RS แตกหน่อเพื่อโต

คุณค่าบริษัท กลายเป็นที่ฮือฮา เมื่อทาง บริษัท อาร์เอส จ …


คุณค่าบริษัท

กลายเป็นที่ฮือฮา เมื่อทาง บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) หรือ RS ประกาศจับมือกับทาง บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) (WORK) ต่อยอดธุรกิจในการเปิดช่องทางขายสินค้าใหม่ ภายใต้ชื่อ Wellness Shop จำหน่ายสินค้าของ “ไลฟ์สตาร์” ซึ่งเป็นสินค้าในเครืออาร์เอส รวมถึงสินค้าของพาร์ตเนอร์

ผลดังกล่าวเป็นการช่วยต่อยอดธุรกิจได้มากขึ้น เพิ่มศักยภาพการเข้าถึงฐานลูกค้าใหม่ ๆ ของช่องเวิร์คพอยท์ และสร้าง database ให้แข็งแรงยิ่งขึ้น

ขณะที่ทางบริษัทเองประเมินรายได้จากการร่วมธุรกิจ 500 ล้านบาทในปี 2563 และแตะ 1,000 ล้านบาทในปี 2564

นอกจากนี้ด้านนักวิเคราะห์มีมุมมองหลังจากทาง RS จับมือกับ WORK  ถือว่ากลยุทธ์นี้ win-win ให้ทั้งสองฝ่าย เพราะจะใช้โมเดลเดียวกับ Thairath TV (ปัจจุบันรายได้เฉลี่ยจาก Thairath TV อยู่ที่ 700,000-800,000 บาทต่อวัน)

ทั้งนี้มองว่าทาง RS ขยายช่องการจัดจำหน่ายของธุรกิจ MPC ไปยังช่อง WPTV จะช่วยเพิ่มรายได้ MPC และขยายฐานลูกค้าของ RS เพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบันทาง RS มีฐานลูกค้าอยู่ที่ 2 ล้านคน ในปี 2563-2564 หากอิงรายได้จาก Synergy ตามที่ผู้บริหารคาดที่ 500 ล้านบาท และ 1,000 ล้านบาทจะช่วยเพิ่มกำไรสุทธิของ RS ในปี 2563 ราว 125 ล้านบาท และในปี 2564 ราว 250 ล้านบาท

ด้าน WORK ประเมินว่าจะได้รับส่วนแบ่งรายได้จาก Wellness Shop ที่ 30% ของรายได้ Wellness Shop หรือช่วยเพิ่มรายได้ของ WORK ที่ 150 ล้านบาทในปี 2563 ปัจจุบัน WPTV มีฐานคนดูกว่า 5 แสนคน เบื้องต้นในปี 2563 ประเมินว่ารายได้ MPC จากช่อง WPTV จะสูงกว่ารายได้จากช่อง Thairath TV เนื่องจากมีเรตติ้งที่สูงกว่าโดยเรตติ้งเฉลี่ย 9 เดือนแรก  (15+, 18 hrs) ของ WPTV อยู่ที่ 0.959 และไทยรัฐทีวีอยู่ที่ 0.621

ดังนั้นเชื่อว่าทาง RS จะใช้เส้นโฆษณา MPC ผ่านช่อง WPTV จำนวน 3 เส้น (จันทร์-ศุกร์) ประมาณช่วงละ 10 นาที โดยเริ่มออกอากาศตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2562

สรุปธุรกิจพาณิชย์ (MPC) ของ RS  ยังมีโอกาสเติบโตอีกมากในอนาคต ทั้งจากการขยายช่องทางการจัดจำหน่าย และร่วมมือกับพาร์ตเนอร์เพื่อผลิตสินค้า Key risk

ส่วนด้านผลการดำเนินงานของปี 2562 มีการประมาณการกำไรสุทธิอยู่ที่ 584 ล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 13% จากงวดเดียวกันของปีก่อน

สิ่งสำคัญมองว่าราคาหุ้นที่ปรับตัวลงมา -14% ใน 3 เดือนที่ผ่านมา ได้สะท้อนปัจจัยลบจากผลประกอบการไตรมาส 2/2562 ที่ต่ำกว่าตลาดคาดและซีรีส์ต่างประเทศที่ได้รับความนิยมน้อยลงไปพอสมควรแล้ว จึงเป็นจังหวะให้เข้า “ซื้อสะสม”

เนื่องจากว่าทาง บล.เคทีบี ยังคงให้ราคาเป้าหมาย 19 บาท/หุ้น

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่

  1. นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ 311,400,000 หุ้น 30.66%
  2. นายโสรัตน์ วณิชวรากิจ 98,000,000 หุ้น 9.65%
  3. บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด 65,442,839 หุ้น 6.44%
  4. บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) 61,544,000 หุ้น 6.06%
  5. ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด (มหาชน) 50,331,900 หุ้น 4.96%

รายชื่อกรรมการ

  1. นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานกรรมการบริษัท, ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, กรรมการผู้จัดการ
  2. นางพรพรรณ เตชรุ่งชัยกุล กรรมการ
  3. นายดามพ์ นานา กรรมการ
  4. นายดนัยศิษฏ์ เปสลาพันธ์ กรรมการ
  5. นายโสรัตน์ วณิชวรากิจ กรรมการ

Back to top button