SSP กำไรโตเยี่ยม

มีการวิเคราะห์ว่า SSP ยังคงสามารถทำผลงานในครึ่งหลังปี 62 เติบโตต่อเนื่องจากการรับรู้รายได้ของโครงการ Solar farm ในเวียดนาม และมองโกเลีย

คุณค่าบริษัท

มีการวิเคราะห์กันว่า บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SSP ยังคงสามารถทำผลงานในครึ่งหลังปี 2562 เติบโตต่อเนื่อง

เนื่องด้วย Key driver จะมาจากการรับรู้รายได้เต็มจากโครงการ Solar farm Binh Nguyen (เวียดนาม) ซึ่ง COD ในไตรมาส 2/2562 และเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการ Solar farm Khonshign (มองโกเลีย) 11 เมกะวัตต์ ซึ่ง COD เมื่อ 8 ก.ค. 2562 ที่ผ่านมา และส่งผลให้กำลังการผลิตตามสัดส่วนรวม ณ สิ้นปี 2562 อยู่ที่ 121 เมกะวัตต์ (เพิ่มขึ้น 73% จากงวดเดียวกันของปีก่อน)

ผลดังกล่าวทำให้นักวิเคราะห์ยังคงประมาณการกำไรปกติปี 2562 ที่ 692 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39% จากงวดเดียวกันของปีก่อน

ส่วนผลการดำเนินงานไตรมาส 2 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2562 บริษัทมีรายได้รวมขยับขึ้นมาอยู่ที่ 402.99 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อน 301.44 ล้านบาท เป็นผลจากรายได้จากการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น, รายได้เงินอุดหนุนส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้าเพิ่มขึ้น, รายได้จากการก่อสร้างและรายได้ค่าบริการเข้ามาจากก่อนหน้าไม่มี ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิขยับขึ้นมาอยู่ที่ 160.45 ล้านบาท หรือ 0.174 บาทต่อหุ้น จากงวดเดียวกันของปีก่อนกำไรสุทธิ 152.78 ล้านบาท หรือ 0.166 บาทต่อหุ้น

ขณะที่ผลการดำเนินงานงวด 6 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2562 บริษัทมีรายได้รวมขยับขึ้นมาอยู่ที่ 716.92 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อน 523.83 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิขยับขึ้นมาอยู่ที่ 284.48 ล้านบาท หรือ 0.309 บาทต่อหุ้น จากงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 259.33 ล้านบาท หรือ 0.281 บาทต่อหุ้น สาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณพลังงานไฟฟ้าที่จำหน่ายได้ของโครงการ SPN การรับรู้รายได้จากโครงการฮิดะกะเต็มไตรมาสและโครงการใหม่ที่เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ไปในช่วงที่ผ่านมา แม้ว่าจะมีการเพิ่มขึ้นของต้นทุนขาย ค่าใช้จ่ายในการบริหารและค่าใช้จ่ายทางการเงินก็ตาม

นอกจากนี้โดย Key catalyst ในช่วง 1-2 ปีข้างหน้าอยู่ที่การ COD โครงการ Solar farm ที่ญี่ปุ่น (Yamaga 1-2, Leo) ขนาดกำลังการผลิตตามสัดส่วนฯ รวม 67 เมกะวัตต์ในปี 2563 ซึ่งเป็น 3 โครงการสุดท้ายที่บริษัทได้รับ PPA แล้วในปัจจุบัน และการเจรจาโครงการลมในเวียดนาม (คาดเจรจาอยู่ราว 100 เมกะวัตต์)  หากสำเร็จจะเป็นอีก Potential upside

สิ่งสำคัญ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 12 บาท/หุ้น

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่

  1. บริษัท ไพรมารี่ เอนเนอจี้ จำกัด 150,950,000 หุ้น 16.37%
  2. บริษัท ไพรมารี่ เอนเนอร์จี้ จำกัด125,700,000 หุ้น 13.63%
  3. UNITY I. CAPITAL LIMITED 72,070,000 หุ้น 7.82%
  4. นายวิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล 70,174,600 หุ้น 7.61%
  5. CGS-CIMB SECURITIES (SINGAPORE)PTE.LTD. 56,000,000 หุ้น 6.07%

รายชื่อกรรมการ

  1. นายกำธร วังอุดม ประธานกรรมการบริษัท, กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ
  2. นายวิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล ประธานกรรมการบริหาร, กรรมการ
  3. นายวรุตม์ ธรรมาวรานุคุปต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, กรรมการ
  4. น.ส.ธัณฐภรณ์ ไกรพิสิทธิ์กุล กรรมการ
  5. นายธนวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล กรรมการ