จับตา JMART แจ้งงบก่อนตลาดเปิดอังคารหน้า!! “ซิงเกอร์” โตแรงแล้ว รอลุ้น JMT อีกขา

จับตา JMART แจ้งงบก่อนตลาดเปิดอังคารหน้า!! “ซิงเกอร์” โตแรงแล้ว รอลุ้น JMT อีกขา

ผู้สื่อข่าวรายงาน วานนี้ (8 ส.ค.) บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SINGER แจ้งผลการดำเนินงานของบริษัท และบริษัทย่อย ประจำไตรมาส 2/2562 สิ้นสุด ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2562 ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)

โดยบริษัทมีกำไรสุทธิ จำนวน 52.50 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น (EPS) จำนวน 0.14 บาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน (ไตรมาส 2/2561) ราว 10.12 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตที่ระดับ 23.86%

ขณะที่ ผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปีนี้ (2562) บริษัทพลิกมีกำไรสุทธิ 92.54 ล้านบาท หรือคิดเป็น EPS จำนวน 0.29 บาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (6 เดือนแรกของปี 2561) ที่มีผลขาดทุนสุทธิ 142.10 ล้านบาท หรือคิดเป็นการขาดทุนราว 0.53 บาทต่อหุ้น

ทั้งนี้ ตัวเลข EPS สำหรับงวดไตรมาส 2/2562 ที่ 0.14 บาทต่อหุ้น ถือเป็นการปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับตัวเลข EPS ในช่วงไตรมาส 2/2561 ซึ่งอยู่ที่ 0.16 ต่อหุ้น เนื่องจากในเดือนเมษายนที่ผ่านมา บริษัทมีการเพิ่มทุนจดทะเบียน จำนวน 131,505,235 หุ้น ส่งผลให้จำนวนหุ้นถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของไตรมาส 2 ปีนี้ปรับเพิ่มขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 2 ของปีที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน รายได้รวมของบริษัทในไตรมาสนี้ปรับตัวลดลง 79 ล้านบาท หรือคิดเป็น 10.40% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เป็นผลมาจากการลดลงของรายได้จากการขาย จำนวน 100 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นการขายทีวีลดลงประมาณ 66 ล้านบาท และตู้เติมเงินประมาณ 28 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายสินค้าเพิ่มขึ้นจาก 41.50% ในไตรมาส 2/2561 เป็น 50.60% ในไตรมาส 2/2562 เนื่องจากมีการมุ่งเน้นการขายผลิตภัณฑ์ในกลุ่มที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง และให้ความสำคัญกับการควบคุมต้นทุน โดยที่รายได้จากการขายลดลง 19.60% ขณะที่ต้นทุนขายลดลงมากกว่าที่สัดส่วน 32.1%

สำหรับค่าใช้จ่ายรวมในงวดไตรมาสนี้ บริษัทมีการบันทึกผลประโยชน์พนักงาน จำนวน 14.70 ล้านบาท ตามพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน อย่างไรก็ดี ภาพรวมของค่าใช้จ่ายยังคงลดลงเป็นจำนวน 90 ล้านบาท หรือคิดเป็นลดลงราว 12.40% โดยมีสาเหตุหลักจากการควบคุมต้นทุนขาย และต้นทุนในการจัดจำหน่าย

นอกจากนี้ หนี้สินรวมของกลุ่มบริษัทลดลง จำนวน 851 ล้านบาท หรือคิดเป็นลดลงราว 23.80% เมื่อเทียบกับช่วงสิ้นปี 2561 โดยรายการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ คือ การจ่ายชำระหนี้หุ้นกู้ครบกำหนด จำนวน 500 ล้านบาท

JMT-SINGER โตแรง หนุน JMART ฟันกำไรทะลุเป้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ JMART จะมีการแจ้งผลการดำเนินงาน ประจำงวดไตรมาส 2/2562 และ ผลการดำเนินงานรอบ 6 เดือนแรกของปีเดียวกัน ต่อตลท.ในช่วงเช้าของวันอังคารที่ 13 ส.ค.นี้

โดยก่อนหน้านี้ บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ประเมินกำไรสุทธิงวดไตรมาส 2/2562 ของ JMART ที่ระดับ 132.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 197% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อนหน้า

