SET สัปดาห์นี้ “Rebound”กรอบ 1,660-1,632 จุด แนะสอย 20 หุ้น 8 ธีมเด่น

SET สัปดาห์นี้ “Rebound”กรอบ 1660-1632 จุด แนะสอย 20 หุ้น 8 ธีมเด่น

Weekly outlook : “Rebound” ต้าน 1,675/1,694 จุด รับ 1,632/1,620 จุด

บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุในบทวิเคราะห์ว่า สัปดาห์นี้ (13-16 ส.ค.62) คาดตลาด Rebound แม้ว่าความเสี่ยงทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีนยังคงอยู่ หลังสหรัฐฯชะลอการให้ใบอนุญาตการทำธุรกิจร่วมกับ Huawei เพื่อตอบโต้จีนที่ชะลอการ ซื้อสินค้าเกษตรของสหรัฐฯ ซึ่งเพิ่มความไม่แน่นอนต่อการเจรจาการค้าในเดือน ก.ย.

อย่างไรก็ตาม Nomura ยังให้น้ำหนัก Base case ที่สหรัฐฯจะเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีน 3 แสนล้านเหรียญฯ ในอัตรา 10% ในเดือนก.ย. และเพิ่มขึ้้นสู่ 25% ในเดือนธ.ค. ซึ่งได้รวมโอกาสดังกล่าวเข้าไปในประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจแล้ว จึงคาดมีผลกระทบจ ากัด ขณะที่ทางด้านภาพตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่ง และรายงานยอดส่งออกเดือน ก.ค.2019 ของจีนที่กลับมาขยายตัว +3.3% จากหดตัวในเดือนก่อน ช่วยคลายกังวลต่อภาวะ Recession ได้ ผสานแนวโน้มผ่อนคลายการเงินยังคงดำเนินต่อ

ล่าสุดธนาคารกลางนิวซีแลนด์ อินเดีย ฟิ ลิปปินส์และไทย มีมติปรับลดดอกเบี้ย เพื่อชะลอผลกระทบจากปัจจัยภายนอก ทำให้ตลาดเงินเริ่มคาดหวัง Fed จะลดดอกเบี้ยอีก 25 bps ในการประชุมเดือน ต.ค. 19 แต่มีโอกาสเพิ่มขึ้นที่จะลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย.19 หนุนเอเชียฟื้้นตัวช่วงไตรมาส 4/62 จนถึงปี63 ได้

ด้านปัจจัยในประเทศ Nomura ปรับคาดการณ์ กนง. จะปรับลดดอกเบี้ยอีกครั้้งในเดือน ก.ย. หลังส่งสัญญาณ Positive surprise ปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย -0.25% ในการประชุมวันที่ 7 ก.ค. ที่ผ่านมาสู่ 1.5% สะท้อนท่าทีผ่อนคลายของ กนง. ผสานกับแผนกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล จะเป็นตัวช่วยพยุงเศรษฐกิจในประเทศได้นอกจากนี้ค่า Equity Risk Premium (ERP) ของไทย ปรับตัวสูงขึ้้นมาอยู่ที่ 4.38% สูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 3.52% สะท้อนความน่าสนใจของตลาดหุ้นไทยในเชิงมูลค่า โดยหากมองเปรียบเทียบกับอดีตคล้ายกับวงจรหุ้นในปี 2007 ซึ่ง ERP อยู่เหนือค่าเฉลี่ยในแนวโน้มดอกเบี้ยต่ำและตลาดหุ้นตอบรับเชิงบวกในระยะกลาง 6-9 เดือน

ส่วนสัปดาห์นี้เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายการรายงานผลประกอบการไตรมาส 2/62 ของกลุ่ม Real Sectors โดย 55 บริษัทที่มีคาดการณ์จาก Consensus มีกำไรสุทธิรวมที่ 5.2 หมื่นลบ.ต่ำกว่าคาดการณ์ตลาด -10.5% ส่วนหนึ่งมาจากการตั้้งEmployee Benefits ทั้งนี้้จะมีการรายงานผลประกอบการเพิ่มเติมในสัปดาห์นีได้แก่ PTT, BGRIM, CPN, MINT, CPF, GULF, BJC, TRUE, AOT, BDMS, CPALL

กลยุทธ์การลงทุน: ดอกเบี้ยที่ลดลงของไทย และมีโอกาสลดอีกครั้้ง -0.25% ในเดือนก.ย. 2019 ทำให้ ERP ของไทยเพิ่มขึ้นสู่ 4.38% สูงกว่าค่าเฉลี่ย 3.52% เป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้น ทำให้ตลาดน่าจะใกล้จุดรีบาวด์ 1660-1632 จุด เน้นกลุ่มที่ได้อานิสงค์บวกได้แก่

1) Consumer Finance: SAWAD, AMANAH, JMART

2) High Yield:

ADVANC, INTUCH, KKP

3) Property: AP, SPALI

4) ส่งออกอาหาร : CPF,TU(cover short)

5) ท่องเที่ยว MINT, AOT, ERW

6) นิคม AMATA, WHA

7) โรงไฟฟ้าเน้นตัวที่ FTSE เพิ่มน้ำหนัก BGRIM

8) การบริโภค CPALL, KAMART, ICHI, ZEN

หุ้นเด่นสัปดาห์นี้ : แนะน า AMATA, JMART, CPF ส่วนสัปดาห์ก่อน BGRIM,

SAWAD, AMATA ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย -0.89 % แย่กว่าดัชนีฯที่ให้ผลตอบแทน -2.02%

1) JMART(TP15.3) : คาดงบ 2Q19 เด่น หลังสัญญาณงบของ บ. ในเครือออกมาดี

2) CPF(TP30.5) : บริษัทประกอบธุรกิจหมู-ไก่ ล้วนแล้วแต่รายงานงบเด่น หนุนงบ CPF

3) AMATA(TP25.5) : ได้ประโยชน์จาก TradeTension + ก าไร Q2 โตเด่น