CBG ยอดขายนิ่ง กำไรพุ่ง.!?

หลังจากบริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG ประกาศงบไตรมาส 2/62 ออกมา ก็เกิดปรากฏการณ์ Sell on fact ซะงั้น...

สำนักข่าวรัชดา

หลังจากบริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG ประกาศงบไตรมาส 2/62 ออกมา ก็เกิดปรากฏการณ์ Sell on fact ซะงั้น…

โดยเมื่อวันศุกร์ที่ 9 ส.ค. ราคาหุ้นไหลรูดแบบไม่มีเบรกมาปิดตลาดที่ 73.50 บาท ปรับลดลง 7 บาท หรือลดลง 8.70% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 1,452 ล้านบาท

เพียงชั่วพริบตาจากควายแดงคะคอง…กลายเป็นควายแดงติดโรคแบบไม่ทันตั้งตัว !!

ที่จริงไตรมาส 2/62 CBG ทำผลงานได้ยอดเยี่ยม !!

ฟาดกำไรสุทธิไป 552 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 342 ล้านบาท หรือเติบโต 163% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 209 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิครึ่งแรกปี 2562 อยู่ที่ 972 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 581 ล้านบาท  หรือเติบโต 148.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 390 ล้านบาท

และมีรายได้จากการขายรวม 3,754 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 140 ล้านบาท หรือเติบโต 3.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้จากการขาย 3,614 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากการขายเครื่องดื่มบำรุงกำลัง 3,247 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 137 ล้านบาท หรือ 4.4% และแบ่งเป็นธุรกิจในประเทศ 1,984 ล้านบาท และต่างประเทศ 1,748 ล้านบาท

ส่งผลให้รายได้จากการขายรวมครึ่งแรกปี 2562 อยู่ที่ 7,114 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 159 ล้านบาท  หรือ 2.3% แบ่งเป็นรายได้จากการขายเครื่องดื่มบำรุงกำลัง 6,148 ล้านบาท เพิ่มขึ้น  258 ล้านบาท หรือ 4.4% และแบ่งเป็นธุรกิจในประเทศ 3,686 ล้านบาท และต่างประเทศ 3,402 ล้านบาท

ประเด็นที่น่าสนใจ หากวิเคราะห์ไส้ในจะเห็นว่า รายได้จากการขายโตไม่มากนัก แต่กำไรกลับพุ่งกระฉูด…

นั่นเป็นเพราะ CBG ทำกำไรขั้นต้นได้ดีมาก อยู่ที่ 1,410 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 267 ล้านบาท หรือ 23.4% คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 37.6% เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีอัตรากำไรขั้นต้น 31.6%

สาเหตุหลักมาจากการบริหารจัดการต้นทุนที่ทำได้ค่อนข้างดี

ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายจากการขายและบริหารลดลง 171 ล้านบาท อยู่ที่ 722 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าการตลาดภายในประเทศลดลง 48 ล้านบาท และค่าการตลาดในประเทศอังกฤษ ลดลง 124 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังเป็นผลจากวัตถุดิบและหีบห่อลดลง ประกอบกับประสิทธิภาพสายการผลิตที่มีเทคโนโลยีทันสมัยตั้งแต่โรงผลิตขวดแก้วและกระป๋องอะลูมิเนียมไปจนถึงโรงบรรจุสินค้าสำเร็จรูป ทำให้ประหยัดต้นทุนในการผลิต

นั่นเท่ากับว่า CBG โตจากการลดต้นทุนเพียงขาเดียว !!

จะว่าไปการลดต้นทุนเป็นเรื่องที่ดีนะ แต่…ถ้ายอดขายไม่โต กำไรก็จะนิ่ง ก็จะไม่เห็นการ Growth ในระยะต่อไป

ดังนั้น ต้องเติบโตควบคู่กันไปทั้งขาของการลดต้นทุนและยอดขายที่เพิ่มขึ้นถึงจะดี !!

เป็นโจทย์ที่ CBG ต้องรีบแก้ให้ได้โดยเร็ว…

ขณะที่นักวิเคราะห์แนะนำ “ขาย” หุ้น CBG ด้วยราคาเป้าหมาย 48.00 บาท เพราะเชื่อว่ามูลค่าหุ้นปัจจุบันนั้นแพงเกินไปในเชิง PER ปี 2562 ที่มากกว่า 40 เท่า

ใครที่มีหุ้น CBG ติดอยู่ในพอร์ต หรือจะเข้าซื้อเพื่อเก็งกำไรในช่วงนี้…ระวังตัวไว้บ้างก็ดีนะ

หากออกไม่ทัน ก็สุ่มเสี่ยงที่จะติดอยู่บนยอดดอยได้…

….เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน

…อิ อิ อิ…