
WTI ปิดบวก 1.71 เหรียญ รับคว่ำบาตรอิหร่าน หนุนอุปทานตึงตัวตะวันออกกลาง
ราคาน้ำมันดิบ WTI ปิดบวก 1.71 เหรียญ แตะ 61.07 ดอลลาร์/บาร์เรล สูงสุดในรอบกว่าหนึ่งสัปดาห์ หลังสหรัฐเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่านด้วยมาตรการคว่ำบาตร กระตุ้นความกังวลอุปทานน้ำมันตึงตัวในตะวันออกกลาง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดที่ระดับสูงสุดในรอบกว่าหนึ่งสัปดาห์ในวันศุกร์ (23 ม.ค.) หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่านด้วยมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมต่อเรือขนส่งน้ำมัน พร้อมประกาศว่าสหรัฐฯ กำลังส่งกองเรือมุ่งหน้าไปยังอิหร่าน ส่งผลให้ตลาดกังวลต่อความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันในตะวันออกกลาง
ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 1.71 ดอลลาร์ หรือ 2.88% ปิดที่ 61.07 ดอลลาร์/บาร์เรล
ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 1.82 ดอลลาร์ หรือ 2.84% ปิดที่ 65.88 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ปิดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 14 ม.ค. ขณะที่น้ำมันดิบ WTI ปิดที่ระดับสูงสุดในรอบกว่าหนึ่งสัปดาห์เช่นกัน โดยราคาน้ำมันทั้งสองชนิดพุ่งขึ้นรายสัปดาห์มากกว่า 2.5%
ท่าทีของทรัมป์ยังได้ฟื้นคำเตือนต่ออิหร่านไม่ให้สังหารผู้ประท้วงหรือกลับมาเดินหน้าโครงการนิวเคลียร์อีกครั้ง แรงกดดันที่เพิ่มขึ้นทำให้ตลาดกังวลว่าอาจเกิดการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันในตะวันออกกลาง ขณะเดียวกัน คาซัคสถานยังเผชิญปัญหาในการกลับมาผลิตน้ำมันจากหนึ่งในแหล่งน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดของโลก
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยว่า เรือรบหลายลำ รวมถึงเรือบรรทุกเครื่องบินและเรือพิฆาตติดอาวุธนำวิถี จะเดินทางถึงตะวันออกกลางในอีกไม่กี่วันข้างหน้า โดยก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ เคยดำเนินการโจมตีอิหร่านเมื่อเดือนมิ.ย. 2568
ด้านกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯ ได้ประกาศคว่ำบาตรเรือ 9 ลำ และบริษัทที่เกี่ยวข้องอีก 8 แห่ง ซึ่งมีส่วนในการขนส่งน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมของอิหร่าน
ข้อมูลจากโอเปกระบุว่า อิหร่านมีกำลังการผลิตน้ำมันดิบประมาณ 3.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ถือเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อันดับ 4 ของกลุ่ม รองจากซาอุดีอาระเบีย อิรัก และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อีกทั้งยังเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายสำคัญไปยังจีน ซึ่งเป็นประเทศผู้บริโภคน้ำมันรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก
ขณะเดียวกันบริษัท Chevron ระบุว่า การผลิตน้ำมันจากแหล่ง Tengiz ในคาซัคสถานยังไม่สามารถกลับมาเดินเครื่องได้ หลัง Tengizchevroil ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการที่มี Chevron เป็นผู้นำ ประกาศหยุดการผลิตเมื่อวันจันทร์จากเหตุเพลิงไหม้
เหตุการณ์ดังกล่าวยิ่งซ้ำเติมปัญหาให้กับอุตสาหกรรมน้ำมันของคาซัคสถาน ซึ่งก่อนหน้านี้เผชิญข้อจำกัดด้านการขนส่งที่ท่าเรือส่งออกหลักในทะเลดำ หลังได้รับความเสียหายจากการโจมตีด้วยโดรนของยูเครน
JP Morgan ประเมินว่า แหล่ง Tengiz ซึ่งคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของกำลังการผลิตน้ำมันของคาซัคสถาน อาจต้องหยุดการผลิตตลอดทั้งเดือนนี้ และคาดว่ากำลังการผลิตน้ำมันดิบของคาซัคสถานในเดือนม.ค. จะเฉลี่ยอยู่ที่เพียง 1.0-1.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากระดับปกติราว 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน
ก่อนหน้านี้ ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์จากท่าทีของทรัมป์เกี่ยวกับกรีนแลนด์ แต่ร่วงลงราว 2% ในวันพฤหัสบดี หลังเขาผ่อนคลายท่าทีต่อการขู่เก็บภาษีกับยุโรป และตัดความเป็นไปได้ในการใช้กำลังทางทหาร
ทั้งนี้ ทรัมป์ระบุว่า เดนมาร์ก นาโต และสหรัฐฯ ได้บรรลุข้อตกลงที่เปิดทางให้สหรัฐฯ สามารถเข้าถึงกรีนแลนด์ได้อย่างเต็มรูปแบบ
