
BCH รอมาแรมปี.!
สิ้นสุดการรอคอยเสียที..! กับกรณีการคัดเลือกโรงพยาบาลเอกชนของไทย เพื่อรับส่งต่อผู้ป่วยจากประเทศคูเวตข้ามารักษาในประเทศไทย
สิ้นสุดการรอคอยเสียที..! กับกรณีการคัดเลือกโรงพยาบาลเอกชนของไทย เพื่อรับส่งต่อผู้ป่วยจากประเทศคูเวตเข้ามารักษาในประเทศไทย…ซึ่งมีการพูดถึงประเด็นนี้มาแรมปีแล้ว แต่พูดแล้วหาย…พูดแล้วหาย ไม่มีความชัดเจนซะที..!!
ล่าสุดชัดแล้วว่า บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH เป็น 1 ใน 3 โรงพยาบาลเอกชนไทยที่ได้รับคัดเลือกจากรัฐบาลคูเวตในการรักษาผู้ป่วย โดยเริ่มมีการส่งเคสผู้ป่วยคูเวตมารักษาแล้วตั้งแต่วันที่ 13 มี.ค. 2569 ที่ผ่านมา…คอนเฟิร์มโดย “หมอเฉลิม หาญพาณิชย์” อ๊ะนะ..!!
ถือเป็นข่าวดีสุด ๆ สำหรับ BCH และหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลก็ว่าได้…
ส่วนที่มาที่ไปของเรื่องนี้ สืบเนื่องจากรัฐบาลคูเวตได้ระงับการส่งผู้ป่วยที่อุดหนุนโดยรัฐมารักษาในประเทศไทยตั้งแต่ช่วงไตรมาส 2/2567 เนื่องจากต้องการตรวจสอบคุณภาพการให้บริการ และทบทวนแนวทางการส่งคนไข้ไปรักษาต่างประเทศ…ซึ่งเป็นหนึ่งปัจจัยที่นักลงทุนเฝ้าติดตามมาเกือบ 2 ปีว่า รัฐบาลคูเวตจะกลับมาส่งเคสผู้ป่วยเข้ามารักษาในประเทศไทยเมื่อไหร่..?? และโรงพยาบาลไหนได้รับคัดเลือกบ้าง..??
ตอนนี้แม้ยังไม่มีการประกาศรายชื่ออย่างเป็นทางการ แต่ก็ชัดแล้วว่า BCH เป็น 1 ใน 3 ที่ได้รับการคัดเลือก..!!
กลายเป็นสตอรี่เชิงบวกที่จะมาหนุนการเติบโตของ BCH ในปีนี้ และปีต่อ ๆไป…ทำให้จากที่เห็นงบปี 2568 มีรายได้รวมอยู่ที่ 12,035.15 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 1,316.36 ล้านบาท ก็คงกระโดดโลดเต้นมากกว่านี้นะสิ…
ขณะที่ปัจจุบัน BCH มีผู้ป่วยคูเวตคิดเป็น 21% ของรายได้จากกลุ่มตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นผู้ป่วยที่จ่ายค่ารักษาเอง และผู้ป่วยที่จ่ายเงินสด ดังนั้น การได้เคสผู้ป่วยจากรัฐบาลคูเวตมาเสริม ก็จะช่วยหนุนการเติบโตมากขึ้น
ไม่นับรวมปัจจัยหนุนจากการเป็นเบอร์หนึ่งที่มีฐานผู้ป่วยประกันสังคมมากสุดในประเทศ กว่า 1 ล้านราย จากโควตา 1.99 ล้านราย โดยในปี 2569 ประกันสังคมการันตีจ่ายค่าบริการทางการแพทย์สำหรับโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง (RW>2) อัตรา 12,000 บาท/RW และมีโอกาสปรับเพิ่มอัตราค่าบริการต่าง ๆ ทั้งแบบเหมาจ่าย, ภาระเสี่ยงโรคเรื้อรัง และโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง RW>2 อีกในปี 2570 หลังจากมีการปรับเพดานเงินสบทบประกันสังคม จากเดิมสูงสุด 750 บาท เป็น 875 บาทต่อเดือน โดยปรับขึ้นเป็นขั้นบันไดสูงสุดที่ 1,150 บาทต่อเดือน ในปี 2575
