกมาพร้อมกัน 1) ปริมาณขายโตแรงทังในและนอก ประเทศรวม 28% 2) ราคาขายกลับมาเป็นขาขึ้นโดยเดือน เม.ย. สูงสุดในรอบ 25 เดือน 3) ต้นทุนปรับลงจากราคาน้ำมัน โดยรวมประเมินกําไรปี 62 โตแรงเพิ่มขึ้น 409% จากปีก่อน

ด้าน Valuation: ปัจจุบันซื้อขายที่ PER ปี 62 ที่ 11.7 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 14.4 เท่า แนะนําซื้อ โดยวางมูลค่าพื้นฐานที่ 26 บาท/หุ้น สะท้อน Upside ราว 24.5%

คำค้น

เรื่องน่าสนใจ