ทั้งนี้ โนมูระฯ ระบุว่า ถือเป็นการฟื้นตัวอย่างชัดเจนเป็นไตรมาสที่ 2 ติดต่อกัน และสูงสุดในรอบ 7 ไตรมาส โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากบริษัทย่อย คือ

1) บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT (ถือหุ้นในสัดส่วน 55.80%) ซึ่งจะมีกำไรสุทธิงวดไตรมาส 2/2562 อยู่ที่ 151 ล้านบาท เติบโตขึ้นราว 24% เมื่อเทียบจากปีก่อน และเติบโตราว 5% เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อนหน้า โดยการเติบโตของกำไรสุทธินั้น เป็นผลจากพอร์ตหนี้เสียบางส่วนตัดเงินลงทุนหมด (Fully Amortized) ส่งผลให้ JMART จะสามารถบันทึกกำไรได้ตามสัดส่วนที่ราว 84.30 ล้านบาท

2) SINGER (ถือหุ้น 30.30%) ซึ่งก่อนหน้านี้ โนมูระฯประเมินกำไรสุทธิของงวดไตรมาส 2/2562 ที่ระดับ 40 ล้านบาท ปรับตัวลดลงเล็กน้อยราว 5.62% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยเร่งจากธุรกิจสินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์ ซึ่งจะคิดเป็นส่วนแบ่งกำไรของ JMART ตามสัดส่วนที่ราว 12.12 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด SINGER ประกาศผลการดำเนินงานของงวดดังกล่าวแล้ว ตามรายงานข้างต้น พบว่า มีกำไรสุทธิ 52.50 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าระดับที่มีการประเมินไว้ก่อนหน้าราว 31.25% โดย JMART จะได้รับส่วนแบ่งกำไรตามสัดส่วนการถือหุ้นใน SINGER อยู่ที่ราว 15.91 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน คาดการณ์ว่า อีก 2 บริษัทย่อย คือ J Mobile จะมีกำไรสุทธิเติบโตโดดเด่น เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน และ J Fintech หรือสินเชื่อ J Money จะเดินหน้าเร่งขยายพอร์ตสินเชื่อ ส่งผลให้ผลประกอบการในงวดนี้สามารถพลิกเป็นกำไรเมื่อเทียบจากปีก่อน และจะเติบโตขึ้นได้เล็กน้อยจากไตรมาสก่อนหน้า

 โนมูระฯ-บัวหลวง’ เคาะเป้าปี 62 อัพไซด์เพียบ!!

ก่อนหน้านี้ บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ระบุว่า สำหรับผลการดำเนินงานงวดปี 2562 ของ JMART ที่จะพลิกกลับมามีกำไรเติบโตอย่างโดดเด่น จะส่งผลให้บริษัทสามารถกลับมาจ่ายเงินปันผลอีกครั้ง โดยประเมินไว้ที่ระดับ 0.40 บาทต่อหุ้น หรือคิดเป็นอัตราส่วนเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) ที่ระดับราว 3.30% พร้อมกับมีการกำหนดคำแนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมายปี 2562 ที่ระดับ 15.30 บาท หรือคิดเป็นอัพไซด์จากราคาปัจจุบันราว 36.61%

ขณะเดียวกัน บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ปรับประมาณการกำไรสุทธิของ JMART ขึ้นเป็น 504 ล้านบาท หรือคิดเป็นกำไรต่อหุ้น (EPS) ที่ราว 0.70 บาท โดยยังไม่รวมอัพไซด์ในการปรับกำไรขึ้นอีก จากการรับรู้รายได้ค่าขาย J FinCoin หลังจากที่ระบบ Block Chain DDLP จะเริ่มใช้งานได้ในช่วงไตรมาส 3/2562 (รายงานล่าสุด ณ วันที่ 7 ส.ค. ระบบ DDLP สามารถใช้งานได้แล้ว) พร้อมกับกำหนดคำแนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมายปี 2562 ที่ระดับ 14 บาท หรือคิดเป็นอัพไซด์จากราคาปัจจุบันราว 25%

คำค้น