สอดคล้องกับมุมมองของ บล.เคจีไอ ซึ่งคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ของ BCH ไว้ที่ 1.49 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.5% และปี 2570 ที่ 1.57 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.2% สะท้อนแนวโน้มกำไรของบริษัทที่แข็งแกร่งขึ้นตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป แรงหนุนจากผลกระทบเชิงลบจากประกันสังคม (SSO) ที่ลดลง ฐานผู้ป่วยต่างชาติที่ยังคงแข็งแกร่ง
ส่วนในระยะสั้น คาดเบื้องต้นกำไรในไตรมาส 1/2569 จะเติบโตได้ทั้งจากไตรมาสก่อน และช่วงเดียวกันของปีก่อน จากจำนวนผู้ป่วยทั้งในประเทศและต่างประเทศเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และฐานกำไรต่ำจากไตรมาสก่อนมีส่วนให้กำไรโต
ฟาก บล.กรุงศรี มีมุมมองเป็นกลางต่อ BCH เนื่องจาก 1) ทิศทางการเติบโตรายได้ปีนี้ของผู้บริหารสอดคล้องกับประมาณการที่คาดรายได้เติบโต 5% 2) คาดรายได้ต่างชาติกลับมาเติบโตราว 6% ดีกว่ารายได้ค่ารักษาพยาบาลรวม และ 3) ไม่มีปัจจัยบวกใหม่ต่อการเพิ่ม upside โดยปีนี้คาดกำไรปกติเติบโต 8% ตามการฟื้นตัวของรายได้ และมาร์จิ้นดีขึ้น รวมทั้งคาดจ่ายเงินปันผลหุ้นละ 0.47 บาท คิดเป็นดิวิเดนด์ยีลด์ที่ 4.8% ไม่รวมเงินปันผลพิเศษ
ส่วนระยะกลาง-ยาว มีปัจจัยผลักดันการเติบโตจากการขยายเครือข่ายโรงพยาบาล และฐานตลาดใหม่ ๆ
ขณะที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่แนะนำ “ซื้อ” ให้ราคาเป้าหมายสูงสุดที่ 16.80 บาทเชียวหนา…
ก็ยังมีอัพไซด์อีกเพียบ…
น่าแปลก ทั้ง ๆ ที่เป็นข่าวดี แต่หุ้น BCH กลับไม่ตอบสนองแฮะ…ราคาขึ้นแบบกะปริบกะปรอยซะงั้น…
เสียของจริง ๆ ว่ามั้ย..!?
ว่าแต่ตอนนี้ BCH แสดงตัวแล้วหนึ่งว่าเป็นโรงพยาบาลที่ได้รับการคัดเลือก แล้วอีก 2 โรงพยาบาลที่เหลือละเป็นไผ..??
จาก 3 รายที่อยู่ในเป้าหมาย จะเป็นบริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH ที่ตอบโจทย์ด้านชื่อเสียง เป็นโรงพยาบาลที่ดีที่สุดของไทย หรือจะเป็นบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS ที่ตอบโจทย์ด้านเครือข่ายมากสุด หรือเป็นบริษัท โรงพยาบาลพระรามเก้า จำกัด (มหาชน) หรือ PR9 ที่ตอบโจทย์ด้านราคาที่จับต้องได้
แต่เอ๊ะ…จู่ ๆ ผู้บริหารและกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ อย่าง “ปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ” เข้ามาเก็บหุ้น BDMS เมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2569 จำนวน 5.34 ล้านหุ้น ที่ราคาหุ้นละ 18.70 บาท รวมทั้ง “อัฐ ทองแตง” เข้ามาเก็บหุ้นเมื่อวันที่ 9 มี.ค. 2569 จำนวน 500,000 หุ้น ที่ราคาหุ้นละ 18.50 บาท
เป็นการส่งสัญญาณอะไรป๊ะเนี่ย..??
…ไม่เอานะอย่าคิดมาก ไม่เอานะอย่าคิดไปกันใหญ่ …
…อิ อิ อิ…