ดราม่าพาราควอต

ไชโย ดีใจจัง สังคมไทยสร้างฉันทามติยิ่งใหญ่ “แบนพาราควอต” เชี่ยวกรากทรงพลัง ทั้งในโลกออนไลน์ออฟไลน์ จนภาครัฐดวงตาเห็นธรรม ที่ประชุมสี่ฝ่ายเมื่อวันจันทร์มีมติ 9-0 ให้ยกเลิกใช้สารเคมี 3 ชนิด ได้แก่ พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส ในประเทศไทย อันหมายถึงอวสานของยาฆ่าหญ้าสามัญประจำบ้านแบบ “กรัมม็อกโซน” ที่ใช้กันมาหลายสิบปี

ทายท้าวิชามาร : ใบตองแห้ง

ไชโย ดีใจจัง สังคมไทยสร้างฉันทามติยิ่งใหญ่ “แบนพาราควอต” เชี่ยวกรากทรงพลัง ทั้งในโลกออนไลน์ออฟไลน์ จนภาครัฐดวงตาเห็นธรรม ที่ประชุมสี่ฝ่ายเมื่อวันจันทร์มีมติ 9-0 ให้ยกเลิกใช้สารเคมี 3 ชนิด ได้แก่ พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส ในประเทศไทย อันหมายถึงอวสานของยาฆ่าหญ้าสามัญประจำบ้านแบบ “กรัมม็อกโซน” ที่ใช้กันมาหลายสิบปี

แม้ต้องใช้มติคณะกรรมการวัตถุอันตราย แต่เชื่อเหอะ ไม่มีใครยกมือค้าน กรรมการคนไหนดันทุรัง ปกป้องสารพิษร้ายแรง (ขนาดหญ้ายังตาย แล้วคนจะเหลืออะไร) มีหวังโดนเข้าชื่อไล่ใน Change.org ลูกหลานไม่กล้าไปโรงเรียนเพราะอายผู้ปกครองและครู

นักการเมืองยิ่งไม่ต้องพูดถึง แค่ รมว.เกษตรฯ ท่าทีไม่แข็งขันเท่า รมว.สาธารณสุข ที่ด่ากราดคนขู่ฆ่านักวิชาการว่า “หน้าตัวเมีย” พรรคประชาธิปัตย์ก็หวิดแย่ ต้องแก้ต่างพัลวัน ยืนยันไม่ได้ขัดขวาง แต่มอบกรมวิชาการเกษตรให้ รมช.ดูแลไปแล้ว ก็เลยต้องให้ รมช.ภูมิใจไทยรับบทนางเอก

ช่างเป็นปรากฏการณ์ที่น่าปลื้มใจ บ้างก็บอกว่านี่ไง ปรากฏการณ์ประชาธิปไตย เมื่อประชาชนแสวงหาฉันทามติได้ ก็ไม่มีใครกล้าขวาง โดยเฉพาะเมื่อมีเลือกตั้ง พรรคการเมืองก็ต้องแย่งกันเอาใจประชาชน ต่างกับยุค คสช. ที่เคลื่อนไหวกดดันเพียงไรก็ยังยืดอายุใช้พาราควอตตั้ง 2 ปี

แต่บ้างก็บอกว่านี่ไง ไม่เห็นต้องแก้รัฐธรรมนูญ ไม่ต้องเป็นประชาธิปไตยเต็มใบก็ได้ เมื่อสังคมไม่เอาพาราควอต กระทั่ง ส.ว.แต่งตั้งยังแห่ค้านหน้าสลอน ไม่เห็นมีใครยอมตกขบวน มีแต่ไอ้พวกฝ่ายค้านมั้ง มัวแต่ไปเดินสายแก้รัฐธรรมนูญ จนโดน กอ.รมน.แจ้งจับ

ซึ่งก็ย้อนแย้งดี สังคมไทยมีฉันทามติ ทรงพลัง ต้านยาฆ่าหญ้า แต่แตกเป็นสองขั้ว เกลียดชัง เมื่อต้านระบอบไร้ยางอาย ตั้ง 250 ส.ว.โหวตให้ตัวเอง เข้าชื่อใน Change.org ยังไม่ทันถึง 5 หมื่น รัฐบาลก็ยอมแล้ว แต่เข้าชื่อไล่ กกต. เกือบล้าน ยังหน้าตาเฉย

นักวิชาการรณรงค์ต้านพาราควอต โดนด่า โดนขู่ จากพวกดันทุรังซึ่งมีทั่วไปในสังคมออนไลน์ ที่จริงยังน้อยกว่านักวิชาการที่พูดปัญหา 3 จังหวัดภาคใต้ ว่าถ้าจำเป็นต้องแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 1 เรื่องรูปแบบรัฐ เพื่อหาแนวทางอยู่ร่วมกันอย่างสงบ ก็น่าจะทำได้

เสรีภาพทางวิชาการอย่างหลังนอกจากถูกเกลียดชัง ขู่ฆ่า ทำร้าย ด่าทอ ฯลฯ นับพันนับหมื่น ยังถูกทหารตั้งข้อหาบ่อนทำลายความมั่นคง เพราะความมั่นคงเป็นของทหาร ที่ต้องรักษาไว้แบบเดิม ๆ

บ้างก็ว่าจะแปลกอะไร พาราควอตเป็นเรื่องใหญ่ เรื่องสุขภาพ สิ่งแวดล้อม สร้างฉันทามติได้ง่าย ไม่เหมือนเรื่องการเมืองการปกครอง ซึ่งแตกเป็นสองฝ่าย ฉะนั้นไล่พาราควอตก่อน

แต่อันที่จริง ฉันทามติที่ว่าก็เป็นของคนชั้นกลางในเมือง ผู้บริโภค โดยยังไม่รู้ว่าเกษตรกรตัวจริงคิดอย่างไร เห็นแต่เกษตรกรตัวอย่างของ NGO พูดอย่างนี้ไม่ใช่อาลัยอาวรณ์พาราควอต แต่มันน่าประหลาดใจ ที่หลังยกเลิกยังไม่มีใครตอบได้ ว่าจะให้เกษตรกรใช้สารอะไรฆ่าหญ้า เพราะสารอื่นที่มีพิษภัยน้อยกว่าก็แพงกว่า และยังไม่ได้ทดลองใช้จริงจัง

ส่วนจะบอกให้หันไปทำเกษตรอินทรีย์ ก็เป็นแค่ฝันของคนในเมือง ที่เกษตรกรตัวจริงบอกว่า แน่จริงมาทำสิ ไม่ใช่แค่มาถ่ายเซลฟีร้านกาแฟริมนา

ดีใจด้วยที่ยกเลิกพาราควอต เพียงแต่ไม่รู้จะสรุปอย่างไร ว่าเลิกได้เพราะความเป็นประชาธิปไตย หรือเห็นไหม ไม่ต้องเป็นประชาธิปไตย ก็รักษ์โลกรักสิ่งแวดล้อมได้ อยู่กันไปแบบนี้ไม่เห็นเป็นไร